News Logo
หน้าแรก
แนะตร.สอบสวนคดีอาญาเคร่งครัด หลังผู้ต้องขังร้องทำงานช้าเสียสิทธิลดโทษ

แนะตร.สอบสวนคดีอาญาเคร่งครัด หลังผู้ต้องขังร้องทำงานช้าเสียสิทธิลดโทษ

9 ต.ค. 2569 15:23
ผู้ชม 9 คน
googleตั้ง Next News เป็นข่าวโปรดบน Google

กสม. แนะ ตร. กำกับดูแลเร่งรัดการสอบสวนคดีอาญาอย่างเคร่งครัด กรณีพนักงานสอบสวน จ.ขอนแก่น ดำเนินคดีล่าช้า ทำให้ผู้ต้องขังเสียสิทธิได้รับการลดโทษตามกฎหมายราชทัณฑ์

สำนักข่าว Next News รายงานว่า เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2569 นายวสันต์  ภัยหลีกลี้ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เปิดเผยว่า คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ได้รับเรื่องร้องเรียนจากผู้ร้องรายหนึ่งเมื่อเดือนกันยายน 2568 ระบุว่า ผู้ร้องเป็นผู้ต้องขังอยู่ที่เรือนจำกลางคลองไผ่ อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา ได้รับความเดือดร้อนจากการที่พนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรหนองสองห้อง (สภ.หนองสองห้อง) จังหวัดขอนแก่น (ผู้ถูกร้องที่ 1) และพนักงานอัยการ สำนักงานอัยการจังหวัดพล (ผู้ถูกร้องที่ 2) ดำเนินคดีล่าช้า ไม่รีบฟ้องคดีต่อศาลเพื่อให้ศาลมีคำพิพากษาเสร็จเด็ดขาดโดยเร็ว จนส่งผลให้ผู้ร้องเสียสิทธิประโยชน์ตามพระราชบัญญัติราชทัณฑ์ พ.ศ. 2560 ไม่ว่าจะเป็นการได้รับพระราชทานอภัยโทษกรณีนักโทษเด็ดขาด ตั้งแต่ปี 2560 - 2567 และการคิดวันลดโทษ ซึ่งถือเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน จึงขอให้ตรวจสอบ

กสม. ได้พิจารณาข้อเท็จจริงจากทุกฝ่าย หลักกฎหมาย และหลักสิทธิมนุษยชนที่เกี่ยวข้องแล้ว เห็นว่า รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 กำหนดแนวนโยบายแห่งรัฐให้พึงจัดระบบการบริหารงานในกระบวนการยุติธรรมทุกด้านให้มีประสิทธิภาพ ประชาชนสามารถเข้าถึงได้โดยสะดวกและรวดเร็ว และประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาได้รับรองสิทธิของผู้ต้องหาในการได้รับการสอบสวนด้วยความรวดเร็ว ต่อเนื่อง และเป็นธรรม สอดคล้องกับกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง (ICCPR)

กสม. พิจารณาแล้วเห็นว่า แม้ภายหลังจากที่ผู้ร้องถูกจับกุมในอีกคดีหนึ่ง เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2559 พนักงานสอบสวน สภ.หนองสองห้อง ผู้ถูกร้องที่ 1 ได้เข้าแจ้งข้อกล่าวหาและสอบสวนผู้ร้องทันที ในคดีที่ผู้ร้องตกเป็นผู้ต้องหาในความผิดฐานฆ่าผู้อื่น รวมถึงได้สรุปสำนวนการสอบสวนส่งให้พนักงานอัยการ สำนักงานจังหวัดขอนแก่นแล้วก็ตาม แต่เมื่อทราบว่าผู้ร้องถูกย้ายไปคุมขังที่เรือนจำกลางคลองไผ่ และคดีอื่นที่ผู้ร้องถูกจำคุกอยู่นั้นได้ถึงที่สุดแล้ว ผู้ถูกร้องที่ 1 กลับไม่ดำเนินการอย่างใดกับคดีนี้อีก ทั้งที่ผู้ร้องมีหนังสือขอให้เร่งรัดการดำเนินคดีไปยังผู้ถูกร้องที่ 1 หลายครั้ง จนปล่อยเวลาล่วงเลยมาถึงปี 2565 จึงส่งสำนวนการสอบสวนไปยังสำนักงานอัยการจังหวัดสีคิ้วเพื่อฟ้องผู้ร้องต่อศาลจังหวัดสีคิ้ว กระทั่งสำนวนการสอบสวนถูกส่งต่อมายังพนักงานอัยการ สำนักงานอัยการจังหวัดพล ผู้ถูกร้องที่ 2 เป็นผู้ฟ้องคดีเมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2565 และต่อมาคดีได้ถึงที่สุดเมื่อปี 2567 อันเป็นผลให้ผู้ร้องต้องถูกจัดชั้นเป็นนักโทษชั้นต้องปรับปรุงมาก ตามระเบียบกระทรวงยุติธรรมว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการจำแนกลักษณะผู้ต้องขังและแยกการคุมขัง การเลื่อนหรือลดชั้นนักโทษเด็ดขาด การลดวันต้องโทษจำคุก และพักการลงโทษ พ.ศ. 2559 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ซึ่งกระทบต่อการได้รับการลดวันต้องโทษจำคุกตามข้อ 5 และข้อ 26 ของกฎกระทรวงกำหนดประโยชน์ของนักโทษเด็ดขาด และเงื่อนไขที่นักโทษเด็ดขาดซึ่งได้รับการลดวันต้องโทษจำคุกหรือการพักการลงโทษและได้รับการปล่อยตัวต้องปฏิบัติ พ.ศ. 2562 รวมถึงส่งผลให้ผู้ร้องไม่อยู่ในเกณฑ์ที่จะได้รับพระราชทานอภัยโทษ ตามพระราชกฤษฎีกาพระราชทานอภัยโทษ พ.ศ. 2568

กสม. เห็นว่า การที่ผู้ถูกร้องที่ 1 ไม่เร่งรีบส่งสำนวนการสอบสวนไปยังสำนักงานอัยการจังหวัดสีคิ้ว ซึ่งเป็นพนักงานอัยการประจำศาลที่มีเขตอำนาจเหนือเรือนจำที่ผู้ร้องต้องโทษจำคุกอยู่ในขณะนั้น แต่กลับปล่อยเวลาให้ล่วงเลยมาอีกถึง 4 ปี จึงดำเนินการ โดยที่ไม่ปรากฏเอกสารหลักฐานหรือเหตุผลความจำเป็นใดที่จะสามารถอ้างได้ ซึ่งนอกจากจะเป็นการกระทำที่กระทบต่อสิทธิประโยชน์ของผู้ร้องตามกฎหมายและระเบียบว่าด้วยการราชทัณฑ์แล้ว ยังกระทบต่อสิทธิของผู้ร้องในการได้รับการสอบสวนและการพิจารณาคดีด้วยความรวดเร็วและต่อเนื่อง ตามที่ได้รับการรับรองและคุ้มครองไว้ในกฎหมายและหนังสือสัญญาระหว่างประเทศด้านสิทธิมนุษยชนที่มีผลผูกพันกับประเทศไทย จึงรับฟังได้ว่าเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน

นอกจากนี้ การที่ สภ.หนองสองห้องยังไม่ได้มีหนังสือขอถอนการอายัดตัวผู้ร้องไปยังเรือนจำกลางคลองไผ่ ทั้งที่พนักงานอัยการได้ฟ้องคดีต่อศาลและคดีถึงที่สุดแล้วตั้งแต่ปี 2567 สะท้อนให้เห็นว่า ผู้กำกับการ สภ.หนองสองห้อง ในฐานะผู้บังคับบัญชาที่มีอำนาจควบคุม ตรวจสอบ และกำกับการสอบสวนของพนักงานสอบสวนในสังกัดไม่ได้ปฏิบัติตามคำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ที่ 419/2556 เรื่อง การอำนวยความยุติธรรมในคดีอาญา การทำสำนวนการสอบสวน และมาตรการควบคุม ตรวจสอบ เร่งรัดการสอบสวนคดีอาญา ลงวันที่ 1 กรกฎาคม 2556 อันถือเป็นความบกพร่องที่จำเป็นต้องได้รับการปรับปรุงแก้ไขและป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาดังกล่าวจนกระทบกับสิทธิในกระบวนการยุติธรรมทางอาญาของประชาชน

สำหรับพนักงานอัยการ ผู้ถูกร้องที่ 2 จากการตรวจสอบเอกสารหลักฐานพบว่าได้รับสำนวนการสอบสวนจาก สภ.หนองสองห้องเพียง 1 ครั้ง เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2565 โดยภายหลังจากได้รับสำนวนการสอบสวนแล้ว ก็ได้ยื่นฟ้องผู้ร้องเป็นจำเลยต่อศาลจังหวัดพล เมื่อวันที่ 24 มกราคม 2566 อันถือเป็นการดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจภายใต้กรอบระยะเวลาที่เหมาะสม ไม่ได้ล่าช้าเกินสมควร จึงยังไม่อาจรับฟังได้ว่าเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน

ด้วยเหตุผลข้างต้น กสม. ในคราวประชุมด้านการคุ้มครองและส่งเสริมสิทธิมนุษยชน เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2569 จึงมีมติให้มีข้อเสนอแนะไปยังสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ให้ใช้ข้อมูลตามรายงานผลการตรวจสอบนี้ดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจกับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับการละเมิดสิทธิมนุษยชน พร้อมทั้งให้เสนอรายงานนี้ต่อคณะกรรมการพิจารณาเรื่องร้องเรียนตำรวจ (ก.ร.ตร.) เพื่อพิจารณาควบคู่กัน โดยอย่างน้อยต้องกำหนดมาตรการหรือแนวทางในการป้องกันมิให้เกิดเหตุการณ์ในลักษณะเดียวกันนี้อีก และสั่งการให้ สภ.หนองสองห้องขอถอนการอายัดตัวผู้ร้องไปยังเรือนจำกลางคลองไผ่โดยไม่ชักช้า รวมถึงควบคุม กำกับ ติดตาม ให้ สภ.หนองสองห้องดำเนินการตามคำสั่ง ตร. ที่ 419/2556 เรื่อง การอำนวยความยุติธรรมในคดีอาญาฯ ลงวันที่ 1 กรกฎาคม 2556 โดยเคร่งครัดด้วย

แท็กที่เกี่ยวข้อง
กสม.

ก

ก

ก



ก

ก

ก

section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อิ๊งค์ย่องจ่ายภาษีรับให้200ล้านหลังใช้ตั๋วP/N4.4พันล.ซื้อหุ้นแม่-พี่
อิ๊งค์ย่องจ่ายภาษีรับให้200ล้านหลังใช้ตั๋วP/N4.4พันล.ซื้อหุ้นแม่-พี่