News Logo
หน้าแรก
ศุภชัยแจงยื่นแก้ กม. 4 ฉบับ รื้อระบบเงิน‘สสส.-ไทยพีบีเอส’ยันไม่ได้ยุบ!

ศุภชัยแจงยื่นแก้ กม. 4 ฉบับ รื้อระบบเงิน‘สสส.-ไทยพีบีเอส’ยันไม่ได้ยุบ!

2 ต.ค. 2569 14:59
ผู้ชม 21 คน
googleตั้ง Next News เป็นข่าวโปรดบน Google

‘ศุภชัย’ แจงยื่นแก้กฎหมาย 4 ฉบับ ปรับระบบวิธีการได้มาซึ่งเงิน สสส.-Thai PBS-กองทุนกีฬา-ผู้สูงอายุ จากภาษีสุรา-ยาสูบ เข้าสู่ระบบงบประมาณประจำปี เพื่อสร้างเอกภาพและความโปร่งใสตาม พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลัง ยันไม่ได้ยุบองค์กร พร้อมรับฟังทุกข้อกังวลด้านความเป็นอิสระ

เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2569 นายศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย โพสต์ข้อความผ่านเพจเฟซบุ๊ก ชี้แจงกรณีการเสนอร่างแก้ไขกฎหมาย 4 ฉบับ ซึ่งเกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการกองทุนและองค์กรอิสระ ได้แก่ กองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.), กองทุนผู้สูงอายุ, กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ และองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (Thai PBS) โดยยืนยันว่า การแก้ไขครั้งนี้ไม่ใช่การยุบกองทุน ไม่ใช่การยกเลิกองค์กร และไม่ใช่การปฏิเสธความสำคัญของภารกิจของทั้ง 4 องค์กร แต่สิ่งที่เสนอให้แก้ไขคือ ‘วิธีการได้มาซึ่งเงิน’ โดยเฉพาะระบบที่กฎหมายเดิมกำหนดให้นำเงินภาษีสุราและยาสูบส่งตรงเข้าองค์กรหรือกองทุน โดยไม่ต้องนำส่งเป็นรายได้แผ่นดิน

นายศุภชัย ระบุว่า สำหรับตัวอย่างที่ถูกกล่าวถึงมากที่สุดก็คือ Thai PBS ซึ่งกฎหมายปัจจุบันกำหนดเงินบำรุงจากสุราและยาสูบในอัตราร้อยละ 1.5 และมีเพดานตามกฎหมาย ส่วนร่างที่เสนอจะยกเลิกกลไกดังกล่าว และเปลี่ยนแหล่งรายได้เป็นงบประมาณรายจ่ายประจำปี ส่วนคำถามที่ว่า ทำไมจึงต้องพิจารณาเรื่องนี้ในตอนนี้ นายศุภชัย อธิบายว่า เนื่องจากในปี 2561 ประเทศไทยได้มี พระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐ ซึ่งมาตรา 26 ได้วางหลักการสำคัญว่า การเสนอกฎหมายให้จัดเก็บภาษีหรือค่าธรรมเนียมเพิ่มขึ้น เพื่อให้หน่วยงานของรัฐนำไปใช้เฉพาะเจาะจงนั้น โดยหลักการแล้วไม่สามารถทำได้ เว้นแต่กรณีที่เป็นรายได้ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

“ผมขอย้ำตรงนี้ให้ชัดเจนว่า ไม่ได้หมายความว่าการรับเงินของทั้ง 4 องค์กรในปัจจุบันผิดกฎหมาย เพราะมาตรา 82 ของกฎหมายวินัยการเงินการคลังได้ยกเว้นกฎหมายที่มีผลใช้บังคับอยู่ก่อนแล้ว ดังนั้นกลไกเดิมจึงยังคงใช้ได้ตามกฎหมาย แต่คำถามที่ผมกำลังเสนอให้สังคมและรัฐสภาพิจารณาคือ เมื่อประเทศไทยมีกติกาทางการคลังใหม่แล้ว เราควรปล่อยข้อยกเว้นในอดีตไว้ตลอดไป หรือควรนำรายได้ของรัฐเข้าสู่ระบบเดียวกัน เพื่อให้การจัดสรรเงินสาธารณะอยู่ภายใต้มาตรฐานเดียวกัน นี่คือเหตุผลสำคัญของการเสนอร่างทั้ง 4 ฉบับ” นายศุภชัยระบุ 

ส่วนประเด็นที่ต้องเสนอพร้อมกันถึง 4 ฉบับนั้น นายศุภชัย ระบุว่า เพื่อไม่ให้เกิดความเข้าใจผิดว่ามุ่งเป้าไปที่องค์กรใดองค์กรหนึ่ง เพราะหากยึดหลักการรักษาวินัยการเงินการคลังของรัฐแล้ว หลักการนั้นย่อมต้องถูกใช้เป็นมาตรฐานเดียวกัน จึงเสนอแก้ไขทั้ง สสส., กองทุนผู้สูงอายุ, กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ และ Thai PBS ซึ่งล้วนมีโครงสร้างเงินบำรุงจากภาษีสุราและยาสูบในลักษณะเดียวกัน 

ทั้งนี้ สิ่งที่ประเทศจะได้รับคือ ความเป็นเอกภาพของระบบการคลัง โดยรายได้ที่รัฐจัดเก็บได้ทั้งหมดจะเข้าสู่ระบบการคลังหลักของประเทศ และเมื่อรัฐเห็นว่าภารกิจด้านการส่งเสริมสุขภาพ ผู้สูงอายุ กีฬา หรือสื่อสาธารณะมีความสำคัญ ก็ยังคงจัดสรรงบประมาณสนับสนุนได้ตามปกติ ข้อแตกต่างสำคัญคือ จากเดิมที่เงินบำรุงบางส่วนถูกจัดสรรโดยอัตโนมัติตามฐานภาษี จะเปลี่ยนมาเป็นการพิจารณาผ่านกระบวนการงบประมาณประจำปี ซึ่งช่วยบังคับให้ฝ่ายบริหารต้องชี้แจงอย่างโปร่งใสว่าจะใช้เงินจำนวนเท่าใด เพื่อวัตถุประสงค์ใด และจะเกิดผลสัมฤทธิ์ต่อประชาชนอย่างไร ขณะเดียวกัน รัฐสภาก็จะมีบทบาทตรวจสอบและพิจารณาการจัดสรรเงินสาธารณะในภาพรวมได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

สส.พรรคภูมิใจไทยยืนยันว่า ตนเองรับฟังข้อกังวลเรื่องความเป็นอิสระขององค์กร โดยเฉพาะกรณี Thai PBS มีข้อกังวลว่า หากเปลี่ยนจากรายได้ที่กฎหมายกำหนดไว้โดยตรงมาเป็นงบประมาณประจำปี จะทำให้องค์กรต้องพึ่งรัฐบาลและอาจกระทบความเป็นอิสระของสื่อสาธารณะ ข้อกังวลนี้เป็นประเด็นที่สมควรนำมาพิจารณาในการรับฟังความคิดเห็นและกระบวนการนิติบัญญัติ เพราะการเปลี่ยนแหล่งเงินย่อมทำให้โครงสร้างความแน่นอนของรายได้แตกต่างจากเดิมจริง

แต่เรื่องนี้ จำเป็นต้องแยก 2 เรื่องออกจากกัน กล่าวคือ ความเป็นอิสระในการทำหน้าที่ขององค์กรเป็นเรื่องหนึ่ง ส่วนระบบการจัดเก็บและจัดสรรเงินของรัฐเป็นอีกเรื่องหนึ่ง ถ้าสังคมเห็นว่าจำเป็นต้องมีหลักประกันเพิ่มเติมเพื่อไม่ให้การจัดสรรงบประมาณถูกใช้เป็นเครื่องมือแทรกแซงองค์กร ก็สามารถออกแบบหลักประกันนั้นในกระบวนการพิจารณากฎหมายได้ดังนั้น ซึ่งตนเองอยากให้การถกเถียงเรื่องนี้กลับมาอยู่บนคำถามที่แท้จริงว่าประเทศไทยควรบริหารเงินสาธารณะอย่างไรในระยะยาว อย่างไรก็ตาม ร่างทั้ง 4 ฉบับยังอยู่ในกระบวนการรับฟังความคิดเห็น จึงยังสามารถรับฟังทั้งฝ่ายสนับสนุนและฝ่ายที่มีข้อกังวล เพื่อนำมาปรับปรุงรายละเอียดให้เหมาะสมได้

“ผมไม่ได้เสนอให้ยุบ สสส. ไม่ได้เสนอให้เลิกดูแลผู้สูงอายุ ไม่ได้เสนอให้หยุดสนับสนุนกีฬา และไม่ได้เสนอให้ปิด Thai PBS ผมเสนอให้เปลี่ยนระบบการเงิน ไม่ใช่ยกเลิกภารกิจ องค์กรทั้งสี่มีภารกิจที่แตกต่างกัน แต่เงินที่ใช้คือเงินสาธารณะ หลักการที่ผมเสนอจึงเรียบง่ายมาก คือ ภารกิจที่จำเป็นต้องได้รับการสนับสนุน แต่การจัดสรรเงินของรัฐก็ควรอยู่ภายใต้มาตรฐานวินัยการเงินการคลังที่เป็นระบบ โปร่งใส และตรวจสอบได้เช่นเดียวกัน” นายศุภชัยระบุ 

อ่านข่าวประกอบ

‘ศุภชัย’ชงแก้กม.ไทยพีบีเอสเลิกส่งเงินภาษีบาปเป็นรายได้องค์กรปีละ2พันล.

‘อนุทิน’และคณะชงแก้กม.‘สสส.’เลิกส่งเงินภาษีบาป เปลี่ยนเป็นเสนอของบฯแทน


แท็กที่เกี่ยวข้อง

ก

ก

ก



ก

ก

ก

section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

‘สุชาดา’ แจ้งความ ‘โรม’ ฐานหมิ่นประมาท ปมพาดพิงสามีเอี่ยวสแกมเมอร์
‘สุชาดา’ แจ้งความ ‘โรม’ ฐานหมิ่นประมาท ปมพาดพิงสามีเอี่ยวสแกมเมอร์