ศูนย์ป้องกันน้ำท่วม กทม. เผยฝนตกหนักหลายพื้นที่ ตลิ่งชันวัดได้สูงสุด 63 มม. ขณะที่ย่านรัชดาภิเษกและจตุจักรเจอลมกระโชกแรงพร้อมลูกเห็บตก อุตุนิยมฯ ชี้มรสุมหอบความชื้นปะทะอากาศร้อนดันไอน้ำขึ้นชั้นบรรยากาศจนแข็งตัวตกลงมา
เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2569 ศูนย์ป้องกันน้ำท่วมกรุงเทพมหานคร รายงานว่า กรุงเทพฯ มีฝนตกระดับเล็กน้อยถึงปานกลางครอบคลุมหลายพื้นที่ ได้แก่ เขตหลักสี่ จตุจักร พญาไท ห้วยขวาง วัฒนา ดุสิต พระนคร ป้อมปราบศัตรูพ่าย สัมพันธวงศ์ บางกอกน้อย บางพลัด ตลิ่งชัน ทวีวัฒนา บางแค จอมทอง และหนองแขม โดยกลุ่มฝนมีแนวโน้มคงที่และเคลื่อนตัวไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ทั้งนี้ วัดปริมาณฝนสะสมสูงสุดได้ที่เขตตลิ่งชัน 63.0 มิลลิเมตร
นอกจากนี้ ประชาชนในย่านรัชดาภิเษก จตุจักร ลาดพร้าว และโชคชัย 4 รายงานว่าพบลมกระโชกแรงพร้อมปรากฏการณ์ลูกเห็บตก ซึ่งเกิดขึ้นได้ยากในประเทศไทย ข้อมูลจากกรมอุตุนิยมวิทยาระบุว่า ลูกเห็บเป็นหยาดน้ำฟ้าลักษณะเป็นก้อนน้ำแข็ง มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 5-50 มิลลิเมตร (0.2–2.0 นิ้ว) หรืออาจมีขนาดใหญ่กว่านั้น โดยอาจตกลงมาเป็นก้อนเดี่ยวหรือเกาะกลุ่มรวมกันเป็นก้อนขรุขระ โดยปกติแล้วในประเทศไทยมักพบลูกเห็บตกช่วงพายุฝนฟ้าคะนองฤดูร้อน ระหว่างเดือนกุมภาพันธ์ถึงพฤษภาคม โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

-1-
อย่างไรก็ตาม นายสมควร ต้นจาน ผู้อำนวยการกองอุตุนิยมวิทยาการบิน ได้เปิดเผยกับสำนักข่าว Thai PBS ถึงสาเหตุที่ลูกเห็บตกในกรุงเทพฯ วันนี้ว่า เกิดจากลมมรสุมพัดพาความชื้นเข้ามาเจอกับอากาศที่ร้อนอบอ้าว จึงดันให้อากาศลอยสูงขึ้นไปก่อตัวเป็นเมฆพายุฝน และเมื่อไอน้ำถูกลมพัดลอยสูงขึ้นไปเรื่อยๆ จนถึงชั้นบรรยากาศข้างบนที่เย็นจัดจนติดลบ ไอน้ำจะแข็งตัวกลายเป็นก้อนน้ำแข็ง พอใหญ่และหนักเกินกว่าลมจะอุ้มไหว ก้อนน้ำแข็งก็นักตกลงมาใส่พื้นดินเป็นลูกเห็บในที่สุด
อ้างอิง




