กรรมการสรรหา กสทช.ออกคำสั่งทางปกครอง แจ้งให้ ‘นพ.สรณ’ยุติปฏิบัติหน้าที่ภายใน 7 วัน หากยังฝ่าฝืนปรับวันละ 5 หมื่น ยันศาลชี้คำวินิจฉัยให้พ้นจากตำแหน่ง ชอบด้วยกฎหมายแล้ว แต่ยังทำหน้าที่ประธาน ขัดขวางการประชุม กสทช. ทำประเทศเสียหาย
สำนักข่าว Next News รายงานเมื่อวันที่ 30 กันยายน 2569 นายเกียรติพงศ์ อมาตยกุล ประธานกรรมการสรรหากรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (คณะกรรมการสรรหา กสทช.) มีหนังสือด่วนที่สุด ที่ สว (กสทช) 0008/(ส) 701 เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2569 ถึงนพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ เรื่อง การบังคับตามคำสั่งทางปกครองที่กำหนดให้กระทำหรือละเว้นกระทำ โดยอ้างถึง หนังสือคณะกรรมการสรรหากรรมการ กสทช. ลับ ด่วนที่สุด ที่ สว (กสทช) 0008/(ส)330 ลงวันที่ 21 กรกฎาคม 2569
คำสั่งดังกล่าวระบุว่า ตามหนังสือที่อ้างถึง คณะกรรมการสรรหากรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (คณะกรรมการสรรหากรรมการ กสทช.) ได้เคยมีหนังสือแจ้งคำวินิจฉัยของคณะกรรมการสรรหากรรมการ กสทช. ที่ 1/2569 ลงวันที่ 21 กรกฎาคม 2569 ซึ่งวินิจฉัยโดยมติเอกฉันท์ว่า ท่านสละสิทธิในการเข้ารับตำแหน่งกรรมการ กสทช. ตามมาตรา 18 ประกอบมาตรา 8 (2) แห่งพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2553 และที่แก้ไขเพิ่มเติม และต่อมาท่านได้ใช้สิทธิขอให้ศาลปกครองเพิกถอนคำวินิจฉัยของคณะกรรมการสรรหากรรมการ กสทช. ฉบับดังกล่าว โดยศาลปกครองสูงสุด ได้มีคำสั่งที่ 952/2569 ลงวันที่ 31 สิงหาคม 2569 โดยระบุสถานะของคำวินิจฉัยของผู้ถูกฟ้องคดีไว้ในตอนท้ายของหน้า 10 ว่า “...เมื่อผู้ถูกฟ้องคดีได้มีคำวินิจฉัยดังกล่าว ย่อมถือเป็นเหตุให้ผู้ฟ้องคดีต้องพ้นจากตำแหน่งกรรมการ กสทช. ตามมาตรา 20 วรรคหนึ่ง (5) แห่งพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2553 โดยผู้ฟ้องคดีไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งประธานกรรมการ กสทช. ต่อไปได้ ตามนัยมาตรา 20 วรรคสาม แห่งพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ พ.ศ. 2553 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ(ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2560 ...”

หนังสือแจ้งนพ.สรณให้ยุติหน้าที่
คำสั่งยังระบุว่า ประกอบกับเมื่อวันศุกร์ที่ 25 กันยายน 2569 ศาลปกครองกลางได้มีคำพิพากษา คดีหมายเลขดำ ที่ 1455/2569 คดีหมายเลขแดงที่ 1590/2569 โดยพิพากษายกฟ้องคดีของท่านเนื่องจากเห็นว่า คำวินิจฉัยของคณะกรรมการสรรหากรรมการ กสทช. ที่ 1/2569 ลงวันที่ 21 กรกฎาคม 2569 เป็นคำสั่งทางปกครองที่ชอบด้วยกฎหมายแล้ว ความละเอียดทราบอยู่แล้ว นั้น

หนังสือแจ้งนพ.สรณยุติหน้าที่
ในการนี้ คณะกรรมการสรรหากรรมการ กสทช. ได้รับข้อร้องเรียนจากกรรมการ กสทช. เมื่อวันที่ 28 กันยายน 2569 ว่า ท่านยังคงปฏิบัติหน้าที่ประธานกรรมการ กสทช. ซึ่งการกระทำดังกล่าวเป็นการขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ ของกรรมการ กสทช. อื่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของการประชุม กสทช. อันเป็นส่วนที่มีความสำคัญอย่างมากต่อผลประโยชน์ของประเทศ ซึ่งมีวาระการประชุมที่คณะกรรมการ กสทช. จะต้องพิจารณาและปัจจุบันมีวาระการประชุมค้างการพิจารณาจำนวนมาก
“คณะกรรมการสรรหากรรมการ กสทช. จึงอาศัยอำนาจตามมาตรา 63/22 แห่งพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2562 ขอแจ้งให้ท่านยุติการปฏิบัติหน้าที่ประธานกรรมการ กสทช. ภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่ได้รับคำสั่งฉบับนี้ ทั้งนี้ เพื่อให้เป็นไปตามคำวินิจฉัยของคณะกรรมการสรรหากรรมการ กสทช. ที่ 1/2569 ลงวันที่ 21 กรกฎาคม 2569 ประกอบคำสั่งศาลปกครองสูงสุด ที่ 952/2569 รวมถึงคำพิพากษาศาลปกครองกลาง คดีหมายเลขดำที่ 1455/2569 คดีหมายเลขแดงที่ 1590/2569 อย่างไรก็ตาม หากท่านยังคงฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งทางปกครองต่อไป คณะกรรมการสรรหากรรมการ กสทช. อาศัยอำนาจตามมาตรา 63/21 แห่งพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2562 ขอกำหนดมาตรการบังคับทางปกครองให้ท่านชำระค่าปรับบังคับการเป็นเงินห้าหมื่นบาทต่อวัน ตลอดระยะเวลาที่ทำการฝ่าฝืน”คำสั่งระบุ
คำสั่งยังระบุว่า อนึ่ง หากท่านไม่เห็นด้วยกับการบังคับทางปกครองฉบับนี้ ให้ทำคำฟ้องคดีโต้แย้งการบังคับทางปกครองเป็นหนังสือยื่นต่อศาลปกครองภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่รู้หรือควรรู้ถึงเหตุแห่งการฟ้องคดี ตามมาตรา 49 แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 ประกอบมาตรา 63/25 แห่งพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2562
“จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบ และปฏิบัติตามบังคับทางปกครองดังกล่าวข้างต้น โดยยุติการปฏิบัติหน้าที่ประธานกรรมการ กสทช.”คำสั่งระบุ




