ลูกชายอดีตนายพลวางเพลิงบ้านย่านบางพลัด ใช้ปืนยิงเจ้าหน้าที่ดับเพลิงก่อนจบชีวิตตนเอง พบคลังอาวุธสงคราม ปืนกล M60 และวัตถุระเบิด ต้นเพลิงจากยางรถยนต์บนชั้นล่าง ชนวนเหตุหมายศาลบังคับคดีและปัญหาสัตว์เลี้ยง
สำนักข่าว Next News รายงานว่าเมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 ในช่วงเช้า เกิดเหตุ นายสราวุธ เกษรอิทร์ หรือ ต๊อก อายุ 46 ปี ลูกชายของ พล.ต. สมาน เกษรอินทร์ อดีตนายทหารประจำกองทัพบก ก่อเหตุวางเพลิงภายในบ้านเลขที่ 238/1 ซอยจรัสลาภ ถนนสิรินธร เขตบางพลัด และใช้อาวุธปืนยิงใส่เจ้าหน้าที่ดับเพลิงและเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เข้าระงับเหตุ ก่อนที่ยิงตัวเองเสียชีวิตภายในบ้านด้วยอาวุธปืน
เหตุการณ์เริ่มต้นขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 09.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.บางพลัด และเจ้าหน้าที่ดับเพลิงได้รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้พร้อมเสียงปืนดังสนั่น เมื่อเจ้าหน้าที่กู้ภัยและดับเพลิงรุดถึงที่เกิดเหตุ ซึ่งเป็นบ้านเดี่ยวสองชั้นและเข้าควบคุมเพลิงในบริเวณชั้นล่างที่เป็นจุดต้นเพลิง ก็ได้มีเสียงปืนหลายนัดยิงสวนออกมาจากภายในบ้าน ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องถอยร่นออกจากระยะและประสานกำลังหน่วยปฏิบัติการพิเศษเข้าเสริมสถานการณ์ เมื่อเพลิงเริ่มอยู่ในวงจำกัด เจ้าหน้าที่ตำรวจพยายามเข้าตรวจสอบแต่ถูกผู้ก่อเหตุตะโกนไล่และยังคงมีการยิงปืนออกมา ทำให้การเข้าควบคุมเพลิงในบ้านเป็นไปอย่างจำกัด กระทั่งเพลิงสงบลง เจ้าหน้าที่จึงเข้าตรวจสอบบ้าน พบอาวุธปืนและเครื่องกระสุนจำนวนมาก ภายในห้องชั้นสอง พบศพนายสราวุธ เกษรอินทร์ นั่งเสียชีวิตอยู่บนเก้าอี้ มือขวาถือปืนขนาด 9 มม. และมีบาดแผลที่ศีรษะสองนัด
จากการประเมินพื้นที่อย่างเร่งด่วน เจ้าหน้าที่พบว่าภายในบ้านหลังดังกล่าวมีคลังอาวุธสงครามร้ายแรง โดยตรวจพบปืนกลหนัก M60 จำนวน 2 กระบอก ปืนพกสั้นแรงสูง Desert Eagle รวมถึงวัตถุระเบิดไม่ทราบชนิดอีกจำนวนมากซุกซ่อนอยู่ เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานและชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด (EOD) ได้เข้าตรวจสอบพื้นที่ด้วยความระมัดระวังสูงสุด เพื่อเก็บกู้และทำลายวัตถุอันตราย รวมถึงตรวจสอบที่มาของอาวุธสงครามทั้งหมด
พ.ต.อ.อัครพล จั่นเพชร ผกก.สน.บางพลัด เปิดเผยว่า ภายหลังรับแจ้งเหตุ เจ้าหน้าที่ดับเพลิงได้พยายามเข้าควบคุมเพลิงจากภายนอก ส่วนการตรวจสอบภายในบ้าน บริเวณห้องโถงพบยางรถยนต์ซึ่งเป็นต้นเพลิง นอกจากนี้ยังพบอาวุธปืนสั้นและปืนยาวกว่า 50 กระบอก แต่จากการตรวจสอบอย่างละเอียดพบว่ามีอาวุธปืนจริง 5 กระบอก และปืนยาวจริง 2 กระบอก ส่วนที่เหลือเป็นบีบีกันและแบงค์กัน ระเบิดที่พบเป็นของปลอม นอกจากนี้ยังพบถังแก๊สขนาด 16 กิโลกรัม ถังน้ำมัน และสัตว์เลี้ยงจำนวนมาก อาทิ แมว นก และสุนัข ที่บริเวณหลังบ้าน
พล.ต.สมาน เกษรอินทร์ อายุ 86 ปี อดีตนายทหารประจํากองทัพบก และเป็นบิดาของผู้ก่อเหตุ ให้ข้อมูลว่า เดิมทีบ้านหลังนี้มีสมาชิก 4 คนอาศัยอยู่ร่วมกัน จนกระทั่งเมื่อวันที่ 21 กันยายนที่ผ่านมา มีเจ้าหน้าที่จากกรมบังคับคดีนำหมายศาลมาปิดไว้หน้าบ้าน ห้ามบุคคลภายนอกเข้า ภายหลังทราบว่าลูกสาวได้นำบ้านหลังนี้ไปขายฝากมูลค่า 50 ล้านบาท และศาลมีคำพิพากษาให้บริษัทเอกชนที่เป็นผู้รับขายฝากชนะคดี จึงนำมาซึ่งหมายศาลดังกล่าว
พล.ต.สมาน กล่าวถึงลูกชายว่า เป็นผู้ที่มีความผูกพันกับสัตว์เลี้ยงในบ้านจำนวนมากกว่า 20 ตัว ซึ่งประกอบด้วย แมว สุนัข และปลาอัลลิเกเตอร์ และพยายามจะเข้าไปให้อาหารแต่ถูกเจ้าหน้าที่กีดกันไม่ให้เข้าไปดูแลสัตว์เลี้ยง ทำให้ลูกชายไม่สบายใจ พล.ต.สมานยืนยันว่าไม่ทราบสาเหตุที่ลูกชายมีอาการคลุ้มคลั่ง และไม่เคยพบว่าลูกชายมีอาการป่วยทางจิตเวช ใช้ยาเสพติด หรือดื่มสุราแต่อย่างใด สำหรับอาวุธปืนสงครามและระเบิดจำนวนมากที่พบภายในบ้าน พล.ต.สมานยืนยันว่าไม่ใช่ของตนเอง และไม่ทราบว่าลูกชายนำมาจากที่ใด ปัจจุบันเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เชิญพล.ต.สมานไปให้ปากคำกับพนักงานสอบสวน เพื่อประกอบสำนวนคดีต่อไป















