News Logo
หน้าแรก
เปิดวงถก SKVS3สุขุมวิท53 อานันท์ชี้EIAต้องโปร่งใส ชุมชนหวั่นฝุ่น-รถติด

เปิดวงถก SKVS3สุขุมวิท53 อานันท์ชี้EIAต้องโปร่งใส ชุมชนหวั่นฝุ่น-รถติด

21 ก.ย. 2569 10:56
ผู้ชม 44 คน
googleตั้ง Next News เป็นข่าวโปรดบน Google

เปิดเวทีรับฟัง EIA โครงการ SKVS3 Mixed-Use ย่านสุขุมวิท 53 เปิดวงถกการพัฒนาเมือง “อานันท์” อดีตนายกฯชี้ในฐานะลูกบ้าน การประเมินผลกระทบต้องโปร่งใส มองทั้งระบบเมือง ด้านชุมชนห่วงปัญหาฝุ่น PM2.5 รถติด อาคารสูงกระทบทิศทางลม

สำนักข่าว Next News รายงานเมื่อวันที่ 20 กันยายน 2569 ว่า บริษัท สิทธิการเช่าที่ดินทองหล่อ จำกัด  เปิดการประชุมรับฟังความคิดเห็นต่อการพัฒนา ครั้งที่ 1 และร่างรายการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) โครงการ SKVS3 Mixed-Use เพื่อจัดทำรายงาน EIA ตามประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พ.ศ. 2566 และต้องจัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนอย่างน้อย 2 ครั้ง ให้เป็นไปตามประกาศสํานักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่องแนวทางการมีส่วนร่วมของประชาชนในกระบวนการจัดทํารายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม พ.ศ.2566 โดยการประชุมดังกล่าวมีประชาชนในพื้นที่ ผู้พัฒนาโครงการ บริษัทที่ปรึกษา หน่วยงานภาครัฐ องค์กรเอกชน สื่อมวลชนเข้าร่วม รวมถึงนายอานันท์ ปันยารชุน อดีตนายกรัฐมนตรีเข้าร่วมรับฟังผ่านออนไลน์

สำหรับโครงการดังกล่าวมีแผน

นายอานันท์ ปันยารชุน

นายอานันท์ ปันยารชุน

พัฒนาพื้นที่ย่านสุขุมวิท 53 บนที่ดินขนาด 7 ไร่ 82 ตารางวา หรือประมาณ 11,528 ตารางเมตร เป็นอาคารสูง 1 อาคาร แบ่งเป็น 2 ทาวเวอร์ สูง 39 ชั้น และ 27 ชั้น พร้อมชั้นใต้ดิน 1 ชั้น พื้นที่ใช้สอยรวมประมาณ 111,693 ตารางเมตร ประกอบด้วยโรงแรมระดับ 5 ดาว ที่พักอาศัยให้เช่าแบบ Branded Residence พื้นที่สำนักงาน พื้นที่พาณิชย์ ร้านอาหาร และห้องประชุม 

ทั้งนี้ คาดว่าโครงการจะใช้เวลารื้อถอนประมาณ 1 เดือน และก่อสร้างประมาณ 48 เดือน และมีการวางแผนการก่อสร้างและจัดตรียมพื้นที่ก่อสร้าง เช่น ทํารั้วโดยรอบพื้นที่ก่อสร้าง จัดวางผังบริเวณพื้นที่ก่อสร้าง การจัดการจราจร ระบบสาธารณูปโภค และระบบสุขาภิบาลของคนงานก่อสร้าง

อดีตนายกฯ ชี้ EIA ต้องโปร่งใส มองผลกระทบทั้งเมือง

นายอานันท์ กล่าวว่า ในฐานะพลเมืองที่อาศัยอยู่ในซอยสุขุมวิท 53 มาเป็นเวลา 50 กว่าปี และเป็นคนหนึ่งที่มีจิตวิญญาณอยากเห็นบ้านเมืองของเราเดินหน้าไปในทิศทางที่ถูกต้อง การเติบโตทางเศรษฐกิจและการรักษาคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อมไม่จำเป็นต้องเป็นศัตรูกัน ทั้งสองฝ่ายต้องเปิดใจและพร้อมเปิดรับฟังให้เอกชนแสวงหากำไร แต่การพัฒนาที่จะสง่างามและยั่งยืนได้จริงต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขของอารยประเทศ มีความโปร่งใส จริงใจ จริงจัง และต้องเคารพซึ่งกันและกันระหว่างผู้ซื้อ ผู้ลงทุน รัฐ และชุมชนดั้งเดิม

นายอานันท์ กล่าวต่อไปว่า การทำรายงาน EIA ในบ้านเราที่ผ่านมามักจะทำเป็นแค่เพียงการประเมินพื้นที่ตั้งโครงการเพื่อให้ผ่านขั้นตอนทางธุรการ โดยละเลยผลกระทบที่แท้จริงต่อชีวิต ประชาชนและสิ่งแวดล้อม คนที่ต้องแบกรับภาระต้นทุนที่เกิดขึ้นไม่ว่าจะเป็นเสียง ความร้อนสะสม มลพิษทางอากาศ มลพิษทางเสียง และรถติด กลับกลายเป็นประชาชนและสังคมรอบข้าง

อย่างไรก็ดี ที่ดินจุดดังกล่าวเป็นตำแหน่งสำคัญใจกลางเมืองและเป็นโครงการต้นแบบที่มีศักยภาพในการพัฒนาเมืองในอนาคต  โดยแสดงให้เห็นว่าการทำ EIA ที่มีมาตรฐาน คำนึงถึงชุมชนโดยรอบ และสิ่งแวดล้อมเป็นศูนย์กลางนั้นทำอย่างไร โดยในช่วงที่ผ่านมามีนักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญหลากหลายสาขา ทั้งด้านสิ่งแวดล้อม สุขภาพ การแพทย์ ผังเมือง จราจร และกฎหมายพร้อมนำหลักวิชาการ งานวิจัยที่พิสูจน์ได้มาร่วมให้ข้อคิดเห็นเชิงลึก เพื่อให้การประเมิน ผลกระทบสิ่งแวดล้อมครอบคลุม รอบด้าน และมีมาตรการป้องกันแก้ไขในระยะยาวอย่างแท้จริง

ทั้งนี้ คาดหวังไปถึงการยกระดับมุมมองภาพรวมของเมือง ซึ่งการศึกษาไม่จำเป็นต้องจำกัดสายตาอยู่แต่แนวรั้วโครงการ แต่ต้องมองทั้งย่าน มองทั้งระบบเมือง มองโครงสร้างเดิมจะรับไหวหรือไม่ และต้องมองยาวตลอดอายุการใช้งานของอาคาร ไม่ใช่จบแค่ในวันที่ก่อสร้างเสร็จ โดยผลจากการสร้างบรรทัดฐานที่ถูกต้องนี้จะกลายเป็นฐานขับเคลื่อนนโยบายนำไปสู่การปรับปรุงกฎหมาย ผังเมืองและกฎหมายสิ่งแวดล้อมของประเทศให้ทันสมัยและคุ้มครองประชาชนได้จริงในระยะยาว

‘ในระดับพื้นที่เราต้องเลิกวิธีคิดแบบเดิมที่มองการเยียวยาเป็นเพียงพิธีกรรม การจ่ายเงินชดเชยเล็กๆ น้อยๆ แต่โครงการต้องรับผิดชอบ ต่อต้นทุนทางสุขภาพ สิทธิมนุษยชน และคุณภาพชีวิตอย่างจริงจัง มีหลักการป้องกันความเสียหายที่จับต้องได้จริง และบังคับใช้ได้จริง’ นายอานันท์กล่าว

ชุมชนกังวล PM2.5-รถติด-อาคารสูงบังทิศลม

ด้านตัวแทนชาวบ้านในพื้นที่สุขุมวิท แสดงความกังวลต่อผลกระทบจากการก่อสร้างและการเปิดดำเนินงานของอาคารสูง โดยเฉพาะปัญหาฝุ่น PM2.5 เขม่าควัน และมลพิษจากการจราจร ว่าโครงการมีพื้นที่จอดรถมากกว่า 700 คัน และอาจเพิ่มภาระมลพิษให้กับพื้นที่ที่มีประชาชนอาศัยอยู่อย่างหนาแน่น

นอกจากนี้ กลุ่มเปราะบาง เช่น เด็ก ผู้สูงอายุ และผู้ป่วยในโรงพยาบาลโดยรอบ อาจได้รับผลกระทบมากเป็นพิเศษ เนื่องจากข้อมูลขององค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุว่ามลพิษทางอากาศส่งผลต่อสุขภาพของผู้ที่อาศัยอยู่ในรัศมี 1-2 กิโลเมตร

ขณะเดียวกัน การออกแบบอาคารอาจส่งผลต่อการไหลเวียนของลมตามธรรมชาติ ทำให้การระบายมลพิษในพื้นที่ทำได้ยากขึ้น จึงขอให้ผู้พัฒนาโครงการจัดทำแบบจำลองการไหลเวียนอากาศ และใช้แบบจำลองการคำนวณมลพิษจากการจราจรตามมาตรฐานของกรุงเทพมหานคร ก่อนเดินหน้าขั้นตอนต่อไป

แท็กที่เกี่ยวข้อง
สุขุมวิท
อานันท์ปันยารชุน



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'ปกรณ์' สั่งหน่วยงานใช้กม.นิรโทษกรรม รายงานผลใน 30 วัน
'ปกรณ์' สั่งหน่วยงานใช้กม.นิรโทษกรรม รายงานผลใน 30 วัน