News Logo
หน้าแรก
‘อบต.’หาหลังพิง ถามโยธาฯโคราช ชะลอสั่งรื้อ ‘แม็คโคร ปากช่อง’ ได้หรือไม

‘อบต.’หาหลังพิง ถามโยธาฯโคราช ชะลอสั่งรื้อ ‘แม็คโคร ปากช่อง’ ได้หรือไม

12 ก.ย. 2569 10:05
ผู้ชม 15 คน

'อบต.หนองน้ำแดง'หาหลังพิง ถามโยธาฯโคราชถึงแนวทางปฏิบัติตามคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดในคดี ‘แม็คโคร ปากช่อง’ ขอชะลอการสั่งรื้อถอนอาคารไว้ชั่วคราว เพื่อรอคำสั่งชี้ขาดการรับคดีใหม่ได้หรือไม่

 สำนักข่าว Next News รายงานเมื่อวันที่ 12 กันยายน 2569 ถึงกรณีที่ศาลปกครองสูงสุดมีคำพิพากษา 2 ครั้งคือเมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2566 และเมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2569 ในทำนองเดียวกันว่าให้นายกองค์การบริหารส่วนตำบล(อบต.) หนองน้ำแดง อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา มีคำสั่งให้เพิกถอนใบอนุญาตก่อสร้างอาคารและเพิกถอนใบรับรองการก่อสร้างห้างแม็คโคร สาขาปากช่อง จ.นครราชสีมา (บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) ) ส่วนที่เกิน 300 ตารางเมตร (ตร.ม.) จากพื้นที่ใช้สอยรวม 9,857 ตร.ม. แต่จนถึงปัจจุบันนายก อบต.ยังไม่มีคำสั่งให้รื้อถอน โดยอ้างว่าบริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้าฯ ยื่นศาลปกครองสูงสุดให้พิจารณาคดีใหม่ และยังไม่คำสั่งใดๆ ลงมา จึงรอให้ศาลพิจารณาให้เป็นที่สิ้นสุดเสียก่อน

  รายงานข่าวแจ้งว่า อย่างไรก็ตามสำนักงานปกครองนครราชสีมาได้ตอบข้อหารือนายคำรณ กนกชัชวาล นายกอบต.หนองน้ำแดงแล้วว่า คำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุดดังกล่าวย่อมเป็นที่สุด และผลแห่งคำพิพากษาย่อมทำให้ใบอนุญาตก่อสร้างอาคารดังกล่าวถูกเพิกถอนโดยไม่ต้องมีการบังคับคดี แม้ว่าบริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้าฯ จะยื่นคำขอให้พิจารณาคดีนี้ใหม่ก็ตาม แต่เมื่อศาลปกครองนครราชสีมายังไม่ได้มีคำสั่งเกี่ยวกับคำขอดังกล่าว คำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุดจึงย่อมมีผลผูกพันคู่กรณีที่จะต้องปฏิบัติตามคำบังคับนับแต่วันที่กำหนดในคำพิพากษาจนถึงวันที่คำพิพากษานั้นถูกเปลี่ยนแปลงแก้ไขกลับหรืองดเสีย

 รายงานข่าวแจ้งว่า อย่างไรก็ตามนายคำรณ กนกชัชวาล นายกอบต.หนองน้ำแดง ก็ยังทำหนังสือถึงโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดนครราชสีมา เพื่อหารือแนวทางปฏิบัติทางกฎหมายและลำดับขั้นตอนการออกคำสั่งทางปกครองในการบังคับตามคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุด

 หนังสือระบุว่า ด้วย อบต.หนองน้ำแดง ในฐานะเจ้าพนักงานท้องถิ่นตามพ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 อยู่ในระหว่างการพิจารณาออกคำสั่งทางปกครองให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุด คดีหมายเลขแดงที่ อส.12/2559 ซึ่งพิพากษาให้เพิกถอนใบอนุญาตก่อสร้างและใบรับรองการใช้อาคารเฉพาะส่วนที่เกิน 300 ตารางเมตร ย้อนหลังไปตั้งแต่วันออกใบอนุญาตและใบรับรองดังกล่าว และโดยที่ศาลปกครองสูงสุดมีข้อสังเกตในคำพิพากษาเกี่ยวกับการใช้อำนาจของเจ้าพนักงานท้องถิ่นตามมาตรา 40 มาตรา 41 และมาตรา 42 ร่วมกันแก่นิติบุคคลผู้ถูกฟ้องคดีที่ 3 (บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้าฯ)

 เพื่อให้การพิจารณาออกคำสั่งทางปกครองและการวางแนวปฏิบัติให้มีความถูกต้อง สมบูรณ์ และสอดคล้องตามกรอบของพ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539 และกฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมจังหวัดนครราชสีมา พ.ศ. 2560 ร่วมกันอย่างรัดกุม อบต.หนองน้ำแดง จึงใคร่ขอเรียนหารือข้อกฎหมายและแนวทางปฏิบัติใน 6 ประเด็นสำคัญ ดังต่อไปนี้

 ประเด็นที่ 1 สถานะทางกฎหมายและการสิ้นผลของใบอนุญาตก่อสร้าง ใบรับรองการก่อสร้าง และผลกระทบต่อใบอนุญาตเปลี่ยนการใช้อาคาร แบบ อ.5

 1.ผลของการเพิกถอนย้อนหลังของศาลปกครองสูงสุดในใบอนุญาตก่อสร้างและใบรับรองการก่อสร้างเฉพาะส่วนที่เกิน 300 ตารางเมตร ส่งผลให้ใบอนุญาตก่อสร้างและใบรับรองการก่อสร้างในส่วนเกินดังกล่าวนั้น สิ้นผลลงโดยสมบูรณ์ตามกฎหมายแล้วหรือไม่ และโครงสร้างอาคารส่วนที่เกิน 300 ตารางเมตร ตกเป็น "อาคารที่ก่อสร้างขึ้นโดยไม่มีใบอนุญาตรองรับมาตั้งแต่ต้น" หรือไม่อย่างไร

 2.ใบอนุญาตเปลี่ยนการใช้อาคาร แบบ อ.5 เลขที่ 001/2558 จะต้องสิ้นสุดผลหรือตกเป็นโมฆะตามใบอนุญาตก่อสร้างและใบรับรองที่ถูกเพิกถอนย้อนหลังดังกล่าวด้วยหรือไม่ เนื่องจากใบอนุญาต อ.5 ออกบนฐานโครงสร้างอาคารเดิมซึ่งบัดนี้ส่วนที่เกิน 300 ตารางเมตรไม่มีใบอนุญาตรองรับตามกฎหมายแล้ว และเจ้าพนักงานท้องถิ่นต้องออกคำสั่งเพิกถอนใบอนุญาตเปลี่ยนการใช้อาคาร แบบ อ.5 ในส่วนที่เกิน 300 ตารางเมตรนี้ด้วยหรือไม่

 ประเด็นที่ 2 แนวทางปฏิบัติในการออกคำสั่งทางปกครองที่ชอบด้วยกฎหมาย และการคุ้มครองสิทธิอันชอบธรรมของผู้ถูกฟ้องคดีที่ 3 ผู้รับคำสั่ง

 1.ในการออกคำสั่งทางปกครองที่เกี่ยวข้องกับอาคารส่วนเกิน เจ้าพนักงานท้องถิ่นจำเป็นต้องปฏิบัติตาม พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539 มาตรา 30 โดยจัดให้คู่กรณีได้รับการรับฟังชี้แจง และแสดงพยานหลักฐานก่อนออกคำสั่งระงับหรือคำสั่งแก้ไขปรับปรุงหรือไม่อย่างไร หรือกรณีนี้เข้าข้อยกเว้นที่ไม่ต้องฟังคู่กรณีเนื่องเป็นการบังคับคดีตามคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดอันเป็นกรณีเร่งด่วน

 2.เพื่อป้องกันข้อบกพร่องอันเป็นสาระสำคัญในการออกคำสั่งทางปกครองที่ออกขึ้นใหม่ เจ้าพนักงานท้องถิ่นจะต้องระบุรายละเอียดเกี่ยวกับสิทธิในการอุทธรณ์คำสั่ง กรอบระยะเวลา และช่องทางการยื่นอุทธรณ์ต่อคู่กรณีผู้รับคำสั่งอย่างไรให้ถูกต้องสมบูรณ์ตามกฎหมายวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง

 3.หากปรากฏผลการตรวจสอบว่าโครงสร้างอาคารเชื่อมโยงเป็นโครงสร้างเดียวกันทั้งหมด การออกคำสั่งบังคับการใด ๆ ที่อาจส่งผลกระทบเชิงโครงสร้างอย่างไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ต่ออาคารส่วนที่ไม่เกิน 300 ตารางเมตร เจ้าพนักงานท้องถิ่นจะมีแนวปฏิบัติในการบรรเทาความเสียหายทางกายภาพของโครงสร้างส่วนที่ชอบด้วยกฎหมายอย่างไร

 ประเด็นที่ 3 แนวทางปฏิบัติตามใช้อำนาจออกคำสั่งแก้ไขปรับปรุงอาคารตามมาตรา 41 ก่อนที่จะพิจารณาออกคำสั่งรื้อถอนอาคารตามมาตรา 42

 1.ในคดีนี้ ตามมาตรา 41 ที่จะต้องดำเนินการออกคำสั่งให้ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 3 ดำเนินการยื่นแบบแปลนและจัดทำแผนดัดแปลงแก้ไขอาคารส่วนเกินทางกายภาพให้สอดคล้องตามกฎหมายกำหนดเป็นลำดับแรก ก่อนที่จะพิจารณาออกคำสั่งรื้อถอนอาคารตามมาตรา 42 หรือไม่

 2.หากผู้ครอบครองอาคารประสงค์จะยื่นแบบแปลนการดัดแปลงทางกายภาพตามมาตรา 41 เพื่อเสนอการแบ่งแยก ตัดรื้อ หรือจำกัดส่วนพื้นที่ทางโครงสร้างให้สอดคล้องกับขนาดพื้นที่ใช้สอยตามขอบเขตคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุด เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีอำนาจในการพิจารณาตรวจสอบแบบดัดแปลงดังกล่าว พร้อมทั้งออกใบอนุญาตดัดแปลงอาคารหลังการแก้ไขปรับปรุงตามกรอบกฎหมายที่บังคับใช้อยู่ในปัจจุบันได้หรือไม่

 ประเด็นที่ 4 ขอบเขตและอำนาจการออกคำสั่งระงับการใช้อาคารตามมาตรา 40 เพื่อคุ้มครองสิทธิการใช้อาคารส่วนไม่เกิน 300 ตารางเมตร

 ในการออกคำสั่งระงับการใช้อาคารตามมาตรา 40 แห่งพ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีอำนาจออกคำสั่งระงับการใช้ "เฉพาะเจาะจงเฉพาะส่วนพื้นที่เกิน 300 ตารางเมตร" ซึ่งเป็นส่วนที่ใบอนุญาตถูกเพิกถอนย้อนหลัง โดยยกเว้นไม่ระงับการใช้ในส่วน 300 ตารางเมตรแรก เพื่อคุ้มครองสิทธิ์และเปิดโอกาสให้ผู้ครอบครองสามารถใช้อาคารในส่วนที่ไม่ผิดกฎหมายในระหว่างรอผลกับการดำเนินการปรับปรุงแก้ไขทางกายภาพตามมาตรา 41 ได้หรือไม่ หรือเจ้าพนักงานท้องถิ่นจำต้องสั่งระงับการใช้อาคารทั้งหลังโดยสิ้นเชิงเนื่องจากโครงสร้างทางกายภาพเชื่อมต่อเป็นหนึ่งเดียวกัน

 ประเด็นที่ 5 สถานะของใบอนุญาตเปลี่ยนการใช้อาคาร แบบ อ.5 ในช่วงสิ้นผลบังคับใช้ตามประกาศกรมโยธาธิการและผังเมือง เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์การใช้ประโยชน์ในทรัพย์สินเพื่อประโยชน์ในการวางและจัดทำผังเมืองรวมในท้องที่จังหวัดนครราชสีมา พ.ศ. 2555 และผลกระทบภายใต้กฎกระทรวงผังเมืองรวมจังหวัดนครราชสีมา พ.ศ. 2560

1. ใบอนุญาตเปลี่ยนการใช้อาคาร แบบ อ.5 เลขที่ 101/2558 ซึ่งจัดทำขึ้นเมื่อวันที่ 7 กันยายน 2558 ในช่วงสิ้นผลบังคับใช้ตามประกาศกรมโยธาธิการและผังเมือง เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์การใช้ประโยชน์ในทรัพย์สินเพื่อประโยชน์ในการวางและจัดทำผังเมืองรวมในท้องที่จังหวัดนครราชสีมา พ.ศ. 2555 ถือเป็นนิติกรรมทางปกครองที่ชอบด้วยกฎหมายในขณะที่มีการออกใบอนุญาตนั้น หรือไม่

 2.เมื่อกฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมจังหวัดนครราชสีมา พ.ศ. 2560 มีผลบังคับใช้ในภายหลัง ข้อจำกัดหรือบทบัญญัติทางผังเมืองในกฎกระทรวงผังเมืองรวม พ.ศ. 2560 มีผลบังคับย้อนหลังเป็นผลร้ายเพื่อลบล้าง เพิกถอน หรือจำกัดสิทธิเดิมในประโยชน์การใช้อาคารตามที่นิติบุคคลได้รับอนุญาตโดยชอบตามใบอนุญาต อ.5 ในอดีต หรือไม่อย่างไร และเจ้าพนักงานท้องถิ่นมีหน้าที่ในการรับรองความต่อเนื่องในการใช้ประโยชน์อาคารดังกล่าวตามหลักเกณฑ์ความไม่ย้อนหลังของกฎหมายผังเมืองหรือไม่

 ประเด็นที่ 6 ดุลพินิจในการชะลอการบังคับคำสั่งทางปกครองในระหว่างพิจารณาคดีใหม่ เพื่อคุ้มครองและบรรเทาความสุ่มเสี่ยงต่อความรับผิดทางละเมิดของรัฐ

 1.ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 3 ได้ยื่นคำขอพิจารณาคดีใหม่ต่อศาลปกครองนครราชสีมา แม้กฎหมายคดีปกครองจะมิได้กำหนดให้การยื่นคำขอพิจารณาคดีใหม่เป็นเหตุให้ทุเลาการบังคับคดีในทันที แต่หากเจ้าพนักงานท้องถิ่นเร่งรัดออกคำสั่งและบังคับใช้มาตรการรื้อถอนทางกายภาพจนอาคารได้รับความเสียหายอย่างไม่อาจกลับคืนสู่สภาพเดิมได้ แล้วภายหลังปรากฏว่าศาลปกครองมีคำสั่งรับคำขอพิจารณาคดีใหม่และพิพากษากลับย่อมก่อให้เกิดมูลค่าความเสียหายและนำไปสู่การฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายต่อรัฐ ในระหว่างห้วงเวลาที่ศาลปกครองอยู่ในกระบวนพิจารณาคำขอพิจารณาคดีใหม่ของผู้ถูกฟ้องคดีที่ 3 เพื่อป้องกันความเสียหายอันไม่อาจแก้ไขเยียวยาได้ต่อทรัพย์สิน และหลีกเลี่ยงความสุ่มเสี่ยงเชิงคดีความรับผิดทางละเมิดของรัฐตามพ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539 เจ้าพนักงานท้องถิ่นสามารถพิจารณาใช้อำนาจชะลอขั้นตอน "การสั่งรื้อถอนอาคารตามมาตรา 42" ไว้ชั่วคราว เพื่อรอฟังคำสั่งชี้ขาดการรับคดีใหม่ของศาลปกครองได้หรือไม่

 2.การที่เจ้าพนักงานท้องถิ่น เลือกใช้วิธีปฏิบัติตามขั้นตอนโดยออกคำสั่งระงับใช้ มาตรา 40 และสั่งดัดแปลงแก้ไข มาตรา 41 เป็นขั้นตอนหลักทันทีตามหน้าที่บังคับคดี และชะลอการใช้มาตรการทางกายภาพขั้นสุดท้ายคือการสั่งรื้อถอนตามมาตรา 42 ไว้ก่อน ถือเป็นการปฏิบัติหน้าที่บังคับการตามคำพิพากษาด้วยความสุจริต รอบคอบ และเหมาะสมตามกรอบกฎหมายปกครองแล้ว ใช่หรือไม่

  “อบต.หนองน้ำแดง จึงใคร่ขอความอนุเคราะห์จากโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดนครราชสีมาในการพิจารณาวินิจฉัยและให้คำแนะนำแนวทางปฏิบัติ เพื่อเจ้าพนักงานท้องถิ่นจะได้นำไปถือปฏิบัติโดยชอบด้วยกฎหมายและรักษาหลักนิติธรรมสูงสุดต่อไป”หนังสือจากนายก อบต.หนองน้ำแดงระบุ

แท็กที่เกี่ยวข้อง



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

‘ราชินี’ทรงเป็นองค์ประธานที่ปรึกษามูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง(ภาฯ)ยามยาก
‘ราชินี’ทรงเป็นองค์ประธานที่ปรึกษามูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง(ภาฯ)ยามยาก