News Logo
หน้าแรก
บก.ป.บุกค้นบ้านสีกาเอ๋! ยึดทรัพย์ 9.6 ล้าน โยงคดีหลวงพ่อโชติโกงเงินวัด

บก.ป.บุกค้นบ้านสีกาเอ๋! ยึดทรัพย์ 9.6 ล้าน โยงคดีหลวงพ่อโชติโกงเงินวัด

10 ก.ย. 2569 19:20
ผู้ชม 194 คน

บก.ป.บุกรวบ "หลวงพ่ออติโชติ" เจ้าอาวาสดังอยุธยา พร้อมสีกาคนสนิท ยักยอกเงินวัดกว่า 92 ล้าน โอนให้หญิงสาว หลักฐานมัดแน่น! แอบเสพเมถุนในกุฏิ CIB จนท.พาจับสึก ขยายผลอายัดทรัพย์ ดำเนินคดีฟอกเงิน ล่าสุดยึด 9.6 ล้านจากบ้านสีกา เจ้าตัวยังปฏิเสธ

สำนักข่าว Next News รายงานความคืบหน้าการจับกุม พระวชิโรภาส (อติโชติ ธมฺมวโร) หรือที่รู้จักกันในนาม ‘หลวงพ่อโชติ’ อดีตพระครูภาวนาภัทรคุณ และอดีตเจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ พระอารามหลวง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา อายุ 66 ปี ซึ่งถูกจับกุมในข้อหาฟอกเงิน และเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ โดยในช่วงเย็นของวันที่ 10 กันยายน 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจกองกำกับการ 1 กองบังคับการปราบปราม (สว.กก.1 บก.ป.) ภายใต้การนำของ พ.ต.ท. เรืองวิทย์ ดวงจินดา ได้นำกำลังเข้าตรวจค้นบ้านพักแห่งหนึ่งในจังหวัดปทุมธานี ซึ่งเป็นบ้านพักของ น.ส.ปุณยวีร์ รุ่งเรือง หรือ ‘สีกาเอ๋’ อายุ 47 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ ภาค 1 ที่ออกเมื่อวันที่ 8 กันยายน 2569 การตรวจค้นครั้งนี้เป็นผลสืบเนื่องจากการออกหมายจับในข้อหาที่ครอบคลุมความผิดฐานสนับสนุนเจ้าพนักงานในการเบียดบังทรัพย์สินของรัฐโดยทุจริต, สนับสนุนให้มีการปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด และการสมคบกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงิน.

จากการตรวจค้นบ้านพักของ น.ส.ปุณยวีร์ เจ้าหน้าที่สามารถยึดและอายัดทรัพย์สินสำคัญได้หลายรายการ รวมมูลค่าประเมินเบื้องต้นกว่า 9.6 ล้านบาท ทรัพย์สินที่ตรวจยึดได้ประกอบด้วย พระเครื่องเนื้อทองคำจำนวน 35 องค์, ทองคำแท่งและทองรูปพรรณน้ำหนักรวม 90 บาท ซึ่งมีมูลค่าประมาณ 6,037,470 บาท และเงินสดจำนวน 3,592,300 บาท นอกจากนี้ ยังพบอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และเอกสารสำคัญที่เกี่ยวข้องกับการทำธุรกรรมอีกจำนวนมาก อาทิ โทรศัพท์มือถือ 3 เครื่อง, ไอแพด 1 เครื่อง, โฉนดที่ดิน 2 ฉบับ, สมุดบัญชีธนาคาร 7 เล่ม, สัญญาซื้อขายที่ดิน, เอกสารการลงทุน 18 รายการ, กรมธรรม์สุขภาพ 1 ฉบับ, ใบรับประกันและใบซื้อขายทองคำรวม 13 ใบ ตลอดจนสลากออมสิน 4 ใบ ในวันเดียวกันนั้น เจ้าหน้าที่ยังได้ขยายผลเข้าตรวจค้นบ้านพักบริเวณใกล้เคียงในพื้นที่เดียวกันอีกแห่งหนึ่ง แต่เบื้องต้นไม่พบสิ่งของผิดกฎหมายหรือทรัพย์สินที่ต้องตรวจยึดเพิ่มเติมแต่อย่างใด.

ก่อนหน้านี้ ในช่วงเช้าของวันที่ 10 กันยายน 2569 เวลาประมาณ 06.00 น. กำลังเจ้าหน้าที่จากกองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) ภายใต้การสั่งการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ผบช.ก.) และ พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ ผู้บังคับการปราบปราม (ผบก.ป.) ได้นำกำลังเข้าจับกุมนายอติโชติฯ หรือ ‘หลวงพ่อโชติ’ ภายในกุฎิวัดพุทไธศวรรย์ ในพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา การจับกุมเป็นไปตามหมายจับศาลอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ ภาค 1 ในข้อหาเป็นเจ้าพนักงานเบียดบังทรัพย์สิน, ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และสมคบกันฟอกเงิน การดำเนินการครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากมีผู้ร้องเรียนพฤติการณ์ของพระวชิโรภาส หรือ นายอติโชติฯ ว่ามีการยักย้ายถ่ายโอนเงินของวัดไปให้สีกาคนสนิทเป็นมูลค่ารวมกว่า 92 ล้านบาท. นายอติโชติฯ นั้นเป็นที่รู้จักในฐานะต้นตำรับเหรียญเหนือดวงองค์พ่อจตุคาม.

ต่อมาในวันเดียวกัน เวลาประมาณ 12.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นิมนต์พระวชิโรภาส (ประดิษฐ์ ฐานิโก) รองเจ้าคณะจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และเจ้าคณะอำเภอพระนครศรีอยุธยา พร้อมจัดเตรียมชุดขาว เพื่อเข้าประกอบพิธีลาสิกขาให้นายอติโชติฯ ภายในโบสถ์ของวัด พิธีใช้เวลาประมาณ 30 นาที ก่อนที่นายอติโชติฯ จะถูกนำตัวออกจากโบสถ์ภายใต้การควบคุมของตำรวจอย่างใกล้ชิด เพื่อนำตัวไปดำเนินสอบสวนต่อที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) การสืบสวนลับของตำรวจกองปราบปรามเผยให้เห็นพฤติการณ์ของนายอติโชติฯ ในการเบียดบังเงินวัดไปเป็นของตนเอง และนำเงินที่ได้ไปมอบให้กับ น.ส.ปุณยวีร์ฯ สีกาคนสนิท เพื่อเปลี่ยนแปลงสภาพและอำพรางในชื่อของบุคคลอื่น ตลอดระยะเวลากว่า 2 ปี มีการออกใบอนุโมทนาบัตรในนามวัดโดยมิชอบกว่า 20 รายการ รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 92 ล้านบาท.

นอกจากนี้ ในขณะเข้าจับกุม เจ้าหน้าที่ยังตรวจสอบกล้องวงจรปิดภายในกุฏิ และสามารถบันทึกภาพนายอติโชติฯ กำลังหยอกล้อเกี้ยวพาราสีกับสีกาคนสนิท รวมถึงมีการเสพเมถุนอย่างโจ่งครึ่ม ซึ่งเป็นการกระทำที่ผิดวินัยสงฆ์และกฎหมายอย่างชัดเจน ทั้งนายอติโชติฯ และ น.ส.ปุณยวีร์ฯ ถูกนำตัวเข้าสอบปากคำที่กองปราบปรามเพื่อขยายผลการดำเนินคดีและเตรียมอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องต่อไป

ในส่วนของ น.ส.ปุณยวีร์ รุ่งเรือง ผู้ต้องหาคนสำคัญอีกราย ในช่วงบ่ายของวันที่ 10 กันยายน 2569 เวลา 13.20 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจกองกำกับการ 1 กองบังคับการปราบปราม ได้ควบคุมตัว น.ส.ปุณยวีร์ฯ อายุ 47 ปี สีกาคนสนิทของนายอติโชติฯ ซึ่งถูกระบุในหมายจับศาลอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ ภาค 1 ที่ 30/2569 ลงวันที่ 8 กันยายน 2569 ในข้อหา "สนับสนุนเจ้าพนักงานเบียดบังทรัพย์ฯ, สนับสนุนเจ้าพนักงานปฏิบัติ/ละเว้นหน้าที่โดยมิชอบหรือทุจริตฯ, สนับสนุนเจ้าพนักงานของรัฐปฏิบัติ/ละเว้นโดยมิชอบ และสมคบฟอกเงินและร่วมกันฟอกเงิน" น.ส.ปุณยวีร์ฯ ถูกนำขึ้นรถตู้สีขาวเพื่อไปสอบปากคำเพิ่มเติมที่กองปราบปราม ระหว่างการควบคุมตัว น.ส.ปุณยวีร์ฯ มีใบหน้าเรียบเฉย สวมเสื้อยืดสีน้ำตาล กางเกงขายาวสีดำ เมื่อผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามว่ารู้สึกผิดกับเรื่องที่เกิดขึ้นหรือไม่ หรืออยากจะพูดอะไรกับสังคม แต่ น.ส.ปุณยวีร์ฯ กลับรีบเดินขึ้นไปยังตึกชั้น 3 ซึ่งเป็นที่ทำการของ กก.1 บก.ป. โดยไม่ได้ให้สัมภาษณ์ใดๆ.

นอกจากนี้ ตำรวจกองปราบปรามยังได้ควบคุมตัว นายเชษฐา นินสุขุม ไวยาวัจกรวัดพุทไธศวรรย์ เพื่อสอบปากคำอย่างเข้มข้นเช่นกัน ทันทีที่รถตู้ของเจ้าหน้าที่มาถึงกองบังคับการปราบปราม ได้ขับวนเข้าไปยังบริเวณด้านหลังอาคาร ก่อนที่ตำรวจจะควบคุมตัวนายเชษฐาลงจากรถและนำขึ้นลิฟต์เพื่อสอบปากคำทันที ระหว่างการควบคุมตัว ผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามถึงสาเหตุของการถูกควบคุมตัว รวมถึงความเกี่ยวข้องกับอดีตเจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ แต่นายเชษฐามีสีหน้าเรียบเฉยและปฏิเสธที่จะตอบคำถามใดๆ ก่อนถูกนำตัวเข้าไปภายในอาคาร

พร้อมกันนี้ น.ส.ปุณยวีร์ฯ อายุ 47 ปี สีกาคนสนิทของนายอติโชติฯ ก็ถูกจับกุมในข้อหาสนับสนุนการเบียดบังทรัพย์ฯ สนับสนุนการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และสมคบฟอกเงินและร่วมกันฟอกเงิน การจับกุมทั้งคู่เป็นไปตามหมายจับศาลอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ ภาค 1 ซึ่งออกเมื่อวันที่ 8 กันยายน 2569

จากการสืบสวนลับของตำรวจกองปราบปราม พบพฤติการณ์ของนายอติโชติฯ มีการเบียดบังเงินวัดไปเป็นของตนเอง และนำเงินที่ได้ไปมอบให้กับ น.ส.ปุณยวีร์ฯ สีกาคนสนิท เพื่อเปลี่ยนแปลงสภาพและอำพรางในชื่อของบุคคลอื่น โดยในห้วงเวลากว่า 2 ปี มีการออกใบอนุโมทนาบัตรในนามวัดโดยมิชอบกว่า 20 รายการ รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 92 ล้านบาท นอกจากนี้ ขณะเข้าจับกุม เจ้าหน้าที่ยังได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดภายในกุฏิ และสามารถบันทึกภาพนายอติโชติฯ กำลังหยอกล้อเกี้ยวพาราสีกับสีกาคนสนิท รวมถึงมีการเสพเมถุนอย่างโจ๋งครึ่ม ซึ่งเป็นการกระทำที่ผิดวินัยสงฆ์และกฎหมายอย่างชัดเจน ทั้งนายอติโชติฯ และ น.ส.ปุณยวีร์ฯ ถูกนำตัวเข้าสอบปากคำที่กองปราบปรามเพื่อขยายผลการดำเนินคดีและเตรียมอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องต่อไป

แท็กที่เกี่ยวข้อง
ยักยอกเงินวัด



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ชัดให้ อบต.ดำเนินการกับแม็คโคร ปากช่อง ไม่ต้องรอคำสั่งขอพิจารณาคดีใหม่
ชัดให้ อบต.ดำเนินการกับแม็คโคร ปากช่อง ไม่ต้องรอคำสั่งขอพิจารณาคดีใหม่