นิด้าโพลเผยคน 3 จชต. ชี้ชัด "งบประมาณ" ต้นเหตุความไม่สงบสูงสุด 35.73% "นโยบายบกพร่อง" ทำป้องกันเหตุล้มเหลว 40.82% ประชาชนมอง "ทุนเทา" พัวพัน 30.36% หนุนสร้างสถานการณ์ก่อนพูดคุยสันติสุข เรียกร้องภาครัฐเร่งแก้โครงสร้าง-ประสานงาน หลังพบเจ้าหน้าที่ "ประมาท" 34.27%
สำนักข่าว Next News รายงานว่าเมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 2569 ศูนย์สำรวจความคิดเห็น "นิด้าโพล" ได้เผยผลสำรวจล่าสุดเกี่ยวกับความคิดเห็นของประชาชนในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้แก่ นราธิวาส ปัตตานี และยะลา ต่อเหตุการณ์ความไม่สงบที่เกิดขึ้น โดยทำการสำรวจระหว่างวันที่ 25-27 สิงหาคม 2569 จากกลุ่มตัวอย่าง 1,100 คนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป พบว่าประชาชนส่วนใหญ่เชื่อว่าปัญหาความไม่สงบที่เกิดขึ้นนั้นมีสาเหตุมาจากปัจจัยหลายประการ และยังชี้ให้เห็นถึงข้อบกพร่องที่ทำให้เจ้าหน้าที่ไม่สามารถป้องกันเหตุการณ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
จากการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนต่อเหตุการณ์ความไม่สงบที่เกิดขึ้นล่าสุด ประชาชนมองว่าสาเหตุหลักที่เกี่ยวข้องกับงบประมาณในพื้นที่ สูงถึงร้อยละ 35.73 โดยเฉพาะในจังหวัดนราธิวาสที่มีมุมมองนี้มากที่สุดถึงร้อยละ 44.80 รองลงมาคือเรื่องของกลุ่มทุนเทา เช่น ยาเสพติด การค้าของเถื่อน และมาเฟียเรียกค่าคุ้มครอง ซึ่งคิดเป็นร้อยละ 30.36 และความไม่พอใจการปราบปรามที่เข้มงวดของภาครัฐในช่วงที่ผ่านมา คิดเป็นร้อยละ 29.64 นอกจากนี้ ยังมีมุมมองว่าเกี่ยวข้องกับการเมืองส่วนท้องถิ่น ร้อยละ 27.64 และเป็นการสร้างสถานการณ์ก่อนการพูดคุยสันติสุขจะเริ่มต้นเร็วๆ นี้ ร้อยละ 27.64 เช่นกัน
เมื่อสอบถามถึงสาเหตุที่ทำให้ไม่สามารถป้องกันเหตุการณ์ความไม่สงบที่เกิดขึ้นได้ ประชาชนส่วนใหญ่ชี้ว่าเกิดจากข้อบกพร่องในนโยบาย ยุทธศาสตร์ และทิศทางในการแก้ไขปัญหา 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ คิดเป็นร้อยละ 40.82 โดยเฉพาะในจังหวัดนราธิวาสที่เห็นด้วยกับประเด็นนี้มากที่สุดถึงร้อยละ 46.88 อีกหนึ่งสาเหตุสำคัญคือการไม่มีประสิทธิภาพในการประสานงานระหว่างหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง คิดเป็นร้อยละ 39.91 นอกจากนี้ ความประมาทของเจ้าหน้าที่ก็เป็นปัจจัยสำคัญที่ร้อยละ 34.27 ตามมาด้วยข้อบกพร่องในงานด้านการข่าว ร้อยละ 29.73 และการที่ผู้ก่อความไม่สงบกระจายตัวอยู่ในหลายพื้นที่ ทำให้ยากต่อการป้องกัน ร้อยละ 29.36
ผลสำรวจยังระบุถึงสาเหตุอื่นๆ ที่ทำให้การป้องกันเป็นไปได้ยาก เช่น การบังคับใช้กฎหมายที่ประนีประนอมมากเกินไป ร้อยละ 18.82 และการขาดความร่วมมือจากภาคประชาชน ร้อยละ 18.09 ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความซับซ้อนของปัญหาที่ต้องการการแก้ไขอย่างบูรณาการและจริงจังจากทุกภาคส่วน





