“เมื่อนายไตรรัตน์ เป็นประธานบอร์ด กนอ.แล้ว จึงมีคำถามตามมาว่า จะเกิดกรณีทำนองเดียวกับการเคหะแห่งชาติ(กคช.) หรือไม่ ที่ กสทช.เตรียมเคาะงบประมาณ USO ให้กับ กคช. 1,455 ล้านบาท เนื่องจากนายไตรรัตน์ ก็เป็นบอร์ด กคช.เช่นกัน”
คณะรัฐมนตรี(ครม.) เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2569 มีมติอนุมัติตามที่กระทรวงอุตสาหกรรม เสนอแต่งตั้งประธานกรรมการและกรรมการอื่นในคณะกรรมการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) จำนวน 10 ราย เพื่อทดแทนประธานกรรมการและกรรมการอื่นเดิมที่พ้นจากตำแหน่งก่อนครบวาระ เนื่องจากขอลาออกทั้งคณะ โดยหนึ่งในนั้นคือ นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รองเลขาธิการ รักษาการแทน เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) นั่งเป็นประธานธรรมการ ‘กนอ.’
หลายคนแปลกใจว่า นายไตรัตน์ มานั่งเป็นประธานบอร์ด กนอ.ได้อย่างไร เดิมทีนั้นนายไตรรัตน์ มีชื่อที่จะเป็นกรรมการ กนอ.อยู่แล้ว โดยทางทีมงานของนายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ที่คุ้นเคยกับนายไตรรัตน์ได้ติดต่อให้มาเป็นบอร์ด กนอ. และทาบทามอดีตผู้ว่าฯคนหนึ่งมาเป็นประธานบอร์ด กนอ. แต่ปรากฏว่าเกิดปัญหาทางเทคนิค ที่อดีตผู้ว่าฯคนดังกล่าวไม่สามารถมารับตำแหน่งได้ จึงดันให้นายไตรรัตน์ ขึ้นเป็นประธานบอร์ด กนอ.แทน
อย่างไรก็ตาม เมื่อนายไตรรัตน์ เป็นประธานบอร์ด กนอ.แล้ว จึงมีคำถามตามมาว่า จะเกิดกรณีทำนองเดียวกับการเคหะแห่งชาติ(กคช.) หรือไม่ ที่ กสทช.เตรียมเคาะงบประมาณโครงการจัดให้มีบริการโทรคมนาคมพื้นฐานโดยทั่วถึงและบริการเพื่อสังคม หรือ ยูโซ (Universal Service Obligation : USO)
ให้กับ กคช. 1,455 ล้านบาท เนื่องจากนายไตรรัตน์ ก็เป็นบอร์ด กคช.เช่นกัน
ทั้งนี้ ขอบเขตภารกิจโครงการ USO เป็นไปตาม
พ.ร.บ.การประกอบกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2544 และที่แก้ไขเพิ่มเติมโดยคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 8/2562 เรื่อง มาตรการแก้ไขปัญหาความต่อเนื่องของกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ รวมทั้งการขยายบริการโทรคมนาคมเพื่อประโยชน์ด้านความมั่นคงและประโยชน์สาธารณะของประเทศ ลงวันที่ 8 กรกฎาคม 2562
มาตรา 17 ให้คณะกรรมการมีหน้าที่จัดให้มีบริการโทรคมนาคมพื้นฐานโดยทั่วถึง และให้มีอำนาจกำหนดให้ผู้รับใบอนุญาตต้องจัดให้มีบริการโทรคมนาคมดังต่อไปนี้ด้วย
(1) จัดให้มีบริการโทรคมนาคมในพื้นที่ชนบท หรือพื้นที่ที่มีผลตอบแทนการลงทุนต่ำ หรือท้องที่หนึ่งท้องที่ใดที่ยังไม่มีผู้ให้บริการหรือมีแต่ไม่ทั่วถึงหรือไม่เพียงพอแก่ความต้องการของผู้ใช้บริการในท้องที่นั้น
(2) จัดให้มีบริการโทรคมนาคมสำหรับสถานศึกษา ศาสนสถาน สถานพยาบาล และหน่วยงานอื่นที่ให้ความช่วยเหลือแก่สังคม
(3) จัดให้มีบริการโทรคมนาคมสาธารณะในบางลักษณะหรือบางประเภทตามที่คณะกรรมการกำหนดแก่ผู้มีรายได้น้อย
(4) จัดให้มีการให้บริการอำนวยความสะดวกในการใช้บริการโทรคมนาคมสาธารณะสำหรับคนพิการ เด็ก คนชรา และผู้ด้อยโอกาสในสังคม
(5) จัดให้มีการดำเนินการที่เกี่ยวข้องกับกิจการโทรคมนาคมเพื่อประโยชน์ด้านความมั่นคงหรือประโยชน์สาธารณะ
สำหรับกรอบวงเงินงบประมาณภายใต้แผน USO ฉบับที่ 4 ระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2566 - 2570) มี 5 ยุทธศาสตร์ วงเงิน 4 หมื่นล้านบาท ดังนี้
-ยุทธศาสตร์ที่ 1 บริการโทรคมนาคมพื้นฐานเพื่อสนับสนุนบริการการศึกษา กรอบวงเงินงบประมาณ 11,353 ล้านบาท
กลยุทธ์ที่ 1 ขยายความครอบคลุมและประสิทธิภาพโครงข่ายโทรคมนาคมและจัดให้มีบริการอินเทอร์เน็ต
กลยุทธ์ที่ 2 เพิ่มการเข้าถึงการเรียนรู้ผ่านระบบโทรคมนาคม
-ยุทธศาสตร์ที่ 2 บริการโทรคมนาคมพื้นฐานเพื่อสนับสนุนบริการสาธารณสุข กรอบวงเงินงบประมาณ 5,270 ล้านบาท
กลยุทธ์ที่ 1 ขยายความครอบคลุมและประสิทธิภาพโครงข่ายโทรคมนาคมและจัดให้มีบริการอินเทอร์เน็ต
กลยุทธ์ที่ 2 เพิ่มการเข้าถึงบริการสาธารณสุขผ่านระบบโทรคมนาคม
-ยุทธศาสตร์ที่ 3 บริการโทรคมนาคมพื้นฐานเพื่อคนพิการและผู้ด้อยโอกาสในสังคม กรอบวงเงินงบประมาณ 5,270 ล้านบาท
กลยุทธ์ที่ 1 ขยายความครอบคลุมและประสิทธิภาพโครงข่ายโทรคมนาคมและจัดให้มีบริการอินเทอร์เน็ต
กลยุทธ์ที่ 2 จัดให้มีบริการอำนวยความสะดวกในการใช้บริการโทรคมนาคมแก่กลุ่มเป้าหมาย
-ยุทธศาสตร์ที่ 4 บริการโทรคมนาคมพื้นฐานเพื่อประโยชน์สาธารณะ กรอบวงเงินงบประมาณ 11,353 ล้านบาท
กลยุทธ์ที่ 1 ขยายความครอบคลุมและประสิทธิภาพโครงข่ายโทรคมนาคมและจัดให้มีบริการอินเทอร์เน็ต
กลยุทธ์ที่ 2 เพิ่มการเข้าถึงภารกิจของหน่วยงานภาครัฐและหน่วยงานบริการประชาชนในกิจกรรมที่ไม่แสวงหากำไร
-ยุทธศาสตร์ที่ 5 บริการโทรคมนาคมพื้นฐานเพื่อความมั่นคง กรอบวงเงินงบประมาณ 6,754 ล้านบาท
กลยุทธ์ที่ 1 ขยายความครอบคลุมและประสิทธิภาพโครงข่ายโทรคมนาคมและจัดให้มีบริการอินเทอร์เน็ต
กลยุทธ์ที่ 2 จัดให้มีบริการโทรคมนาคมเพื่อความมั่นคง เหตุฉุกเฉิน ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน
นอกจากนี้ สำนักงาน กสทช. เสนอโครงการการจัดให้มีบริการโทรคมนาคมพื้นฐานโดยทั่วถึงและบริการเพื่อสังคม ภายใต้แผน USO ฉบับที่ 4 (เพิ่มเติม) จำนวน 11 โครงการ วงเงิน 18,583 ล้านบาท ดังนี้
-Connext ED วงเงิน 6,631 ล้านบาท
-กระทรวงมหาดไทย 5,507 ล้านบาท
-กองทัพ 4,500 ล้านบาท
-การเคหะแห่งชาติ 1,455 ล้านบาท
-สำนักงาน กสทช. 490 ล้านบาท
ทั้งนี้ ในการประชุม กสทช. ครั้งที่ 23/2569 (ต่อเนื่อง) วันที่ 5-6 สิงหาคม 2569 วาระ 4.16 โครงการการจัดให้มีบริการโทรคมนาคมพื้นฐานโดยทั่วถึงและบริการเพื่อสังคม ภายใต้แผน USO ฉบับที่ 4 ระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2566 - 2570) (เพิ่มเติม) จำนวน 11 โครงการดังกล่าว
แต่การประชุม กสทช.ในวันดังกล่าวต้องล่มลง เนื่องจาก กสทช.ส่วนหนึ่งไม่ขอร่วมประชุมทำให้องค์ประชุมไม่ครบ เพราะเกรงว่าจะผิดกฎหมาย เนื่องจากคณะกรรมการสรรหา กสทช. มีมติเป็นเอกฉันท์ว่า นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธาน กสทช.มีคุณสมบัติต้องห้าม ต้องสละสิทธิการเป็น กสทช.ตั้งแต่ต้น จากนั้นการประชุม กสทช.ก็ล่มมาโดยตลอด
อย่างไรก็ตาม นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รองเลขาธิการ รักษาการแทนเลขาธิการ กสทช. ได้ทำหนังสือเมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2569 ถึง กสทช. แจ้งนัดประชุม กสทช. ประจำเดือนกันยายน 2569 รวม 4 ครั้ง
โดยระบุว่า ด้วยระเบียบ กสทช. ว่าด้วยข้อบังคับการประชุม กสทช. กำหนดให้ในการนัดประชุมต้องทำเป็นหนังสือ โดยการนัดประชุมให้นัดล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 7 วัน ในการนี้ ประธาน กสทช. จึงกำหนดให้มีการประชุม กสทช. ประจำเดือนกันยายน 2569 จำนวน 4 ครั้ง ดังนี้
วันพุธที่ 2 และวันพฤหัสบดีที่ 3 กันยายน 2569 (ต่อเนื่อง)
วันพุธที่ 9 และวันพฤหัสบดีที่ 10 กันยายน 2569 (ต่อเนื่อง)
วันพุธที่ 16 และวันพฤหัสบดีที่ 17 กันยายน 2569 (ต่อเนื่อง)
วันพุธที่ 23 กันยายน 2569
ทั้งนี้ หนึ่งในวาระที่ค้างอยู่ คือการพิจารณา โครงการ ภายใต้แผน USO (เพิ่มเติม) 11 โครงการดังกล่าว และหนึ่งในโครงการนั้น การจัดสรรเงินให้กับการเคหะแห่งชาติ 1,455 ล้านบาท ที่นายไตรรัตน์ เป็นบอร์ด กคช.ด้วย
ดังนั้น เมื่อนายไตรรัตน์ ได้รับการแต่งตั้งเป็นประธานบอร์ดการนิคมฯ หลายฝ่ายจึงจับตาดูว่าในอนาคตจะมีการจัดสรรเงินภายใต้แผน USO ให้กับ กนอ. เหมือนกับที่จัดให้กับ กคช.หรือไม่




