News Logo
หน้าแรก
'ทวี' ฉะโกงสอบตลกร้าย ผู้ต้องหานั่งเป็น พงส. ชี้ กสถ.ความผิดสำเร็จแล้ว

'ทวี' ฉะโกงสอบตลกร้าย ผู้ต้องหานั่งเป็น พงส. ชี้ กสถ.ความผิดสำเร็จแล้ว

17 ก.ค. 2569 14:45
ผู้ชม 79 คน

'ทวี' เผยกรณีโกงสอบท้องถิ่น หน่วยงานแรกที่ต้องได้รับการตรวจสอบคือ กสถ. เหตุมีการประกาศผลสอบเท็จ เข้าข่ายละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ พร้อมฉะการปล่อยให้ กสถ. เข้ามาตรวจสอบตนเอง เปรียบเสมือนการเล่นละครที่ส่งเสริมให้ผู้กระทำผิดอยู่เหนือกฎหมาย

เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2569 พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง สส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคประชาชาติ ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กถึงกรณีการทุจริตสอบท้องถิ่น มูลค่า 4,500 ล้านบาท โดยระบุว่า คณะกรรมการกลางพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) ทั้ง 19 คน ควรได้รับการตรวจสอบเป็นลำดับแรก เนื่องจากเป็นหน่วยงานที่มีหน้าที่และอำนาจโดยตรงในการอนุมัติหรือกำหนดให้ประกาศรายชื่อที่มีความผิดปกติกว่า 5,814 รายชื่อ ดังนั้น การที่ กสถ. เข้ามามีบทบาทในการตรวจสอบเรื่องนี้เสียเอง ย่อมสร้างความเคลือบแคลงสงสัยต่อความเป็นกลางของกระบวนการตรวจสอบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ 

พ.ต.อ.ทวี ระบุว่า ในฐานะที่เป็นหนึ่งในคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน ได้มีผู้ร้องเรียนให้ตรวจสอบกรณีการทุจริตการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุเป็นข้าราชการองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น แต่เมื่อพิจารณาข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายแล้ว สิ่งที่เกิดขึ้นในขณะนี้ทำให้ประชาชนอดตั้งคำถามไม่ได้ว่ากำลังมีการ 'เล่นละคร' ให้ประชาชนดูหรือไม่

ข้อเท็จจริงที่ปรากฏคือ คะแนนสอบที่ถูกต้องยังคงอยู่กับมหาวิทยาลัยผู้รับจ้างจัดสอบ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นก็ยืนยันว่าคะแนนที่จัดเก็บไว้ในหน่วยงานถูกต้องเช่นกัน แต่ผลสอบที่ คณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) ประกาศต่อสาธารณะ กลับมีรายชื่อผู้ที่ได้คะแนนต่ำกว่าเกณฑ์หรือสอบไม่ผ่าน ถูกเพิ่มเข้าไปในบัญชีผู้สอบแข่งขันได้จำนวน 5,814 ราย และบุคคลเหล่านี้ได้ถูกบรรจุแต่งตั้งเป็นข้าราชการท้องถิ่นเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

พ.ต.อ.ทวี ระบุต่อว่า การกระทำดังกล่าว หากข้อเท็จจริงเป็นไปตามที่ปรากฏ ย่อมไม่ใช่เพียงความผิดพลาดทางธุรการ แต่เป็นการกระทำที่ทำให้ความผิดอาญาหลายฐาน สำเร็จลงแล้ว ตั้งแต่วันที่มีการประกาศผลสอบและนำผลดังกล่าวไปใช้บรรจุแต่งตั้ง ดังนั้น คำถามสำคัญคือ ใครเป็นผู้มีอำนาจและหน้าที่ในการอนุมัติหรือสั่งการให้ประกาศผลสอบดังกล่าว

ทั้งนี้ ตามพระราชบัญญัติระเบียบบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2542 และคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 8/2560 ลงวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2560 ได้กำหนดให้ คณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) เป็นผู้ดำเนินการสอบแข่งขันทั้งหมด

โดย กสถ. ประกอบด้วยกรรมการ 19 คน ประกอบไปด้วย กรรมการโดยตำแหน่ง 6 คน ได้แก่ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เลขาธิการ ก.พ. ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ อธิบดีกรมบัญชีกลาง และอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ผู้ทรงคุณวุฒิ 6 คน ซึ่งคัดเลือกจากคณะกรรมการกลางของ อบจ. เทศบาล และ อบต. ผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 6 คน และรองอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นที่อธิบดีมอบหมาย เป็นกรรมการและเลขานุการ รวมเป็น 19 คน ให้เลขานุการ กสถ. จัดให้มีการประชุมเพื่อคัดเลือกกรรมการคนหนึ่ง เป็นประธาน ซึ่งในกฎหมายได้กำหนดให้ กสถ. มีอำนาจหน้าที่ดำเนินการสอบแข่งขัน กำหนดหลักสูตร วิธีการสอบ คุณสมบัติผู้สมัคร เกณฑ์การตัดสิน การขึ้นบัญชี การยกเลิกบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ และการอื่นใดที่เกี่ยวข้องทั้งหมด

พ.ต.อ.ทวี ระบุด้วยว่า ในขอบเขตงาน (TOR) ได้เขียนไว้อย่างชัดเจนว่า ข้อ 4.12.11 ให้ผู้รับจ้าง จัดทำบัญชีประกาศรายชื่อผู้สอบแข่งขันได้ตามที่ กสถ. กำหนด และข้อ 4.12.12 ให้ ประชาสัมพันธ์ประกาศขึ้นบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ในเว็บไซต์ ตามที่ กสถ. กำหนด

ดังนั้น หากผู้รับจ้างไม่มีอำนาจกำหนดรายชื่อผู้สอบแข่งขันได้เอง แต่ต้องดำเนินการตามที่ กสถ. กำหนดทุกประการ ตามข้อมูลปลายปี 2568-ต้นปี 2569 เป็นช่วงที่มีการจัดสอบภาค ก และภาค ข วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2569 กสถ. ประกาศผลสอบแข่งขันและขึ้นบัญชีผู้สอบผ่านอย่างเป็นทางการ (ซึ่งมีรายชื่อผิดปกติต้องเพิกถอน 5,814 คน ที่เป็นความผิดสำเร็จ) จนกระทั่งวันที่ 22 มิถุนายน 2569 เจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. และตำรวจ บก.ปปป.บุกเข้าตรวจค้นแหล่งแก้ไขคะแนนที่จังหวัดนนทบุรี ภายหลังประกาศผลสอบไปแล้วประมาณ 4 เดือน 

หากมีการนำข้อมูลอันเป็นเท็จ หรือมีการปลอมแปลงคะแนนสอบ จนทำให้มีผู้สอบไม่ผ่านจำนวน 5,814 ราย ถูกประกาศให้สอบผ่านและได้รับการบรรจุเป็นข้าราชการแล้ว ผู้ที่ควรถูกตรวจสอบก่อน ย่อมเป็นผู้ที่มีหน้าที่และอำนาจโดยตรงในการอนุมัติหรือกำหนดให้ประกาศรายชื่อดังกล่าว ซึ่งก็คือ คณะกรรมการ กสถ. ทั้ง 19 คน

พ.ต.อ.ทวี ระบุต่อไปว่า การกระทำดังกล่าวอาจเข้าข่ายความผิดในหลายข้อกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็น ความผิดฐานปลอมและใช้เอกสารราชการปลอม ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 265 และมาตรา 268 ความผิดฐานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามมาตรา 157

ความผิดฐานนำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ตามมาตรา 14 แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ รวมทั้งความผิดอาญาอื่นที่เกี่ยวข้อง เช่น ความผิดเกี่ยวกับการรับสินบน หากมีพยานหลักฐานรองรับ

นอกจากนี้ ยังอาจต้องมีการตรวจสอบความรับผิดทั้งทางอาญา ทางแพ่ง และทางวินัย เนื่องจากเป็นกรณีที่มีลักษณะเป็นการกระทำเป็นขบวนการ ส่งผลกระทบต่อการบรรจุข้าราชการท้องถิ่นทั่วประเทศ จึงเป็นหน้าที่ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่จะต้องสืบสวนขยายผลให้ปรากฏข้อเท็จจริง และดำเนินคดีโดยไม่ละเว้นหรือเลือกปฏิบัติ อย่าให้สังคมเห็นว่ามีผู้มีอำนาจหรือผู้มีอิทธิพลทางการเมืองอยู่เบื้องหลัง

ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อข้อเท็จจริง หลักฐาน และข้อกฎหมายปรากฏชัดเจนเช่นนี้ สังคมย่อมคาดหวังให้รัฐบาลจัดให้มีกระบวนการตรวจสอบที่เป็นอิสระ โปร่งใส และปราศจากข้อสงสัยเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน แต่การแต่งตั้งบุคคลที่ดำรงตำแหน่งใน กสถ. ให้เข้ามามีบทบาทในการสอบสวนเรื่องนี้เสียเอง ย่อมทำให้สังคมตั้งคำถามถึงความเหมาะสมและความเป็นกลางของกระบวนการตรวจสอบ 

“การทุจริตสอบท้องถิ่นเหมือนดูละครเรื่องเมื่อผู้ต้องหาเป็นพนักงานสอบสวน หากเป็นเช่นนั้นจริง สังคมจะตั้งคำถามว่า ผู้ที่อยู่ในข่ายถูกกล่าวหาสามารถยืนอยู่เหนือกระบวนการยุติธรรมและเหนือกฎหมายได้ เช่นนั้นหรือ ช่างเป็นความตลกร้ายที่ทำให้คนไทยขำไม่ออก” พ.ต.อ.ทวีระบุ

TTW ทุจริตสอบท้องถิ่น-01

-1-

แท็กที่เกี่ยวข้อง



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ป.ป.ช. จับมือ กมธ.งบฯ ยกระดับระบบติดตามคดี เปิดเผยข้อมูลโปร่งใส
ป.ป.ช. จับมือ กมธ.งบฯ ยกระดับระบบติดตามคดี เปิดเผยข้อมูลโปร่งใส