News Logo
หน้าแรก
ตร.ทลายเครือข่ายนอมินีต่างชาติเกาะพะงันเฟส 2 ยึดที่ดินกว่า 200 ล.

ตร.ทลายเครือข่ายนอมินีต่างชาติเกาะพะงันเฟส 2 ยึดที่ดินกว่า 200 ล.

23 พ.ค. 2569 21:51
ผู้ชม 16 คน

ตร.ทลายเครือข่ายนอมินีต่างชาติเกาะพะงัน เฟส 2 ยึดที่ดินเฉียด 100 ไร่ มูลค่ากว่า 200 ล้าน-รองผบ.ตร. สั่งขยายผลถอนรากถอนโคนทั่วประเทศ

สำนักข่าว Next News รายงานว่า เมื่อวันที่ 23 พ.ค. 2569 พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามคนร้ายข้ามชาติและเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย (ผอ.ศปชก.ตร.) พร้อมด้วย พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผู้บัญชาการประจำ สำนักงาน ผบ.ตร. และนายบันดาล สถิรชวาล รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจและชุดเฉพาะกิจสำนักงานตำรวจแห่งชาติกว่า 300 นาย เปิดปฏิบัติการ “ทลายนอมินีเกาะพะงัน เฟส 2” เพื่อกวาดล้างกลุ่มทุนต่างชาติที่ใช้คนไทยบังหน้าในการทำธุรกิจและถือครองที่ดินโดยผิดกฎหมาย แย่งอาชีพคนไทยตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล

พล.ต.ท.นพศิลป์ เปิดเผยว่า ปฏิบัติการครั้งนี้เป็นการขยายผลต่อเนื่องจากเมื่อวันที่ 13 พฤษภาคมที่ผ่านมา ชุดเฉพาะกิจได้เปิดปฏิบัติการ ทลายเครือข่ายนอมินีเกาะพะงัน เฟส 1โดยมุ่งเป้าไปที่กลุ่มต้นน้ำและกลางน้ำ ซึ่งเป็นบริษัทกฎหมาย สำนักงานบัญชี และบริษัทตัวแทนจดทะเบียน โดยพบพฤติการณ์สวมสิทธิ์นำชื่อคนไทยที่เป็นผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือพนักงานในเครือมาถือหุ้นแทน และใช้บ้านเลขที่เดียวกันจดทะเบียนบริษัทต่างชาติกว่า 100 บริษัท ซึ่งในเฟสแรกสามารถดำเนินคดีได้ 37 คดี ยึดที่ดินตรวจสอบ 36 แปลง มูลค่า 150 ล้านบาท

จากการปูพรมตรวจค้นในพื้นที่อำเภอเกาะพงัน เจ้าหน้าที่สามารถสรุปผลการปฏิบัติการและจำแนกกลุ่มเม็ดเงินความเสียหายได้ดังนี้

กลุ่มที่ 1 ตรวจพบ 32 บริษัท มีพฤติการณ์ใช้ชื่อคนไทยถือหุ้นแทนเพื่ออำพรางการครอบครองที่ดิน 45 แปลง (เนื้อที่กว่า 40 ไร่) สามารถจับกุมผู้ต้องหาชาวต่างชาติได้ 22 คน รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 200 ล้านบาท จุดตรวจค้นสำคัญ บริษัท เอฟบี พร็อพเพอร์ตี้ส์ จำกัด (โยคะ เฮ้าส์) พบชายสัญชาติอิสราเอลเป็นเจ้าของที่แท้จริง แต่ใช้ชื่อคนไทยถือหุ้นบังหน้า ถือครองที่ดินเกินตัวถึง 8 แปลง (ประมาณ 7.5 ไร่) มูลค่ากว่า 60 ล้านบาท ทั้งยังลักลอบเปิดธุรกิจโรงแรมโดยไม่ได้รับอนุญาต

กลุ่มที่ 2 ตรวจพบ 32 บริษัท ที่มีสัดส่วนคนต่างชาติถือหุ้นมากกว่าคนไทย ครอบครองที่ดิน 38 แปลง (เนื้อที่กว่า 38 ไร่) ซึ่งส่วนใหญ่เป็นที่ดินว่างเปล่า เจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจค้นแล้ว 21 บริษัท เพื่อรวบรวมหลักฐานและเชิญผู้เกี่ยวข้องมาสอบปากคำเพิ่มเชิงลึก

พล.ต.อ.สำราญ เปิดเผยว่า ปัญหานี้เป็นปัญหาที่สะสมมาตั้งแต่ปี 2567 ซึ่งทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้รับนโยบายตรงจากนายกรัฐมนตรี และ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร ผบ.ตร. ให้ดำเนินการขั้นเด็ดขาด โดยย้ำว่าประเทศไทยยินดีต้อนรับนักท่องเที่ยวและนักลงทุนต่างชาติที่เข้ามาอย่างถูกต้องตามกฎหมาย แต่จะไม่ยอมให้กลุ่มทุนสีเทาเข้ามาแย่งอาชีพคนไทย หรือยึดครองที่ดินสาธารณะและชายหาดซึ่งเป็นสมบัติของชาติ

“หลังจากนี้ ตำรวจจะประชุมร่วมกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า พาณิชย์จังหวัด และกรมที่ดิน เพื่อตรวจสอบเส้นทางการเงินอย่างถอนรากถอนโคน พร้อมทั้งตรวจสอบในเชิงลึกว่ามีเจ้าหน้าที่รัฐคอยให้การช่วยเหลือหรือเกี่ยวข้องกับขบวนการนี้หรือไม่ เพื่อรายงานต่อนายกรัฐมนตรีต่อไป โดยยืนยันว่าการบังคับใช้กฎหมายครั้งนี้จะทำอย่างเคร่งครัด ทั่วถึงทุกแหล่งท่องเที่ยวทั่วประเทศ และไม่ให้กระทบต่อภาพรวมการท่องเที่ยวของประชาชนในพื้นที่อย่างแน่นอน” พล.ต.อ.สำราญ กล่าวทิ้งท้าย

แท็กที่เกี่ยวข้อง



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

นายกฯ หารือ UNESCO ดัน 'ชุดไทย' สู่มรดกภูมิปัญญาวัฒนธรรมของมนุษยชาติ
นายกฯ หารือ UNESCO ดัน 'ชุดไทย' สู่มรดกภูมิปัญญาวัฒนธรรมของมนุษยชาติ