ตร.คุมตัวคนขับรถไฟ-พนักงานกั้นรถไฟฝากขัง พร้อมแจ้งข้อหาคนขับรถเมล์ หลังอุบัติเหตุรถไฟชนรถเมล์เสียชีวิต 8 ราย เร่งจำลองสถานการณ์ เผยผลตรวจคนขับรถไฟพบสารเสพติดแต่ยังคงนิ่งเงียบ ไม่ตอบคำถามสื่อ ขณะพนักงานกั้นฯ ยกมือไหว้ขอโทษ ยันทำตามขั้นตอน ด้าน จนท.ค้านประกันตัว เหตุเพราะเป็นคดีมีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก
สำนักข่าว Next News รายงานว่าเมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2569 พล.ต.ต.วรศักดิ์ พิสิษฐบรรณกร ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 1 (ผบก.น.1) เปิดเผยถึงความคืบหน้าทางคดี กรณีอุบัติเหตุขบวนรถไฟขนสินค้าพุ่งชนรถโดยสารประจำทางปรับอากาศ (ปอ.206) ใกล้เคียงสถานีรถไฟแอร์พอร์ตเรลลิงก์มักกะสัน ถนนอโศก-ดินแดง แขวงมักกะสัน เขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคมที่ผ่านมา ซึ่งส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 8 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก โดยขณะนี้ได้แจ้งข้อกล่าวหาแล้ว 3 คน ได้แก่ คนขับรถไฟ พนักงานไม่กั้นรถไฟ และคนขับรถเมล์
ในส่วนของแนวทางการสืบสวน พล.ต.ต.วรศักดิ์ระบุว่า วันนี้ จะสั่งการให้ชุดสืบสวนลงพื้นที่จำลองสถานการณ์ตั้งแต่ต้นทางถึงจุดเกิดเหตุ และบันทึกคลิปวิดีโอ เพื่อตรวจสอบว่าหากปฏิบัติหน้าที่ตามปกติจะสามารถมองเห็นไฟในระยะเท่าใด รวมถึงจะตรวจสอบว่ามีจุดตัดในลักษณะเดียวกันนี้กี่แยกตลอดเส้นทาง เพื่อนำมาพิจารณาประกอบการดำเนินคดีในข้อหาประมาทกับคนขับรถไฟและพนักงานไม้กั้น หากพบว่ามีหน้าที่แต่ไม่ได้ปฏิบัติตามหน้าที่ นอกจากนี้ ยังจะพิจารณาข้อหาเพิ่มเติมตาม พ.ร.บ.การเดินรถทางราง และ พ.ร.บ.การจราจรทางบก เพื่อให้สำนวนคดีเกิดความรัดกุมมากยิ่งขึ้น พร้อมกันนี้จะมีการเชิญเจ้าหน้าที่รถไฟส่วนการควบคุมการเดินรถมาสอบปากคำด้วย
สำหรับความคืบหน้าล่าสุด พนักงานสอบสวน สน.มักกะสัน ได้นัดหมายควบคุมตัว นายสยมพร อายุ 46 ปี คนขับรถไฟ และนายอุเทน เจ้าหน้าที่ให้อาณัติสัญญาณ หรือคนโบกธง ซึ่งถูกตั้งข้อหากระทำการโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายและได้รับบาดเจ็บสาหัส ไปฝากขังที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก
ระหว่างควบคุมตัวขึ้นรถควบคุมผู้ต้องหา นายอุเทน พนักงานควบคุมไม้กั้น ได้ยกมือไหว้ขอโทษครอบครัวผู้เสียชีวิต และยอมรับว่ารู้สึกผิดกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่ยืนยันว่าไม่ได้ประมาท และอ้างว่าได้ปฏิบัติตามขั้นตอนทุกอย่าง ทั้งการโบกธงแดง การยืนกดปุ่มให้ไม้กั้นลง และการแจ้งเตือนให้คนขับรถไฟหยุดรถแล้ว อย่างไรก็ตาม เมื่อผู้สื่อข่าวสอบถามว่าได้พูดคุยกับคนขับรถไฟหลังเกิดเหตุหรือไม่ นายอุเทนปฏิเสธที่จะตอบคำถามและรีบขึ้นรถไป
ขณะที่ตำรวจได้ควบคุมตัวนายสยมพร คนขับรถไฟออกมา โดยพบว่าเจ้าตัวสวมหน้ากากอนามัยและก้มหน้าตลอดเวลา ไม่ตอบคำถามของผู้สื่อข่าวแม้แต่คำเดียว ผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามในหลายประเด็น ทั้งเหตุผลที่ไม่หยุดรถไฟ การมองเห็นสัญญาณไฟหรือสัญญาณธง การปฏิเสธว่าไม่ได้ประมาท รวมถึงข้อสงสัยเรื่องการเสพยาเสพติดก่อนปฏิบัติหน้าที่ หลังผลตรวจพบสารเสพติดในร่างกาย และถามถึงสติสัมปชัญญะขณะขับรถไฟ รวมถึงความต้องการกล่าวขอโทษครอบครัวผู้เสียชีวิต แต่ นายสยมพรยังคงนิ่งเงียบ ไม่ตอบคำถามใดๆ โดยผู้สื่อข่าวสังเกตเห็นว่าแววตาของนายสยมพรมีลักษณะแดงก่ำและสีหน้าเคร่งเครียดอย่างเห็นได้ชัด ก่อนที่รถควบคุมผู้ต้องหาจะเดินทางออกจาก สน.มักกะสัน ไปยังศาลอาญาทันที
ทั้งนี้ พนักงานสอบสวนได้คัดค้านการประกันตัวผู้ต้องหาทั้งสองคน ทั้งในชั้นสอบสวนและชั้นศาล เนื่องจากคดีมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก อีกทั้งยังเป็นคดีที่อยู่ในความสนใจของประชาชนและสังคมอย่างกว้างขวาง
ขณะที่ฝั่งพนักงานขับรถเมล์ ขสมก. คือ นายลาพิศ (สงวนนามสกุล) ซึ่งได้รับบาดเจ็บสาหัสและถูกไฟคลอก ปัจจุบันยังคงนอนพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล ประกอบกับแพทย์ได้ตรวจเลือดในระหว่างการรักษาตัวแล้ว ผลการตรวจไม่พบสารเสพติดในร่างกาย โดยทางตำรวจระบุว่ายังไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหาในขณะนี้ โดยจะต้องรอให้อาการบาดเจ็บทุเลาลงจนสามารถให้การได้ จึงจะเข้าสอบปากคำ เพื่อพิจารณาแจ้งข้อหา
ทั้งนี้ คาดว่านายลาพิศจะถูกแจ้งข้อหาเดียวกันกับนายสยมพร ในข้อหา ประมาททำให้ผู้อื่นเสียชีวิตและทรัพย์สินเสียหาย




