News Logo
หน้าแรก
ศาลปค.รับคดีบ.สแกนม่านตาแลกคริปโตฟ้องPDPC สั่งลบข้อมูล 1.2 ล้านคน

ศาลปค.รับคดีบ.สแกนม่านตาแลกคริปโตฟ้องPDPC สั่งลบข้อมูล 1.2 ล้านคน

21 เม.ย. 2569 14:14
ผู้ชม 579 คน
googleตั้ง Next News เป็นข่าวโปรดบน Google

ศาลปกครองกลางรับคดีบริษัทสแกนม่านตาแลกคริปโต ฟ้อง PDPC ปมคำสั่งลบข้อมูล 1.2 ล้านราย กระทำการโดยไม่ชอบด้วยกม.

สำนักข่าว Next News รายงานว่า เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2569 ศาลปกครองกลาง มีคำสั่งรับฟ้องคดีที่ บริษัท ทูลส์ ฟอร์ ฮิวแมนนิตี้ คอร์ปอเรชั่น (Tools for Humanity Corporation) ที่ 1 กับพวกรวม 2 คน ยื่นฟ้องคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญ (คณะที่ 2) สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) หรือ PDPC กรณีข้อพิพาทเกี่ยวกับการที่หน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐกระทำการโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย

สำหรับ บริษัท ทูลส์ ฟอร์ ฮิวแมนนิตี้ คอร์ปอเรชั่น เคยปรากฏข่าว ในช่วงเดือนพฤศจิกายน 2568 ถูกสั่งระงับการสแกนม่านตาแลกเหรียญคริปโต จากกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หลังจากคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญ คณะที่ 2 สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) หรือ PDPC ได้พิจารณารายละเอียดธุรกิจ ‘สแกนม่านตาแลกเหรียญคริปโต’ ซึ่งมีลักษณะเป็นการเก็บรวบรวมข้อมูลม่านตา ซึ่งเป็นข้อมูลส่วนบุคคลประเภท ‘ข้อมูลชีวภาพ’ รวมถึงพยานหลักฐาน และคำชี้แจงของผู้ให้บริการธุรกิจดังกล่าว พบว่า การขอความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อเก็บรวบรวม ‘ข้อมูลชีวภาพ’ ซึ่งเป็นข้อมูลส่วนบุคคลประเภทข้อมูลอ่อนไหว มิได้ดำเนินการตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนดกล่าวคือ ผู้ให้บริการได้ใช้วิธีจูงใจประชาชนด้วยการมอบเหรียญคริปโตเคอเรนซีเป็นค่าตอบแทน เพื่อแลกกับการให้ความยินยอมในการเก็บรวบรวมข้อมูลม่านตา ซึ่งถือได้ว่าเป็นการขอความยินยอมที่ไม่เป็นไปโดยอิสระตามที่กฎหมายกำหนด

นอกจากนั้น การแจ้งวัตถุประสงค์ในขั้นตอนการขอความยินยอมแจ้งว่าเพื่อยืนยันความเป็นมนุษย์เท่านั้น แต่จากการตรวจสอบพบว่า ผู้เคยสแกนม่านตาไปแล้วไม่สามารถสแกนซ้ำได้ จึงชี้ให้เห็นว่าการดำเนินการดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อยืนยันตัวบุคคลที่สแกนไปแล้วด้วย การใช้ข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวจึงเกินขอบเขตวัตถุประสงค์ที่ขอความยินยอมตั้งแต่แรก

พร้อมแจ้งคำสั่งทางปกครอง ให้ผู้ให้บริการและบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการเก็บข้อมูลม่านตา ระงับหรืองดการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลในรูปแบบการสแกนม่านตาเพื่อรับเหรียญคริปโตเคอเรนซีเพิ่มเติมโดยทันที และรายงานผลการดำเนินการดังกล่าวต่อ สคส. ภายใน 7 วัน และ ลบทำลายข้อมูลม่านตาและข้อมูลส่วนบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้องของประชาชนจำนวน 1.2 ล้านคนทั้งหมด เพื่อป้องกันการโอนย้ายถ่ายเทข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวไปยังต่างประเทศ โดยไม่ถูกกฎหมาย

การมีคำสั่งให้ดำเนินการดังกล่าว เป็นไปเพื่อคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของประชาชนที่รั่วไหล และไม่ให้นำเอาข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวไปใช้โดยไม่ถูกต้อง ซึ่งอาจนำไปสู่การซื้อขาย หรือใช้ประโยชน์ทางพาณิชย์โดยไม่ถูกต้อง ซึ่งคำวินิจฉัยของคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญ คณะที่ 2 เป็นไปตามกรอบกฎหมายของพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (PDPA) และเป็นไปตามมาตรการสากล

พ.ต.อ. สุรพงษ์ เปล่งขำ เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ยืนยันว่า การมีคำสั่งให้ดำเนินการดังกล่าว เป็นไปเพื่อคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของประชาชนที่รั่วไหล และไม่ให้นำเอาข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวไปใช้โดยไม่ถูกต้อง ซึ่งอาจนำไปสู่การซื้อขาย หรือใช้ประโยชน์ทางพาณิชย์โดยไม่ถูกต้อง ซึ่งคำวินิจฉัยของคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญ คณะที่ 2 เป็นไปตามกรอบกฎหมายของพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (PDPA) และเป็นไปตามมาตรการสากล

ขณะที่ นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เคยให้ข้อมูลยืนยันว่า กลุ่มบริษัทที่นำเข้าโครงการสแกนม่านตา มีความเชื่อมโยงกับกลุ่มทุน Prime Opportunity Fund VCC ที่ทำ MOU กับกระทรวงดีอี ทั้งในแง่ตัวบุคคลและการลงทุน รวมถึงชื่อบริษัทที่มีความสัมพันธ์กับโครงการ TIDC (Thailand International Digital Business & Finance Centre) ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับ นายเบน สมิธ นักธุรกิจชาวต่างชาติชื่อดัว และมีคำสั่งให้ยกเลิก MOU ไปแล้ว

แท็กที่เกี่ยวข้อง
ศาลปกครอง
บ.สแกนม่านตาแลกคริปโตฟ้องPDPC
สแกนม่านตาแลกเหรียญคริปโต
PDPC
PDPA

ก

ก

ก



ก

ก

ก

section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ผู้ว่าธปท.ย้ำลุยสกัดเงินเทา-คอร์รัปชั่น จ่อคุมอี-เพย์เมนต์พนันออนไลน์
ผู้ว่าธปท.ย้ำลุยสกัดเงินเทา-คอร์รัปชั่น จ่อคุมอี-เพย์เมนต์พนันออนไลน์