ป.ป.ช. ร่วมกำลัง 9 หน่วยงานประชุมบูรณาการบังคับใช้กฎหมาย แก้ความเสี่ยงทุจริตด้านทรัพยากร-สิ่งแวดล้อม-ใช้จ่ายงบประมาณเพื่อการจัดการภัยพิบัติ
สำนักข่าว Next News รายงานว่า เมื่อวันที่ 10 เมษายน 2569 นายสุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ในฐานะโฆษกสำนักงาน ป.ป.ช. แถลงต่อสื่อมวลชนว่า สำนักงาน ป.ป.ช. ได้จัดการประชุมหารือร่วมกับผู้แทนจากหน่วยงานต่าง ๆ ได้แก่ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงอุตสาหกรรม กรมป่าไม้ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กรมโรงงานอุตสาหกรรม กรมควบคุมมลพิษ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ณ ห้องนนทบุรี 1 อาคาร 4 สำนักงาน ป.ป.ช. ถนนนนทบุรี ตำบลท่าทราย อำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อ “บูรณาการความร่วมมือในการบังคับใช้กฎหมาย” และปิดช่องว่างความเสี่ยงที่อาจนำไปสู่การทุจริตในมิติทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และภัยพิบัติอย่างเป็นระบบ
การประชุมดังกล่าว ได้มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างหน่วยงานเกี่ยวกับสภาพปัญหา และข้อร้องเรียนที่พบบ่อยไม่ว่าจะเป็นการบุกรุกพื้นที่ป่าและอุทยานแห่งชาติ ตลอดจนพื้นที่ชายฝั่งและป่าชายเลน รวมทั้งการลักลอบทิ้งกากอุตสาหกรรมไปจนถึงปัญหาเรื่องมลพิษ ไฟป่า และฝุ่นควัน ที่กำลังทวีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้น และส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนทั้งในระยะสั้นและระยะยาว รวมทั้งการใช้จ่ายงบประมาณเพื่อการจัดการภัยพิบัติ โดยเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. เน้นย้ำว่าปัญหาเหล่านี้มักมีความเชื่อมโยงกับการทุจริตหรือปล่อยปละละเลยการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐ จึงต้องมีการบูรณาการระหว่างหน่วยงานเพื่อกำกับติดตาม และผลักดันการบังคับใช้กฎหมายสำคัญ อาทิ พระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. 2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม พระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484 และที่แก้ไขเพิ่มเติม และพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2562 ให้เกิดผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นรูปธรรม
นายสุรพงษ์ กล่าวว่า ที่ผ่านมา คณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้เสนอมาตรการป้องกันการทุจริตที่เกี่ยวข้องกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) ตามมาตรา 32 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 หลายกรณี เช่น มาตรการป้องกันการทุจริตเกี่ยวกับการบริหารจัดการอุทยานแห่งชาติ (มติ ครม. 7 พฤษภาคม 2562) มาตรการป้องกันการทุจริตเกี่ยวกับการใช้ประโยชน์ในที่ดินของรัฐโดยมิชอบ กรณีปัญหาการบุกรุกและการใช้ประโยชน์ในที่ดินป่าไม้ (มติ ครม. 28 มิถุนายน 2565) ข้อเสนอแนะเพื่อป้องกันการทุจริต กรณีศึกษาการกำกับดูแลและตรวจสอบโรงงานกำจัดกากอุตสาหกรรมของกรมโรงงานอุตสาหกรรม (มติ ครม. 21 ตุลาคม 2568) เป็นต้น
“การประชุมครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญที่จะยกระดับการทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานตรวจสอบและหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนว่า ทรัพยากรของชาติและสิ่งแวดล้อม รวมทั้งการใช้จ่ายงบประมาณภัยพิบัติจะได้รับการดูแลอย่างโปร่งใส โดยมีการบังคับใช้กฎหมายที่เข้มงวดและมีประสิทธิภาพ” นายสุรพงษ์ กล่าว
ภายหลังการประชุมเสร็จสิ้นนายสุรพงษ์ตอบคำถามของสื่อมวลชน เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าความคืบหน้าเรื่อง E-Ticket ของกรมอุทยานเป็นอย่างไร
นายสุรพงษ์ ตอบว่า เท่าที่ทราบก็มีการดำเนินการไปแล้ว ทางป.ป.ช.ก็รับเรื่องมาตรวจสอบเบื้องต้น
เมื่อถามว่าทราบหรือไม่ว่าตอนนี้กรมอุทยานใช้ E-Ticket กี่แห่ง
นายสุรพงษ์ ตอบว่า ที่ประชุมในวันนี้ยังไม่ได้คุยเรื่องนี้กัน แต่มีการหารือว่าระบบ E-Ticket ที่ใช้อยู่ยังไม่สมบูรณ์
ผู้สื่อข่าวรายงานข้อมูลเพิ่มเติมว่า สำรับระบบ E-Ticket ของกรมอุทยาน มีที่มาจากการเปลี่ยนระบบฉีกตั๋วและรับเงินสด ในการขายบัตรเพื่อเข้าชมอุทยานแห่งชาติ ที่มีช่องโหว่ที่นำไปสู่การทุจริต โดยเมื่อปี 2562 ป.ป.ช. ตรวจสอบการจัดเก็บรายได้อุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา – หมู่เกาะพีพี พบว่ามีการเวียนเทียนตั๋วเข้าชมอุทยานฯ จนทำให้การนำส่งเงินรายได้ผิดปกติ มาเป็นระบบจัดเก็บตั๋วผ่านอิเล็กทรอนิกส์ (E-Ticket )




