รมว.ยธ.ยอมรับ น้ำมันหายจริง สั่ง DSI เร่งคดี คาด 1-2 วัน ตัวเลขความเสียหายชัดเจน เตรียมสอบเรือขนส่งน้ำมัน 96 เที่ยว อาจมีพฤติการณ์แล่นซ้ำหลายครั้ง จ่อเรียก พี.ซี. สยามปิโตรเลียม ชี้แจงอีกรอบ
สำนักข่าว Next News รายงานว่าเมื่อวันที่ 6 เมษายน 2569 พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ได้เปิดเผยหลังการประชุมร่วมกับคณะพนักงานสืบสวนคลี่คลายคดีกักตุนน้ำมันที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) โดยกล่าวยืนยันพบการกระทำความผิดและน้ำมันหายไปอย่างแน่นอน พร้อมสั่งการให้เร่งรัดคดีให้เร็วที่สุด โดยระบุว่า แม้จะเป็นวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ ดีเอสไอก็ยังคงทำงานเพื่อรวบรวมข้อมูลอย่างไม่หยุดพักเพื่อนำมาใช้วิเคราะห์ในวันนี้ และคาดการณ์ว่าภายใน 1-2 วันนี้ จะมีตัวเลขความเสียหายที่ชัดเจนยิ่งขึ้น โดยข้อมูลตัวเลข 57 ล้านลิตรที่เคยแถลงไปนั้นเป็นข้อมูล ณ วันที่ 3 เมษายน 2569 แต่ยังไม่แน่ชัดว่าเป็นตัวเลขของน้ำมันที่หายไปจริงหรือไม่ ดังนั้นตนจึงได้กำชับให้เจ้าหน้าที่รวบรวมข้อมูลให้ครบถ้วนก่อน เพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดจากการเร่งรีบสรุปข้อมูลมากเกินไป
ดีเอสไอเดินหน้าสอบสวนเชิงลึก ประสานข้อมูลหลายหน่วยงาน
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมระบุว่า การประชุมเพื่อติดตามความคืบหน้าของคดีในวันนี้ ตั้งแต่เวลา 09.00 น.-11.00 น.เป็นที่น่าพึงพอใจ โดยได้รับฟังการชี้แจงจากอธิบดีดีเอสไอและคณะทำงาน ซึ่งได้รวบรวมข้อมูลจากหลายหน่วยงาน อาทิ กรมสรรพสามิต กรมธุรกิจพลังงาน และกรมการขนส่งทางบก เพื่อนำมาวิเคราะห์อย่างละเอียด นอกจากนี้ ดีเอสไอได้จัดตั้งวอร์รูมเพื่อดำเนินการสอบสวนเบื้องต้นแล้ว
พล.ต.ท.รุทธพล กล่าวอีกว่า ทางกระทรวงยุติธรรมพร้อมประสานข้อมูลหากดีเอสไอต้องการสนับสนุนในการประกอบสำนวนคดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรณีที่สำนักงานพาณิชย์จังหวัดสุราษฎร์ธานีได้แจ้งความดำเนินคดีกับตำรวจในเรื่องการกักตุนน้ำมัน ซึ่งข้อมูลดังกล่าวก็ได้ถูกนำมารวมและหารือในการประชุมด้วยเช่นกัน โดยมีแนวทางว่าหากพบการกระทำความผิดที่เชื่อมโยงกันในเรื่องนี้ จะรวบรวมทั้งหมดมาเป็นคดีพิเศษ เพื่อให้เป็นแนวทางเดียวกันในการดำเนินการ
เตรียมเรียก 'พี.ซี. สยามปิโตรเลียม' ชี้แจงอีกครั้ง
พล.ต.ท.รุทธพล กล่าวถึงขั้นตอนการตรวจสอบเส้นทางการขนส่งน้ำมันที่หายไป ว่าได้สั่งการให้ตรวจสอบจำนวนเรือทั้งหมดที่ใช้ในการขนส่งน้ำมันใน 96 เที่ยวอย่างละเอียด เนื่องจากบางลำอาจมีการวิ่งซ้ำหลายครั้ง เพื่อไขข้อข้องใจว่าในจำนวนเที่ยวเรือดังกล่าว มีเรือทั้งหมดกี่ลำที่ถูกนำมาใช้ พร้อมกันนี้ ได้มีการนำข้อมูลจากศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (ศรชล.) มาประกอบการหารือและสืบสวน เพื่อระบุปลายทางของน้ำมันที่หายไป
เมื่อถามถึงกรณีที่บริษัท พี.ซี. สยามปิโตรเลียม จำกัด ได้ออกมาชี้แจงว่าไม่ได้กักตุนน้ำมันและดำเนินการทุกอย่างตามขั้นตอนนั้น พล.ต.ท.รุทธพล ยืนยันว่าเมื่อมีการตั้งเป็นคดีสืบสวนแล้ว พนักงานสอบสวนมีอำนาจที่จะเรียกบริษัทเข้ามาสอบปากคำได้ทันที โดยแม้บริษัทจะชี้แจงว่าไม่ได้กักตุน แต่สิ่งสำคัญคือจะต้องยึดตามพยานหลักฐานและข้อกฎหมายเป็นหลักในการดำเนินการต่อไป และจะมีการเรียกบริษัทมาชี้แจงข้อเท็จจริงอีกครั้ง ส่วนการรับเป็นคดีพิเศษนั้น คาดว่าจะมีการประชุมคณะกรรมการคดีพิเศษร่วมกับผู้ทรงคุณวุฒิอีกครั้งในภายหลัง เพื่อพิจารณาอย่างรอบคอบต่อไป




