News Logo
หน้าแรก
ตร.เผยพบคลัง 6 แห่งกักตุนน้ำมัน-DSI ชี้เข้าข่ายคดีพิเศษ

ตร.เผยพบคลัง 6 แห่งกักตุนน้ำมัน-DSI ชี้เข้าข่ายคดีพิเศษ

4 เม.ย. 2569 13:10
ผู้ชม 83 คน

'พล.ต.อ.ธัธชัย ปิตะนีละบุตร' รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เผยพบคลังน้ำมัน 6 แห่งกักตุนน้ำมัน ส่งผลให้ปั๊มไม่มีน้ำมันเพียงพอบริการประชาชน-ขยายผลตรวจเรือประมงขนน้ำมัน ด้าน 'ยุทธนา แพรดำ' อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ชี้การกักตุนน้ำมันเข้าข่ายคดีพิเศษ

สำนักข่าว Next News รายงานว่า เมื่อวันที่ 3 เม.ย. 2569 พล.ต.อ.ธัธชัย ปิตะนีละบุตร รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า ในช่วงสถานการณ์วิกฤตน้ำมันขาดแคลนทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้รับมอบหมายให้ดูเรื่องสถานีบริการน้ำมัน ว่ามีการกักตุนเอาเปรียบ ประชาชนหรือไม่ ซึ่งจากการสุ่มสถานีบริการ ทั้งหมด 27 แห่ง และจ็อบเบอร์ 12 แห่ง พบว่ามี 6 แห่ง ที่น่าสงสัยและเชื่อว่ามีการกักตุนน้ำมัน

ส่วนพฤติกรรมนั้น ทางตำรวจตรวจพบว่าในคลังมีน้ำมันแต่จ่ายน้อยลง เช่น ปกติจะมีการจ่ายน้ำมันประมาณ 18 ล้านลิตรแต่ในช่วง มีนาคม จะลดลงเหลือ 11 ล้านลิตร แม้ที่ผ่านมาโรงกลั่นจะดำเนินการอย่างเต็มที่ 100% เข้าข่ายลักษณะของการเก็งกำไร เช่นเดียวกับในพื้นที่ภาคเหนือตอนล่างที่ในช่วงสถานการณ์ปกติจะมีการจ่ายน้ำมันวันละ 2 ล้านลิตร แต่ในช่วง มี.ค.ที่ผ่านมามีการจ่ายเพียง 1.2 ล้านลิตรเท่านั้น อย่างไรก็ตาม ยังพบการสั่งน้ำมันแต่ไปลงภายนอก เช่นในภาคอุตสาหกรรม และ ภาคการเกษตร ซึ่งทำให้ได้กำไรทันทีลิตรละ 10 บาท เช่นส่งให้ภาคอุตสาหกรรม หรือภาคเกษตรกรรม

“ในกรณีนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจพบที่เขตลาดกระบัง กรุงเทพมหานคร คือสั่งน้ำมันแต่ให้รถไปส่งให้ที่นครสวรรค์ พบมีการกักตุนอยู่บริเวณหลังปั๊มและเชื่อว่าจะมีพฤติกรรมลักษณะนี้อยู่หลายที่ ส่วนเรือประมงที่มีการเผยแพร่ผ่าร tiktok และอ้างว่าเป็นคนกัมพูชานั้น จากการตรวจสอบพบว่าเรือดังกล่าว เป็นเรือของคนไทย มีลูกเรือ 6 คน และสวมทะเบียน ชื่อโชคชนกร ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบและติดตามเจ้าของเรือ มาตรวจสอบเพิ่มเติมว่าเป็นพฤติกรรมการจำหน่ายน้ำมันกลางทะเลหรือไม่” รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าว

@ DSI ชี้ชัดกักตุนน้ำมันเข้าข่ายคดีพิเศษ

ด้านพันตำรวจตรียุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เปิดเผยว่า พฤติการณ์การกระทำผิดเกี่ยวกับน้ำมันมีหลายรูปแบบ ทั้งการสูญหายระหว่างขนส่ง การลักลอบขนถ่ายในทะเล หรือการส่งออกโดยมิชอบ ซึ่งบางประเด็นยังต้องใช้เวลาพิสูจน์ข้อเท็จจริง อย่างไรก็ตาม เบื้องต้นพบมูลความผิด “การกักตุนน้ำมัน” เนื่องจากกฎหมายห้ามผู้ประกอบการปฏิเสธ ชะลอ หรือประวิงการจำหน่ายและการขนส่งสินค้า โดยตรวจพบความผิดปกติในการขนส่งหลายเที่ยว จากปกติใช้เวลาเพียง 2 วัน แต่กลับใช้เวลานานถึง 5–6 วัน เข้าข่ายการประวิงการส่งมอบสินค้า

พันตำรวจตรียุทธนา ระบุว่า พฤติการณ์ดังกล่าวถือว่ามีความร้ายแรง ส่งผลกระทบต่อความสงบเรียบร้อยและระบบเศรษฐกิจการคลัง จึงเข้าเงื่อนไขรับเป็นคดีพิเศษ โดยเบื้องต้นจะดำเนินคดีตามพระราชบัญญัติว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ ก่อนขยายผลไปยังความผิดในส่วนอื่นต่อไป

ทั้งนี้ เมื่อรับเป็นคดีพิเศษแล้ว ดีเอสไอสามารถบูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมเป็นพนักงานสอบสวน เพื่อเร่งรัดการดำเนินคดีได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

แท็กที่เกี่ยวข้อง
กักตุนน้ำมัน
ปราบปรามกักตุนน้ำมัน



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ป.ป.ช.หารือผู้ว่าฯ เชียงใหม่แก้ปมท้องถิ่นไม่กล้าอนุมัติงบฯ ลด PM2.5
ป.ป.ช.หารือผู้ว่าฯ เชียงใหม่แก้ปมท้องถิ่นไม่กล้าอนุมัติงบฯ ลด PM2.5