News Logo
หน้าแรก
เช็กบิลนอมินี 'เกาะลันตา' 5 ราย อำพรางเงินทุน-โยกกำไรออกนอกประเทศ

เช็กบิลนอมินี 'เกาะลันตา' 5 ราย อำพรางเงินทุน-โยกกำไรออกนอกประเทศ

28 มี.ค. 2569 16:04
ผู้ชม 95 คน

กรมพัฒนาธุรกิจฯ ส่งทีมลุยตรวจ 'เกาะลันตา' เช็กนอมินีธุรกิจโรงแรม-นำเที่ยว-ดำน้ำ-ร้านอาหาร เจอ 5 ราย อำพรางบัญชีแหล่งที่มาเงินทุน-โยกกำไรกลับไปต่างประเทศ ส่อเลี่ยงภาษี

เมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2569 นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ระหว่างวันที่ 26-27 มีนาคม ที่ผ่านมา กรมฯได้ส่งทีมปราบนอมินีลงพื้นที่เกาะลันตา จ.กระบี่ พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กรมการท่องเที่ยว โดยสำนักงานทะเบียนธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ สาขาภาคใต้ เขต 2 สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดกระบี่ กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง และสำนักงานพาณิชย์จังหวัดกระบี่ เพื่อตรวจสอบนอมินีและผู้ประกอบการต่างด้าวที่ฝ่าฝืนพ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542

ทั้งนี้ ได้ลงพื้นที่เป้าหมายที่เป็นสถานประกอบการในกลุ่มธุรกิจโรงแรม บริษัทนำเที่ยว ธุรกิจดำน้ำ และธุรกิจร้านอาหาร ซึ่งธุรกิจดังกล่าวถูกจัดอยู่ในกลุ่มเสี่ยงสูงจากข้อมูลเชิงลึกด้านทะเบียนนิติบุคคลและธุรกรรมทางการเงิน จากผลการลงพื้นที่ตรวจสอบพบว่า มี 5 รายที่เข้าข่ายกระทำความผิด โดยพฤติการณ์ของธุรกิจนอมินีที่ตรวจพบส่วนใหญ่จะเป็นการให้บุคคลสัญชาติไทยถือหุ้นแทนต่างชาติ หรือบริหารกิจการแทนโดยไม่มีอำนาจที่แท้จริง

พฤติการณ์ดังล่าวเข้าข่ายฝ่าฝืนพ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 รวมถึงกฎหมายที่เกี่ยวข้องด้านการท่องเที่ยวและการประกอบธุรกิจโรงแรม และ พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 นอกจากนี้จากการสอบสวนเบื้องต้นพบว่า บางรายมีการจัดทำเอกสารทางบัญชีและโครงสร้างผู้ถือหุ้นเพื่ออำพรางแหล่งที่มาของเงินลงทุน และมีการโยกย้ายผลประโยชน์กลับไปยังต่างประเทศอย่างเป็นระบบ สะท้อนให้เห็นถึงเครือข่ายการดำเนินธุรกิจที่มีลักษณะซับซ้อน และอาจเชื่อมโยงกับการหลีกเลี่ยงภาษี

กรมฯ จะส่งข้อมูลที่ตรวจพบในครั้งนี้ให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) และกรมสรรพากร เพื่อดำเนินการทางกฎหมายขั้นสูงสุดต่อไป การปฏิบัติการครั้งนี้เป็นไปตามนโยบายเชิงรุกของรัฐบาลและกระทรวงพาณิชย์ที่มุ่งรักษาความเป็นธรรมทางเศรษฐกิจ และสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวไทยและต่างชาติ โดยจัดระเบียบธุรกิจท่องเที่ยวไทยเดินหน้าเข้าสู่เฟสเข้มข้น เร่งตรวจสอบการดำเนินธุรกิจที่เข้าข่ายผิดกฎหมายอย่างจริงจัง โดยเฉพาะการใช้นอมินีอำพรางการถือหุ้นของชาวต่างชาติ

"ถือเป็นปัญหาเชิงโครงสร้างที่บั่นทอนความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการไทยมาอย่างต่อเนื่อง ปัญหาเหล่านี้สร้างความเสียหายต่อธุรกิจท่องเที่ยว ซึ่งไม่ใช่แค่เพียงการฝ่าฝืนกฎหมายเท่านั้น แต่ยังบิดเบือนโครงสร้างธุรกิจที่ส่งผลกระทบต่อการแข่งขันอย่างเป็นธรรมของธุรกิจไทย" นายพูนพงษ์ ระบุ

อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กล่าวอีกว่า ธุรกิจที่มีทุนต่างชาติแฝงมักมีความได้เปรียบด้านเงินทุน ทำให้สามารถตัดราคา หรือขยายกิจการได้รวดเร็ว ทำให้ผู้ประกอบการไทยเสียเปรียบในระยะยาว การปล่อยให้ธุรกิจนอมินีขยายตัวจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อผู้ประกอบการไทย ทั้งการแข่งขันด้านราคา การเข้าถึงทรัพยากร และการผูกขาดตลาดในบางพื้นที่ท่องเที่ยว ขณะเดียวกันยังทำให้รัฐสูญเสียรายได้ภาษีจำนวนมาก และบั่นทอนภาพลักษณ์ความโปร่งใสของประเทศในสายตานักลงทุนต่างชาติ

อย่างไรก็ตาม การกระทำดังกล่าวเข้าข่ายความผิดทั้งทางอาญาและทางปกครอง โดยผู้กระทำความผิดมีโทษตามกฎหมายจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับตั้งแต่ 1 แสนถึง 1 ล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และในกรณีที่ยังฝ่าฝืนต่อเนื่องมีโทษปรับรายวันเพิ่มเติม นอกจากนี้ ผู้ที่ให้การสนับสนุน หรือรู้เห็นเป็นใจ เช่น ผู้ถือหุ้นนอมินี นักบัญชี หรือที่ปรึกษาทางกฎหมายอาจถูกดำเนินคดีในฐานะผู้ร่วมกระทำความผิด กรมฯ ขอเน้นย้ำให้ผู้ประกอบการต้องปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะการถือหุ้นและการบริหารกิจการที่ต้องเป็นไปตามข้อเท็จจริง การรับจ้างเป็นนอมินีแม้ว่าจะได้รับผลตอบแทนเพียงเล็กน้อย แต่ไม่คุ้มค้ากับความเสี่ยงสูงต่อการถูกดำเนินคดีและผลกระทบในอนาคตตามมา

แท็กที่เกี่ยวข้อง
เกาะลันตา
กรมพัฒนาธุรกิจการค้า
นอมินี



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

รวบมือเผาป่า-ล่าสัตว์ 6 ราย จับชายสูงวัยเสพยาคาอุทยานฯ
รวบมือเผาป่า-ล่าสัตว์ 6 ราย จับชายสูงวัยเสพยาคาอุทยานฯ