News Logo
หน้าแรก
หอการค้าไทยแนะรบ.ลดภาษีน้ำมันช่วยปชช.-ธุรกิจ

หอการค้าไทยแนะรบ.ลดภาษีน้ำมันช่วยปชช.-ธุรกิจ

26 มี.ค. 2569 14:40
ผู้ชม 7 คน

หอการค้าไทยแนะรัฐบาลใช้มาตรการภาษีสรรพสามิตน้ำมันช่วยลดภาระประชาชน-ภาคธุรกิจ ชี้ดีเซลขึ้นแรงลิตรละ 6 บาทกระทบเป็นวงกว้างทั้งการผลิต-ขนส่ง-ท่องเที่ยว ราคาสินค้าขยับขึ้นแน่

สำนักข่าว Next News รายงานว่า เมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2569 นายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทยกล่าวว่า หอการค้าไทยกังวลต่อสถานการณ์ความขัดแย้งที่ตะวันออกกลางที่ยังคงยืดเยื้อ และส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนพลังงานในตลาดโลก รวมถึงต้นทุนน้ำมันภายในประเทศที่ปรับตัวสูงขึ้นตามกลไกตลาดโลก ซึ่งล่าสุดราคาน้ำมันได้ปรับเพิ่มขึ้นถึง 6 บาทต่อลิตร หากนับตั้งแต่เริ่มสงครามเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ น้ำมันดีเซลขึ้นจาก 28.94 บาทต่อลิตร มาเป็น 38.94 บาทต่อลิตร ถือเป็นการปรับขึ้นในระดับที่ส่งผลกระทบต่อทั้งค่าครองชีพของประชาชน ต้นทุนการดำเนินธุรกิจ และภาระของผู้ประกอบการในหลายภาคส่วนทั้ง ภาคการผลิต ท่องเที่ยว และส่งออก อย่างมีนัยสำคัญ

นายพจน์ กล่าวว่า หอการค้าไทยเข้าใจถึงความจำเป็นของภาครัฐในการบริหารราคาพลังงานให้สอดคล้องกับสถานการณ์จริง โดยเฉพาะในภาวะที่กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงมีข้อจำกัดในการพยุงราคา อย่างไรก็ตาม ขอให้ภาครัฐพิจารณาอย่างรอบด้าน และใช้ความระมัดระวังในการปรับขึ้นราคาน้ำมันในระยะต่อไป เพื่อบรรเทาผลกระทบต่อประชาชนให้ได้มากที่สุด

“การปรับขึ้นราคาน้ำมันในครั้งนี้ โดยเฉพาะการปรับเพิ่มขึ้นถึง 6 บาทต่อลิตร ย่อมส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิต ต้นทุนขนส่ง และราคาสินค้าในห่วงโซ่อุปทานอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ หอการค้าไทยจึงขอให้กระทรวงพลังงานประสานความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะโรงกลั่นน้ำมัน อาทิ ปตท. และบางจาก ในการบริหารจัดการจัดซื้อน้ำมันดิบให้เพียงพอต่อความต้องการใช้ภายในประเทศ โดยต้องไม่ปล่อยให้เกิดภาวะขาดแคลนน้ำมันอย่างเด็ดขาด ซึ่งอาจมีความจำเป็นต้องจัดซื้อในราคาพรีเมี่ยมที่สูงกว่าราคาตลาดโลก เพื่อรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและความต่อเนื่องของระบบโลจิสติกส์และการผลิตของประเทศ” นายพจน์ กล่าว

นายพจน์ กล่าวว่า พร้อมกันนี้ หอการค้าไทยได้เสนอแนวทางต่อภาครัฐเพื่อบรรเทาผลกระทบด้านพลังงานในระยะสั้น และเสริมความมั่นคงด้านพลังงานในระยะต่อไป ดังนี้ ประการแรก มาตรการด้านภาษีและค่าการกลั่น หอการค้าไทยสนับสนุนให้ภาครัฐพิจารณาใช้กลไกภาษีสรรพสามิตเพื่อช่วยบรรเทาภาระราคาน้ำมันแก่ประชาชนและภาคธุรกิจ ในส่วนของค่าการกลั่นที่ปรับตัวสูงขึ้นตามต้นทุน ค่าขนส่ง ค่าประกันภัย และค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการที่เพิ่มขึ้นจากสถานการณ์โลกนั้น ภาคเอกชนเห็นว่าควรสื่อสารให้สาธารณชนเข้าใจอย่างชัดเจนว่า ค่าการกลั่นที่เพิ่มขึ้นจาก 2 บาทเป็น 6 บาทนั้น เป็นเพียงกำไรขั้นต้น ยังมีภาระต้นทุนส่วนเพิ่มหรือ overhead อีกหลายด้าน ทั้งราคาพรีเมี่ยม ค่าระวางเรือ ค่าประกันภัยด้วย หอการค้าไทยยังคงขอความร่วมมือจากโรงกลั่นและทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องในการดูแลไม่ให้ค่าการกลั่นปรับเพิ่มสูงไปมากกว่านี้หากสถานการณ์ไม่ได้ทวีความรุนแรงขึ้น แต่ในกรณีที่มีความจำเป็นต้องปรับเพิ่มจริง เห็นควรให้มีการชี้แจงรายละเอียดต้นทุน เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบซ้ำเติมต่อภาระของประเทศ ภาคธุรกิจ และประชาชนโดยรวม

นายพจน์ กล่าวว่า ประการที่สอง มาตรการด้านการประหยัดพลังงานระดับชาติ หอการค้าไทยเห็นว่ารัฐบาลควรเร่งออกมาตรการเชิงรุกเพื่อรณรงค์และกระตุ้นการประหยัดพลังงานอย่างจริงจัง ทั้งในภาครัฐ ภาคประชาชน ภาคธุรกิจ และภาคอุตสาหกรรม เพื่อสร้างวินัยการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ ลดการใช้พลังงานที่ไม่จำเป็น และช่วยยืดระยะเวลาการมีพลังงานสำรองของประเทศท่ามกลางความผันผวนที่ยังไม่แน่นอน

นายพจน์ กล่าวว่า ประการที่สาม มาตรการกำกับดูแลการกระจายน้ำมันเชื้อเพลิงภายในประเทศ หอการค้าไทยเห็นว่าภาครัฐควรเพิ่มความเข้มงวดในการกำกับดูแลการขนส่งและการกระจายน้ำมันเชื้อเพลิง โดยเฉพาะการตรวจสอบระบบติดตามตำแหน่ง (GPS) ของรถบรรทุกน้ำมัน เพื่อให้สามารถติดตามเส้นทางการขนส่งได้อย่างมีประสิทธิภาพ และป้องกันการลักลอบนำน้ำมันออกนอกระบบหรือส่งออกไปยังพื้นที่ชายแดนโดยไม่ได้รับอนุญาตในช่วงที่ประเทศกำลังเผชิญภาวะพลังงานตึงตัว

แท็กที่เกี่ยวข้อง



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

กต.เผย พบชิ้นส่วนมนุษย์บนเรือ 'มยุรี นารี' เร่งตรวจอัตลักษณ์ลูกเรือไทย
กต.เผย พบชิ้นส่วนมนุษย์บนเรือ 'มยุรี นารี' เร่งตรวจอัตลักษณ์ลูกเรือไทย