ญี่ปุ่นจารึกประวัติศาสตร์ 'ซานาเอะ ทาคาอิจิ' นำพรรคคว้าชัยเลือกตั้งถล่มทลาย ดันหุ้นพุ่งทุบสถิติ พร้อมเดินหน้าเสริมทัพทหาร-คุมเข้มต่างชาติ
พรรคเสรีประชาธิปไตย (LDP) ภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรี ซานาเอะ ทาคาอิจิ คว้าชัยชนะครั้งใหญ่ด้วยที่นั่งเสียงข้างมากในการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 ก.พ. ที่ผ่านมา ผลการเลือกตั้งครั้งนี้เปิดทางสู่การปฏิรูปญี่ปุ่นสู่แนวทางอนุรักษนิยมสุดโต่ง ทั้งการเพิ่มงบประมาณกองทัพและการเข้มงวดกับชาวต่างชาติ ส่งผลให้ตลาดหุ้นญี่ปุ่นพุ่งสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ทันทีหลังทราบผลการเลือกตั้ง
การเลือกตั้งครั้งสำคัญนี้จบลงด้วยชัยชนะแบบแลนด์สไลด์ โดยพรรค LDP สามารถกวาดที่นั่งไปได้ถึง 316 ที่นั่ง จากทั้งหมด 465 ที่นั่งในสภาล่าง ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์เสียงข้างมากเด็ดขาดที่ 261 ที่นั่งอย่างมาก ชัยชนะครั้งนี้ถือเป็นสถิติสูงสุดของพรรคนับตั้งแต่ก่อตั้งในปี 1955 ทำลายสถิติเดิม 300 ที่นั่งที่เคยทำไว้ในปี 1986 และเมื่อรวมกับพรรคพันธมิตรใหม่อย่างพรรค Japan Innovation (JIP) อีก 36 ที่นั่ง จะทำให้รัฐบาลมีเสียงสนับสนุนรวมถึง 352 ที่นั่ง
แรงส่งสำคัญที่ทำให้เกิดปรากฏการณ์นี้มาจากความนิยมในตัว "ซานาเอะ ทาคาอิจิ" นายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของประเทศ ที่มีสไตล์การทำงานแบบ "ทำ ทำ และก็ทำ" ซึ่งเข้าถึงใจคนรุ่นใหม่แม้จะมีจุดยืนทางเมืองแบบอนุรักษนิยมสุดโต่งก็ตาม ซานาเอะ ทาคาอิจิ กล่าวหลังทราบผลการเลือกตั้งว่า จะมุ่งเน้นนโยบายที่ทำให้ญี่ปุ่นแข็งแกร่งและมั่งคั่ง โดยพร้อมจะมีความยืดหยุ่นในการดึงความร่วมมือจากฝ่ายค้านเพื่อผลักดันเป้าหมายสำคัญ
ทันทีที่ผลการเลือกตั้งเริ่มชัดเจน ตลาดหุ้นญี่ปุ่นขานรับด้วยการพุ่งทะยานขึ้นสู่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ นักลงทุนเชื่อมั่นในแผนการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ทาคาอิจิประกาศไว้ โดยเฉพาะการใช้จ่ายภาครัฐเพื่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจ เทคโนโลยี และอุตสาหกรรมเป้าหมาย รวมถึงการเร่งแก้ปัญหาวิกฤตค่าครองชีพและค่าแรงที่ซบเซาผ่านงบประมาณใหม่ที่จะเริ่มพิจารณาในเดือนกุมภาพันธ์นี้
อย่างไรก็ตาม ชัยชนะครั้งนี้กำลังจะเปลี่ยนโฉมหน้าความมั่นคงของภูมิภาค เนื่องจากทาคาอิจิมีแผนจะทบทวนนโยบายกลาโหมภายในเดือนธันวาคมนี้ เพื่อเสริมสร้างศักยภาพในการโจมตีทางทหาร ซึ่งรวมถึงการยกเลิกคำสั่งห้ามส่งออกอาวุธ และการขยับห่างออกจากหลักการสันตินิยมหลังสงครามที่ญี่ปุ่นยึดถือมานาน นอกจากนี้ ซานาเอะ ทาคาอิจิยังเตรียมผลักดันการเพิ่มงบประมาณป้องกันประเทศตามแรงกดดันจากสหรัฐฯ ภายใต้การนำของโดนัลด์ ทรัมป์ อีกด้วย
ไม่เพียงแต่นโยบายการทหาร ทาคาอิจิยังให้ความสำคัญกับมาตรการที่เข้มงวดต่อชาวต่างชาติ โดยเสนอให้มีการจำกัดจำนวนผู้อยู่อาศัยต่างชาติ และเพิ่มเงื่อนไขที่เข้มงวดสำหรับชาวต่างชาติที่ต้องการเป็นเจ้าของอสังหาริมทรัพย์ในญี่ปุ่น รวมถึงนโยบายต่อต้านการจารกรรมข้อมูล ซึ่งแม้นโยบายเหล่านี้จะถูกใจกลุ่มขวาจัด แต่ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าอาจส่งผลกระทบต่อหลักสิทธิพลเมืองในอนาคตได้
ในด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ โดนัลด์ ทรัมป์ ได้โพสต์ข้อความแสดงความยินดีกับทาคาอิจิ โดยเรียกทาคาอิจิว่าเป็นผู้นำที่ได้รับความเคารพอย่างสูง ขณะที่ทาคาอิจิเองก็ยืนยันว่าพันธมิตรญี่ปุ่น-สหรัฐฯ นั้นมีศักยภาพที่ "ไร้ขีดจำกัด" อย่างไรก็ตาม ท่าทีที่แข็งกร้าวของทาคาอิจิต่อจีนและการมุ่งมั่นเสริมสร้างกำลังทหาร สร้างความกังวลให้กับเกาหลีใต้ที่เฝ้าระวังการรื้อฟื้นระเบียบโลกเก่าของญี่ปุ่นจากปมประวัติศาสตร์ในอดีต
ชัยชนะในครั้งนี้ทำให้ ซานาเอะ ทาคาอิจิ มีเวลาบริหารประเทศยาวไปจนถึงปี 2028 โดยไม่มีการเลือกตั้งมาขัดจังหวะ ทาคาอิจิกำลังก้าวเข้าสู่ภารกิจท้าทายในการพิสูจน์ว่า นโยบายอนุรักษนิยมที่เน้นความแข็งแกร่งทางทหารและการควบคุมต่างชาติ จะนำพาญี่ปุ่นไปสู่ความมั่งคั่งได้จริงตามที่ทาคาอิจิประกาศไว้ หรือจะเป็นการเพิ่มความตึงเครียดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกให้พุ่งสูงขึ้นกว่าเดิม




