News Logo
หน้าแรก
ลืมเอกสารภายใน 9คำสั่ง! เทียบGemini THAI-Passport ประมวล กม.VS ต้นฉบับ

ลืมเอกสารภายใน 9คำสั่ง! เทียบGemini THAI-Passport ประมวล กม.VS ต้นฉบับ

31 ส.ค. 2569 18:02
ผู้ชม 87 คน

อย่างไรก็ตาม ผู้ใช้งานได้สอบถามข้อมูลและให้ระบบ AI ของ TH-AI Passport วิเคราะห์คำสั่งศาลชั้นต้น ซึ่งปรากฎอยู่ในร่างอุทธรณ์ แต่ปรากฏว่า AI ระบบ TH-AI Passport กลับตอบสนองมาว่ายังไม่เคยเห็นร่างอุทธรณ์ของผู้ใช้งานมาก่อนเลย ทั้งๆที่ผู้ใช้งานเพิ่งจะป้อนคำสั่งได้ประมาณ 9 คำสั่ง หลังจากที่โพสต์ร่างอุทธรณ์ไปแล้วเป็นครั้งแรก ทำให้ต้องมีการโพสต์เอกสารร่างอุทธรณ์อีกครั้งหนึ่ง

หมายเหตุสำนักข่าว Next News: สืบเนื่องจากวันที่ 31 สิงหาคม 2569 เป็นวันแรกที่มีการคิกออฟใช้งานระบบ AI Pass ของโครงการ TH-AI Passport กระทรวงดิจิทัลเพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) โดยแพลตฟอร์ม AI Pass ดังกล่าวเป็นแพลตฟอร์มที่มีการโมเดลปัญญาประดิษฐ์ (AI) ของหลายค่ายเอาไว้ด้วยกัน

เบื้องต้นผู้สื่อข่าวสำนักข่าว Next News ได้มีการใช้งานโมเดล AI เจมิไนโปร (Gemini Pro) ทั้งในระบบ AI Pass ของโครงการ TH-AI Passport กับโมเดล เจมิไรโปร จากเว็บไซต์เจมิไน เพื่อประเมินรายละเอียดร่างอุทธรณ์ คำสั่งคดีไม่มีมูล ในคดีหมิ่นประมาท ก็พบรายละเอียดที่น่าสนใจ และความแตกต่างดังนี้

การทดสอบเริ่มต้นด้วยการขอให้ AI ทั้งสองวิเคราะห์ความเหมาะสมของคำสั่งศาลชั้นต้นที่มีคำสั่งยกคดีหมิ่นประมาท ในชั้นไต่สวนมูลฟ้อง และประเมินโอกาสที่ศาลอุทธรณ์จะกลับคำสั่ง โดยให้ AI วิเคราะห์ร่างอุทธรณ์ซึ่งมีเนื้อหามุ่งเน้นการโต้แย้งว่าข้อความที่จำเลยสื่อสารนั้นไม่ใช่แค่ "การแสดงความคิดเห็นส่วนตัว" แต่เป็นการ "ยืนยันข้อเท็จจริง" ที่ทำให้โจทก์เสื่อมเสียชื่อเสียง

Gemini Pro บน TH-AI Passport: ปรับเปลี่ยนการตอบสนองหลังโดนทักท้วง

AI ที่ทำงานบนระบบ TH-AI Passport เริ่มต้นด้วยการวิเคราะห์ตามหลักกฎหมายทั่วไป โดยชี้ว่าศาลชั้นต้นมองว่าข้อความเป็นเพียง "การแสดงความรู้สึกส่วนตัวและทัศนคติ" และประเมินโอกาสในการกลับคำสั่งในตอนแรกว่า "ท้าทาย"

อย่างไรก็ตาม เมื่อผู้ใช้งานให้ข้อมูลเชิงลึกเพิ่มเติมเกี่ยวกับกลยุทธ์ทางกฎหมายที่วางไว้ โดยเฉพาะการอ้างอิงประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ป.วิ.อ.) มาตรา 186 และการล็อกเป้า 3 ประเด็นสำคัญได้แก่ 1.ฎีกาที่ระบุว่า “ถ้าหากถ้อยคำทำให้เชื่อได้ว่าเสื่อมเสียชื่อเสียง ก็ให้รับไว้พิจารณา” 2.ถ้อยคำมีการกล่าวหาว่าโจทก์ทำผิดกฎหมาย และ3.ถ้อยคำของจำเลยทำให้มีคนกีดกันโจทก์  

 โมเดล เจมิไนโปร ในโครงการ TH-AI Passport ได้แสดงการ "ยอมรับตามตรง" ว่าตนเองวิเคราะห์ไม่ละเอียดพอในตอนแรก และไม่ได้เจาะลึกถึงกลยุทธ์ทางกฎหมายดังกล่าว AI ได้ปรับเปลี่ยนการประเมินโอกาสพลิกคำสั่งทันที โดยระบุว่าผู้ใช้วางหมากได้ "ขาดมาก" และ "เฉียบคม" ทำให้ "โอกาสพลิกคำสั่งได้สูงขึ้นมาก" เนื่องจากศาลอุทธรณ์จะไม่สามารถเลี่ยงการตอบประเด็นเหล่านี้ได้ สไตล์การปฏิสัมพันธ์มีความเป็นกันเองสูง มีการชมเชยผู้ใช้ และสอบถามความต้องการเพิ่มเติมอย่างเปิดกว้าง

เจมิไนโปรของ TH-AI Passport เปลี่ยนท่าทีหลังจากโดนผู้ใช้งานทักท้วง

เจมิไนโปรของ TH-AI Passport เปลี่ยนท่าทีหลังจากโดนผู้ใช้งานทักท้วง

Gemini Pro บนเว็บไซต์ Gemini: วิเคราะห์ต่อเนื่องและเป็นทางการ

ในทางกลับกันเจมิไนโปร บนเว็บไซต์เจมิไน ได้เริ่มต้นการวิเคราะห์ในลักษณะคล้ายกัน โดยให้เหตุผลว่าศาลชั้นต้นมองข้อความเป็น "การแสดงความคิดเห็นหรือความรู้สึกส่วนตัว" และใช้เกณฑ์ "วิญญูชนทั่วไป" ในการอธิบายมุมมองของศาล การประเมินโอกาสในการกลับคำสั่งคือมี "ความเป็นไปได้" แต่ยังต้อง "ลุ้นข้อต่อสู้" ซึ่งเป็นการประเมินที่ระมัดระวัง

เมื่อผู้ใช้ให้ข้อมูลเชิงลึกเช่นเดียวกันเดียวกันทั้ง ป.วิ.อ. 186 และ 3 ประเด็นหลัก เจมิไนโปรบนเว็บไซต์ทางการได้นำข้อมูลไป "ประกอบการวิเคราะห์" ทันที และเห็นว่าประเด็นเหล่านี้เป็น "ปัจจัยสำคัญ" ที่ทำให้การอุทธรณ์มีน้ำหนักมากขึ้น

แต่เจมิไนโปรไม่ได้แสดงการยอมรับว่าตนเองวิเคราะห์ไม่ละเอียดในตอนแรกเมื่อเทียบกับเจมิไนโปรของ TH-AI Passport  โดยเจมิไนโปรระบุว่าโอกาสในการอุทธรณ์คำสั่งมีสูงขึ้น เนื่องจากศาลอุทธรณ์มีความท้าทายในการเขียนคำสั่ง

 สรุปก็คือสไตล์การปฏิสัมพันธ์ของต้นฉบับมีความเป็นทางการและให้ข้อมูลเชิงวิเคราะห์ และให้รายละเอียดมากกว่าเจมิไนโปรของ TH-AI Passport โดยเน้นการเสริมประเด็นจากข้อมูลที่ผู้ใช้ให้เข้ามาในกรอบการวิเคราะห์เดิมเข้ามาเสริมประเด็นด้วย

สรุปความแตกต่าง: สไตล์การเรียนรู้และการปรับตัวของ AI

จากการสังเกตพบว่า:

การยอมรับข้อผิดพลาด: เจมิไนโปร ของโครงการ TH-AI Passport แสดงการยอมรับข้อผิดพลาดและปรับมุมมองอย่างชัดเจน ในขณะที่ เจมิไนโปรบนเว็บไซต์เจมิไนไม่ได้ยอมรับข้อผิดพลาด แต่เป็นการนำข้อมูลผู้ใช้ไปต่อยอดการวิเคราะห์

การปรับการประเมิน: ระบบ TH-AI Passport ปรับเปลี่ยนการประเมินโอกาสจาก "ท้าทาย" เป็น "สูงขึ้นมาก" อย่างชัดเจน ส่วนโมเดลเจมิไรโปรบนเว็บไซต์เจมิไนแสดงบทบาทที่ ยืนยันและเสริมความรู้ โดยการขยายความและวิเคราะห์เชิงลึกในประเด็นที่ผู้ใช้ยกขึ้นมา พร้อมทั้งยังคง รักษาระดับความระมัดระวัง ในการใช้ถ้อยคำประเมินโอกาส พร้อมทั้งชี้ให้เห็นถึง ความท้าทาย ในการที่ศาลอุทธรณ์จะต้องเขียนคำสั่ง

ลักษณะการโต้ตอบ: ระบบ TH-AI Passport มีความเป็นกันเองสูง การตอบกลับมักจะมีถ้อยำว่า "เรียนรู้" และ "ปรับแก้" มุมมองตัวเองอย่างชัดเจนจากข้อมูลที่ผู้ใช้ป้อน ขณะที่ระบบบนเว็บไซต์เจมิไนมีความเป็นทางการมากกว่า และเน้นการ "ผนวก" หรือ "ต่อยอด" ข้อมูลผู้ใช้เข้ากับการวิเคราะห์เดิม

ข้อสังเกต เจมิไน TH-AI PAssport ลืมเอกสารร่างอุทธรณ์ในช่วงเวลาไม่ถึง 9 คำสั่ง

อย่างไรก็ตาม ผู้ใช้งานได้สอบถามข้อมูลและให้ระบบ AI ของ TH-AI Passport วิเคราะห์คำสั่งศาลชั้นต้น ซึ่งปรากฎอยู่ในร่างอุทธรณ์ แต่ปรากฏว่า AI ระบบ TH-AI Passport กลับตอบสนองมาว่ายังไม่เคยเห็นร่างอุทธรณ์ของผู้ใช้งานมาก่อนเลย ทั้งๆที่ผู้ใช้งานเพิ่งจะป้อนคำสั่งได้ประมาณ 9 คำสั่ง หลังจากที่โพสต์ร่างอุทธรณ์ไปแล้วเป็นครั้งแรก ทำให้ต้องมีการโพสต์เอกสารร่างอุทธรณ์อีกครั้งหนึ่ง

เจมิไนโปรแสดงท่าทีว่าลืมเอกสารและเบลอชัดเจน

เจมิไนโปรแสดงท่าทีว่าลืมเอกสารและเบลอชัดเจน

และทั้งหมดก็คือความแตกต่างของการใช้งานโมเดลเจมิไนโปรในระบบ TH-AI Passport กับเจมิไนโปรในระบบปกติ ที่ผู้สื่อข่าว Next News สามารถตรวจพบได้  ณ เวลานี้

แท็กที่เกี่ยวข้อง
TH-AI Passport



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ขุด 19 บริษัทอสังหาฯ‘ราฟี ซิฟ’ชาวอิสราเอล  จ.ชลบุรี - 2 สาวไทยร่วมหุ้น
ขุด 19 บริษัทอสังหาฯ‘ราฟี ซิฟ’ชาวอิสราเอล  จ.ชลบุรี - 2 สาวไทยร่วมหุ้น