เป็นทางการ! สสว.ทำหนังสือแจ้ง ม.ศิลปากร ผลการพิจารณายกอุทธรณ์ 2 โครงการ 994 ล้าน เหตุแจงทำตามเกณฑ์-โปร่งใส-เป็นธรรม ถ้าไม่พอใจให้ฟ้องศาลปกครอง
สำนักข่าว Next News รายงานความคืบหน้ากรณีที่มีการตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับการคัดเลือกผู้ร่วมโครงการส่งเสริม SME เข้าสู่ตลาด e-Commerce และ Live-Commerce วงเงิน 495 ล้านบาท ของสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ว่าเกณฑ์การพิจารณาคัดเลือกโครงการมีความไม่เป็นโปร่งใส โดย มีการประกาศผลเมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2569 โดยผู้ที่ได้รับการคัดเลือกคือมหาวิทยาลัยมหิดล (มม.) แต่มหาวิทยาศิลปากรยื่นอุทธรณ์ผลการเลือกไปยัง สสว.เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2569 ซึ่งระหว่างมหาวิทยาลัยศิลปากรรอผลอุทธรณ์ แต่ ทาง สสว.และมหาวิทยาลัยมหิดลมีการเซ็นสัญญาร่วมกันแล้วเมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 2569 นอกจากนี้ยังมีโครงการ พัฒนาและสร้างระบบนิเวศ e-Commerce ของไทย เพื่อ SME (Marketplace & Open Commerce Network) วงเงิน 499 ล้านบาท ที่มหาวิทยาลัยศิลปากรถูกตัดสิทธิโดยอ้างว่าขาดคุณสมบัติ ทางมหาวิทยาลัยศิลปากรจึงทำหนังสืออุทธรณ์เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2569 แต่ก็ไม่ได้แจ้งผลการอุทธรณ์ ซึ่งมหาวิทยาลัยมหิดลได้รับการคัดเลือก และเซ็นสัญญากับ สสว. ไปแล้วเมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา สรุปแล้วมหาวิทยาลัยมหิดลได้รับการคัดเลือกจากสสว.ทั้ง 2 โครงการ รวมวงเงิน 994 ล้านบาทนั้น

1785292780094-750f8dbed242dd1e
ม.ศิลปากรอุทธรณ์ สสว.ปมโครงการช่วยเอสเอ็มอี 495 ล.-อ.แจ้งความถูกข่มขู่
‘ม.มหิดล’ กวาด 2 โครงการ สสว.ร่วม 1 พันล้าน สะพัดบารมี ‘อาจารย์เชน'
'ม.ศิลปากร'จ่อยื่นอัยการฟ้อง 'สสว.' ปมตีตก-ตัดสิทธิ 2 โครงการ 994 ล้าน
ล่าสุด เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2569 นางสาวปณิตา ชินวัตร รองผู้อำนวยการสำนักงาน รักษาการแทนผู้อำนวยการ สสว. ทำหนังสือถึงอธิการบดีมหาวิทยาลัยศิลปากร 2 ฉบับ เพื่อแจ้งผลการพิจารณาอุทธรณ์ทั้ง 2 โครงการ
ทั้งนี้ หนังสือแจ้งผลการพิจารณาอุทธรณ์ผลการคัดเลือกหน่วยร่วมดำเนินงานโครงการพัฒนาและสร้างระบบนิเวศ e-Commerce ของไทย เพื่อ SME ไทย ระบุว่า ตามที่ มหาวิทยาลัยศิลปากรได้อุทธรณ์ผลการคัดเลือกหน่วยร่วมดำเนินงานโครงการ โดยขอให้ สสว.ทบทวนและเพิกถอนผลการพิจารณาเดิมในส่วนที่เห็นว่ามหาวิทยาลัยศิลปากรไม่ผ่านคุณสมบัติ เนื่องจากหนังสือมอบอำนาจไม่ถูกต้อง และขอให้รับข้อเสนอโครงการของมหาวิทยาลัยศิลปากรเข้าสู่กระบวนการพิจารณาคัดเลือกในลำดับต่อไป รายละเอียดแจ้งแล้ว นั้น
หนังสือระบุว่า สสว. ขอเรียนว่าผู้อำนวยการ สสว. ในฐานะเจ้าหน้าที่ผู้ทำคำสั่งทางปกครองได้พิจารณาคำอุทธรณ์แล้วไม่เห็นด้วยกับคำอุทธรณ์และได้รายงานความเห็นพร้อมเหตุผลต่อคณะกรรมการบริหารสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ในฐานะผู้มีอำนาจพิจารณาคำอุทธรณ์ ต่อมาในคราวประชุมคณะกรรมการบริหารฯ ครั้งที่ 7/2569 เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2569 ได้พิจารณาคำอุทธรณ์แล้วเห็นว่าหนังสือมอบอำนาจของมหาวิทยาลัยศิลปากร ฉบับลงวันที่ 22 มิถุนายน 2569 ระบุให้ผู้รับมอบอำนาจจำนวน 3 คนร่วมกันดำเนินการและลงนามในเอกสารยื่นข้อเสนอ โดยมิได้ระบุให้ผู้รับมอบอำนาจคนใดคนหนึ่งมีอำนาจดำเนินการ หรือลงนามแทนมหาวิทยาลัยศิลปากรได้โดยลำพัง เมื่อแบบคำขอรับความช่วยเหลือซึ่งเป็นเอกสารประกอบการยื่นข้อเสนอ มีเพียงอาจารย์ ดร.ศรายุทธ แสนมี ลงนามแต่เพียงผู้เดียว การลงนามดังกล่าวจึงไม่เป็นไปตามขอบเขตและเงื่อนไขที่ปรากฏในหนังสือมอบอำนาจ และไม่อาจถือได้ว่าเป็นการลงนามโดยผู้มีอำนาจกระทำการแทนมหาวิทยาลัยศิลปากรตามเอกสารที่ยื่นไว้ภายในกำหนดยื่นข้อเสนอ
หนังสือยังระบุว่า ในการตรวจสอบเอกสารยื่นข้อเสนอ คณะกรรมการคัดเลือกหน่วยร่วมดำเนินงานเพื่อดำเนินงานโครงการพัฒนาและสร้างระบบนิเวศ e-Commerce ของไทย เพื่อ SME ไทย จำเป็นต้องพิจารณาตามข้อความและขอบเขตอำนาจที่ปรากฏในเอกสารที่ผู้ยื่นข้อเสนอแต่ละรายนำส่งภายในระยะเวลาที่กำหนด โดยใช้หลักเกณฑ์และมาตรฐานเดียวกัน เมื่อหนังสือมอบอำนาจใช้คำว่า “และ” เชื่อมรายชื่อผู้รับมอบอำนาจทั้งสามคน ประกอบกับไม่มีข้อความกำหนดให้ผู้รับมอบอำนาจคนใดคนหนึ่งสามารถดำเนินการได้โดยลำพัง จึงต้องรับฟังตามข้อความที่ปรากฏว่า ผู้รับมอบอำนาจทั้ง 3 คนต้องร่วมกันดำเนินการตามขอบเขตแห่งการมอบอำนาจดังกล่าว ส่วนคำชี้แจงในภายหลังว่า การใช้คำว่า “และ” เกิดจากความคลาดเคลื่อนในการจัดทำเอกสาร หรือผู้มอบอำนาจมีเจตนาให้ผู้รับมอบอำนาจแต่ละคนสามารถแยกกันดำเนินการได้นั้น แม้จะรับไว้ประกอบการพิจารณาคำอุทธรณ์ ไม่อาจนำมาเปลี่ยนแปลงข้อความหรือขอบเขตแห่งการมอบอำนาจตามเอกสารที่ได้ยื่นไว้และมีผลใช้ประกอบการพิจารณา ณ วันสิ้นสุดระยะเวลายื่นข้อเสนอได้ หากยอมให้มีการอธิบายหรือเปลี่ยนแปลงสาระสำคัญของเอกสารภายหลังกำหนดเวลายื่นข้อเสนอ ย่อมอาจทำให้การพิจารณาผู้ยื่นข้อเสนอแต่ละรายไม่ได้อยู่ภายใต้มาตรฐานเดียวกัน และกระทบต่อหลักความเสมอภาค ความโปร่งใส และความเป็นธรรมผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นที่ได้จัดทำและยื่นเอกสารอย่างถูกต้องครบถ้วนภายในกำหนดเวลา
หนังสือระบุอีกว่า สำหรับกรณีที่มหาวิทยาลัยศิลปากรขอให้รับรองหรือให้สัตยาบันแก่การลงนามดังกล่าวในภายหลังนั้น กระบวนการคัดเลือกเป็นหน่วยร่วมดำเนินงานโครงการพัฒนาและสร้างระบบนิเวศ e-Commerce ของไทย เพื่อ SME ไทย ปีงบประมาณ 2569 กำหนดให้คุณสมบัติและเอกสารประกอบการยื่นข้อเสนอต้องครบถ้วนสมบูรณ์ภายในกำหนดเวลายื่นข้อเสนอ ประกอบกับกระบวนการตรวจสอบคุณสมบัติและเอกสารได้ดำเนินการเสร็จสิ้นแล้ว การรับรองหรือให้สัตยาบันในภายหลังจึงไม่อาจนำมาเปลี่ยนแปลงสถานะความครบถ้วนของเอกสาร ณ วันยื่นข้อเสนอ หรือเยียวยาข้อบกพร่องอันเป็นสาระสำคัญภายหลังพ้นกำหนดเวลาดังกล่าวได้ เนื่องจากอาจกระทบต่อมาตรฐานการดำเนินงานของ สสว. และความเป็นธรรมต่อผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น
“ด้วยเหตุผลดังกล่าว มหาวิทยาลัยศิลปากรจึงไม่ผ่านการพิจารณาคุณสมบัติในการคัดเลือกเป็นหน่วยร่วมดำเนินงานในโครงการดังกล่าว คณะกรรมการบริหารสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม จึงมีมติให้ยกอุทธรณ์ และมอบหมายให้ผู้อำนวยการ สสว. แจ้งผลการพิจารณาอุทธรณ์ให้มหาวิทยาลัยศิลปากรทราบต่อไป”หนังสือระบุ
หนังสือย้ำว่า ทั้งนี้ หากท่านไม่เห็นด้วยกับคำวินิจฉัยอุทธรณ์นี้ มีสิทธิฟ้องต่อศาลปกครอง ภายใน 90 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งคำวินิจฉัยอุทธรณ์นี้ ตามมาตรา 49 แห่งพ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542

หนังสือ สสว. (1)
สำหรับหนังสือแจ้งผลการพิจารณาอุทธรณ์ผลการคัดเลือกหน่วยร่วมดำเนินงานโครงการส่งเสริม SME เข้าสู่ตลาด e-Commerce และ Live-Commerce ปีงบประมาณ 2569 ระบุว่า ตามที่ มหาวิทยาลัยศิลปากรได้อุทธรณ์ขอให้สำนักงาน สสว. ดำเนินการพิจารณาทบทวนและเพิกถอนผลการพิจารณา กรณีมหาวิทยาลัยศิลปากรยื่นขอรับความช่วยเหลือจากเงินกองทุนส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ประจำปี 2569 โครงการส่งเสริม SME เข้าสู่ตลาด e-Commerce และ Live-Commerce ซึ่งต่อมา สสว. ได้ประกาศรายชื่อหน่วยงานที่ได้รับความช่วยเหลือจากโครงการดังกล่าว โดยมหาวิทยาลัยศิลปากรเป็นผู้ที่ไม่ได้รับความช่วยเหลือจากโครงการฯ นั้น
ผู้อำนวยการ สสว. ได้พิจารณาอุทธรณ์แล้ว เห็นว่า หลักเกณฑ์การพิจารณาคัดเลือกและค่าน้ำหนักคะแนนที่ใช้ในการประเมินเป็นหลักเกณฑ์เดียวกันกับเอกสารแนบท้ายประกาศเชิญชวนหน่วยงานที่ประสงค์ขอรับความช่วยเหลือ จากเงินกองทุนส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม เพื่อนำไปใช้ดำเนินงานตามแผนปฏิบัติการส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ประจำปี 2569 ในโครงการส่งเสริม SME เข้าสู่ตลาด e-Commerce และ Live-Commerce ฉบับลงวันที่ 27 พฤษภาคม 2569 ดังนั้น การดำเนินการคัดเลือกหน่วยร่วมดำเนินงานโครงการส่งเสริม SME เข้าสู่ตลาด e-Commerce และ Live-Commerce จึงเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่ได้ประกาศไว้และเป็นไปด้วยความโปร่งใส เป็นธรรม และตรวจสอบได้
“ผู้อำนวยการ สสว. จึงไม่เห็นด้วยกับคำอุทธรณ์ และได้รายงานความเห็นพร้อมเหตุผลไปยังคณะกรรมการบริหารสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ในฐานะผู้มีอำนาจพิจารณาอุทธรณ์ ตามมาตรา 44 แห่งพ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539 โดยคณะกรรมการบริหารสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ในการประชุมครั้งที่ 7/2569 เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2569 พิจารณาความเห็นพร้อมเหตุผลแล้วเห็นพ้องกับความเห็นของผู้อำนวยการ สสว. จึงมีมติยกอุทธรณ์ของมหาวิทยาลัยศิลปากร โดยมอบหมายให้ผู้อำนวยการ สสว. เป็นผู้แจ้งผลการพิจารณาอุทธรณ์ดังกล่าว” หนังสือระบุ
หนังสือฉบับนี้ ยังระบุด้วยว่า ทั้งนี้ หากผู้อุทธรณ์ไม่เห็นด้วยกับคำวินิจฉัยอุทธรณ์นี้ มีสิทธิฟ้องคดีต่อศาลปกครอง ภายใน 90 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งผลการพิจารณาอุทธรณ์ฉบับนี้ ทั้งนี้ ตามมาตรา 49 แห่งพ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542

หนังสือ สสว. (2)




