News Logo
หน้าแรก
ทร.เสวนาซื้อเรือฟริเกต ย้ำไม่ใช่แค่แสนยานุภาพ แต่คิกออฟอุตสาหกรรม กห.

ทร.เสวนาซื้อเรือฟริเกต ย้ำไม่ใช่แค่แสนยานุภาพ แต่คิกออฟอุตสาหกรรม กห.

10 ก.ค. 2569 14:03
ผู้ชม 23 คน

ทร.จัดเสวนาจัดซื้อเรือฟริเกต ย้ำไม่ได้เป็นแค่การเสริมแสนยานุภาพทางทหาร แต่เป็นการลงทุนยุทธศาสตร์วางรากฐานอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ สมาคมอู่ต่อเรือแนะใช้อู่ ทร.ดำเนินการ ให้รัฐบาลช่วยหนุน-สภาวิศวกรจี้กำหนดเงื่อนไขถ่ายทอดเทคโนโลยีเข้มงวด-'วิโรจน์' เห็นด้วยซื้อเรือหลายลำ ผูกพันงบประมาณ

สำนักข่าว Next News รายงานว่าเมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม 2569 ที่กองทัพเรือ ได้มีการจัดเสวนาในหัวข้อ "ทำไมต้องซื้อเรือฟริเกต?" โดยมีผู้ร่วมเสวนาจากหลายภาคส่วนได้แก่ พลเรือตรีศราวุธ ชิยางคบุตร, ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผนกรมส่งกำลังบำรุงทหารเรือ; รองศาสตราจารย์อเนก สิริพาชกร, อุปนายกสภาวิศวกร; นายภัทรวิน จงวิศาล, เลขาธิการสมาคมต่อเรือและซ่อมเรือไทย; นายอนาลโย กอสกุล จากเว็บไซต์ thaarmforce.com; และนายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร, ที่ปรึกษาประจำคณะกรรมาธิการการทหาร สภาผู้แทนราษฎร ซึ่งทำหน้าที่เป็นผู้ดำเนินรายการ

พลเรือตรีศราวุธ ชิยางคบุตร, ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผนกรมส่งกำลังบำรุงทหารเรือ:

พลเรือตรีศราวุธ ชิยางคบุตร, ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผนกรมส่งกำลังบำรุงทหารเรือ:

พลเรือตรีศราวุธ ชิยางคบุตร, ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผนกรมส่งกำลังบำรุงทหารเรือ:

พลเรือตรีศราวุธเน้นย้ำถึงเหตุผลสำคัญที่กองทัพเรือจำเป็นต้องจัดหาเรือฟริเกตหลายลำ โดยแบ่งเป็น 3 บทบาทหลัก ได้แก่ การจัดหา ซึ่งการซื้อหลายลำพร้อมกันจะเพิ่มอำนาจต่อรองและลดต้นทุนต่อหน่วยได้ หากซื้อ 2 ลำ ราคาจะไม่ใช่ 17,000 ล้านบาทคูณ 2 แต่จะน้อยกว่า การใช้งาน เนื่องจากสามารถใช้บุคลากรชุดเดียวกันหมุนเวียนปฏิบัติงานได้ ช่วยเพิ่มความเชี่ยวชาญและลดความจำเป็นในการฝึกคนหลายกลุ่มสำหรับเรือแต่ละแบบ และ การซ่อมบำรุง (Maintenance) การมีเรือแบบเดียวกันช่วยให้ลงทุนเครื่องมือเฉพาะ (Special Tools) เพียงชุดเดียวเพื่อใช้กับเรือหลายลำได้ ซึ่งจะทำให้การซ่อมบำรุงมีประสิทธิภาพและลดต้นทุนโดยรวม

สำหรับนโยบายชดเชย หรือ "Offset Policy" พลเรือตรีศราวุธ อธิบายว่านี่ไม่ใช่ของแถม แต่เป็นการลงทุนเพื่อสร้างขีดความสามารถของประเทศอย่างยั่งยืน กองทัพเรือได้กำหนดให้ผู้เสนอต้องยื่นข้อเสนอกิจการชดเชยใน 5 ประเด็นหลัก ได้แก่ การลงทุนในไทย การวิจัยพัฒนาและถ่ายทอดเทคโนโลยี การฝึกอบรมและพัฒนาทักษะบุคลากรไทย การร่วมผลิตกับไทย และการให้ความช่วยเหลือด้านอื่นๆ ผู้เสนอจะต้องเสนอ "Actual Value" หรือมูลค่าจริงของการลงทุนในกิจกรรมชดเชยไม่น้อยกว่าร้อยละ 15 ของโครงการ ซึ่งในกรณีของเรือฟริเกต 17,000 ล้านบาท จะเท่ากับไม่น้อยกว่า 2,550 ล้านบาท นอกจากนี้ "Offset Credit Value" ซึ่งเป็นมูลค่าผลกระทบทางเศรษฐกิจต้องไม่ต่ำกว่าร้อยละ 100 ของโครงการทั้งหมด หรือ 17,000 ล้านบาท กองทัพเรือยังให้ความสำคัญกับการถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการออกแบบและสร้างเรือ รวมถึงการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา (IP) เพื่อให้ภาคเอกชนและสถาบันการศึกษาสามารถต่อยอดได้

นายอนาลโย กอสกุล จากเว็บไซต์ thaarmforce.com:

นายอนาลโย กอสกุล จากเว็บไซต์ thaarmforce.com:

นายอนาลโย กอสกุล จากเว็บไซต์ thaarmforce.com:

นายอนันต์โยกเสริมว่า การสั่งซื้ออุปกรณ์พร้อมกันหลายตัวจะช่วยลดต้นทุน เนื่องจากผู้ผลิตไม่ต้องเริ่มสายการผลิตใหม่สำหรับแต่ละชิ้น และเสนอแนวคิด "Magic Number" ที่ควรมีอุปกรณ์อย่างน้อย 3 ชุดสำหรับใช้งาน ฝึก และซ่อมบำรุง นอกจากนี้ เขาย้ำว่าการจัดการงบประมาณแบบรวมเป็นก้อนจะส่งผลให้ราคาถูกลงและมีประสิทธิภาพมากกว่าการซื้อทีละลำ การมี "Master Plan" ระยะยาวสำหรับการพัฒนาอุตสาหกรรมป้องกันประเทศเป็นสิ่งสำคัญ และเสนอว่า "Offset Policy" ไม่ใช่เรื่องของทหารเพียงฝ่ายเดียว แต่เป็นเรื่องของเศรษฐกิจและรัฐบาลควรเข้ามามีบทบาทในการวางแผน และมีกฎหมายรองรับ ซึ่งปัจจุบันยังเป็นแค่ภาคสมัครใจ นายอนันต์โยกยังอธิบายถึงความจำเป็นของเรือฟริเกตว่า เรือขนาดใหญ่มีความทนทานต่อสภาพทะเลสูงกว่า สามารถปฏิบัติการในพื้นที่ห่างไกล เช่น ทะเลจีนใต้หรือช่องแคบมะละกาได้ และสามารถติดตั้งระบบอาวุธและอุปกรณ์ได้มากกว่า กองทัพเรือไทยยังต้องการเรือฟริเกตอีกหลายลำเพื่อทดแทนเรือเก่าที่หมดอายุ ซึ่งหากไม่ดำเนินการ ประเทศเพื่อนบ้านจะพัฒนาขีดความสามารถแซงหน้าไป

นายภัทรวิน จงวิศาล, เลขาธิการสมาคมต่อเรือและซ่อมเรือไทย:

นายภัทรวิน จงวิศาล, เลขาธิการสมาคมต่อเรือและซ่อมเรือไทย:

นายภัทรวิน จงวิศาล, เลขาธิการสมาคมต่อเรือและซ่อมเรือไทย:

นายพัทรวินชี้ให้เห็นถึง "Non-recurring cost" หรือต้นทุนคงที่ที่ไม่สามารถทำ 1 ลำแล้วใช้เท่ากันได้ เช่น ค่าทำแบบหรือค่าขึ้นโรงงาน ซึ่งจะถูกลงเมื่อมีการสั่งซื้อจำนวนมาก ตอนนี้กองทัพเรือมีเรือที่อายุเกิน 30 ปีถึงประมาณ 20 ลำ และมีความต้องการงบประมาณอีกกว่า 198,000 ล้านบาท เพื่อจัดหาทดแทน การมีความชัดเจนและต่อเนื่องในนโยบายจะช่วยให้อู่ต่อเรือกล้าลงทุนและพัฒนาศักยภาพ การต่อเรือในประเทศจะสร้างงานและทำให้เกิด "Multiplier Effect" ทางเศรษฐกิจ เช่น การจ้างแรงงาน การซื้อวัตถุดิบในประเทศ ซึ่งจะส่งผลดีตั้งแต่ผู้ประกอบการไปจนถึงแม่ค้าขายลูกชิ้น แม้การต่อเรือครั้งแรกอาจใช้เวลานานกว่าการซื้อจากต่างประเทศ (5 ปีเทียบกับ 3 ปี) แต่จะทำให้เกิดการเรียนรู้และพัฒนาองค์ความรู้ภายในประเทศ อู่ต่อเรือไทยมีความพร้อมในการต่อเรือได้ 100% โดยมีอู่ราชนาวีมหิดลเป็นฐานการผลิตหลัก และมีการรวมกลุ่มความร่วมมือระหว่าง 8 อู่

นายภัทรวินยังแนะนำให้รัฐบาลสนับสนุนผ่าน "Government Furnish Facility (GFF)" และ "Government Furnish Services (GFS)" โดยให้ใช้สินทรัพย์และบริการของรัฐที่มีอยู่ เช่น อู่ราชนาวีมหิดล เพื่อลดความเสี่ยงและเพิ่มประสิทธิภาพโครงการ

รองศาสตราจารย์อเนก สิริพาชกร อุปนายกสภาวิศวกร

รองศาสตราจารย์อเนก สิริพาชกร อุปนายกสภาวิศวกร

รองศาสตราจารย์อเนก สิริพาชกร อุปนายกสภาวิศวกร

รองศาสตราจารย์อเนกเน้นย้ำถึงบทบาทสำคัญของวิศวกรรมในการพัฒนาประเทศและการสร้างเรือ โดยเสนอให้ใช้ "Request for Proposal (RFP)" ที่กำหนดเงื่อนไขการถ่ายทอดเทคโนโลยีอย่างเข้มงวด เพื่อให้เกิดการส่งออกสินค้าได้ในอนาคต การยกระดับมาตรฐานวิศวกรรม และการพัฒนาบุคลากรเป็นสิ่งจำเป็น สภาวิศวกรมีความพร้อมในการสนับสนุนด้าน R&D, มาตรฐาน, และการพัฒนาคน โดยเฉพาะการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ เช่น Structural Health Monitoring, AI, IoT เพื่อให้การบำรุงรักษามีประสิทธิภาพ ลด Downtime หรือเวลาที่เรือต้องจอดซ่อม และยืดอายุการใช้งานของเรือ และยังเสนอให้โครงการนี้เป็น "ต้นแบบ" สำหรับโครงการขนาดใหญ่อื่นๆ ของประเทศ

นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ที่ปรึกษาประจำคณะกรรมาธิการการทหาร สภาผู้แทนราษฎร:

นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ที่ปรึกษาประจำคณะกรรมาธิการการทหาร สภาผู้แทนราษฎร:

นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ที่ปรึกษาประจำคณะกรรมาธิการการทหาร สภาผู้แทนราษฎร:

นายวิโรจน์ในฐานะผู้ดำเนินรายการและที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการการทหาร ได้สรุปภาพรวมและจุดเน้นของการเสวนา โดยกล่าวว่าการจัดหาเรือฟริเกตในครั้งนี้ไม่ใช่แค่การซื้ออาวุธ แต่เป็นการลงทุนที่เกี่ยวพันกับความมั่นคงทางเศรษฐกิจ การพัฒนาอุตสาหกรรม การจ้างงาน และยกระดับวิศวกรรมของประเทศ

นายวิโรจน์ได้ย้ำว่านี่คือ "โอกาสพลิกฟื้นประเทศ" โดยชี้ให้เห็นว่าการชะลอการพัฒนาของกองทัพเรือในอดีตทำให้ภาคเอกชนชะลอตัวตามไปด้วยถึง 30 ปี โครงการนี้จึงเป็นจุดเริ่มต้นใหม่ที่สำคัญ

ที่ปรึกษากรรมาธิการกล่าวว่าตนเห็นด้วยกับการผูกพันงบประมาณระยะยาวสำหรับการจัดหาเรือหลายลำ เพื่อสร้างความมั่นใจให้กองทัพและภาคเอกชนกล้าลงทุนพัฒนาคนและโครงสร้างพื้นฐาน การซื้อทีละลำจะทำให้ราคาแพงกว่าและขาดความต่อเนื่อง ดังนั้นจึงหวังว่าการจัดหาเรือฟริเกตนี้จะเป็นความภูมิใจของคนไทยทั้งชาติ และเป็น "New S-Curve" ใหม่สำหรับเศรษฐกิจ ที่ช่วยลดการนำเข้าและส่งเสริมการส่งออก

 อ้างอิงข่าวโดยสามารถเข้าไปดูวิดีโอเสวนาฉบับเต็มได้ที่ไลฟ์ของเพจ Friends Talk

แท็กที่เกี่ยวข้อง
ฟริเกตไทย



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เปิดอีก 2 แห่งธุรกิจ‘เจเศรษฐ์’มท.3 หลานชาดา -ผู้ช่วย สส.โผล่ถือหุ้น
เปิดอีก 2 แห่งธุรกิจ‘เจเศรษฐ์’มท.3 หลานชาดา -ผู้ช่วย สส.โผล่ถือหุ้น