News Logo
หน้าแรก
สื่อเกาหลีฯ ตีข่าว 'ฮันฮวา' ส่อเข้าวิน คว้าดีลฟริเกตไทย 1.7 หมื่น ล.

สื่อเกาหลีฯ ตีข่าว 'ฮันฮวา' ส่อเข้าวิน คว้าดีลฟริเกตไทย 1.7 หมื่น ล.

24 มิ.ย. 2569 06:00
ผู้ชม 12 คน

สื่อเกาหลีใต้ตีข่าว "ฮันฮวา" ส่อเข้าวิน คว้าดีลรือฟริเกตสมรรถนะสูงไทย มูลค่า 1.7 หมื่น ล. หลังทำคะแนนประเมินเหนือคู่แข่ง 6 ชาติ อาศัยข้อได้เปรียบ ความน่าเชื่อถือเรือหลวงภูมิพลอดุลยเดชประจำการก่อนหน้านี้ ส่วนตัวแทนเอกชนบอกตอนนี้ยังไม่รู้ผล ขณะ ทร.ไทย ยืนยันกระบวนการคัดเลือกโปร่งใส ตรวจสอบได้ ใกล้จะได้ข้อสรุปในเดือนนี้ ยืนยันดีลนี้เพื่อประโยชน์สูงสุดของชาติ

เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2569 สำนักข่าวเศรษฐกิจฮันส์ สื่อเกาหลีใต้ได้รายงานข่าวเป็นภาษาเกาหลีเกี่ยวกับความคืบหน้าการจัดซื้อเรือฟริเกตของไทย โดยระบุว่า ฮันฮวาโอเชียน (Hanwha Ocean) เป็นผู้ที่ได้รับความสนใจอย่างมากในการประมูลโครงการเรือฟริเกตสมรรถนะสูงรุ่นต่อไปของกองทัพเรือไทย ซึ่งมีมูลค่าประมาณ 8 แสนล้านวอน (ประมาณ 1.76 หมื่นล้านบาท)

ตามรายงานข่าวท้องถิ่นของไทยเมื่อวันที่ 23 มิถุนายน กองทัพเรือไทยกำลังเข้าสู่ขั้นตอนสุดท้ายของการประเมินข้อเสนอสำหรับโครงการจัดหาเรือฟริเกตสมรรถนะสูงขนาด 4,000 ตัน จำนวน 1 ลำ มูลค่า 1.7 หมื่นล้านบาท (ประมาณ 8 แสนล้านวอน หรือ 1.76 หมื่นล้านบาท) โดยเดิมทีการแข่งขันครั้งนี้มีบริษัทจาก 6 แห่งทั่วโลกเข้าร่วม รวมถึงบริษัทต่อเรือจากเกาหลีใต้ 2 แห่ง ได้แก่ ฮันฮวาโอเชียน และ เอชดี ฮุนได เฮฟวี อินดัสทรีส์ (HD Hyundai Heavy Industries) รวมถึงบริษัทจากสิงคโปร์ สเปน และตุรเคีย

แหล่งข่าวทางการทหารในพื้นที่ระบุว่า ฮันฮวาโอเชียน ได้คะแนนสูงสุดในการประเมินครั้งนี้ โดย ฮันฮวาโอเชียน ได้เสนอแบบเรือ Frigate 4000 (OCEAN-40F) ซึ่งเป็นรุ่นส่งออกที่พัฒนาจากแบบเรือพิฆาต KDDX ของตนเอง ในขณะที่คู่แข่งสำคัญอย่าง เอชดี ฮุนได เฮฟวี อินดัสทรีส์ รวมถึงบริษัท นาวันเทีย (Navantia) จากสเปน และบริษัทจากตุรเคียอีก 5 แห่ง ถูกตัดสิทธิ์ เนื่องจากไม่สามารถปฏิบัติตามเกณฑ์ที่เข้มงวดของกองทัพเรือไทยในด้าน "การสร้างเรือในประเทศและการถ่ายทอดเทคโนโลยี"

โดยกองทัพเรือไทยได้กำหนดสัดส่วนการสร้างเรือในประเทศขั้นต่ำ 20% สำหรับโครงการนี้ แม้ เอชดี ฮุนได เฮฟวี อินดัสทรีส์ จะเสนอสัดส่วนการสร้างในประเทศถึง 40% และบริษัทจากตุรเคียเสนอ 100% แต่ก็ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินคะแนนโดยรวม

ผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมป้องกันประเทศมองว่า ประวัติการปฏิบัติงานและความน่าเชื่อถือของเรือหลวงภูมิพลอดุลยเดช (DW-3000F) ซึ่งเป็นเรือฟริเกตที่ ฮันฮวาโอเชียน (ในขณะนั้นคือ Daewoo Shipbuilding & Marine Engineering) ส่งมอบให้กองทัพเรือไทยในปี 2561 มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งต่อการพิจารณาในครั้งนี้

เรือหลวงภูมิพลอดุลยเดช ปัจจุบันเป็นเรือธงหลักของกองทัพเรือไทย แม้จะมีกระแสวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับปัญหาเครื่องยนต์บางประการ แต่กองทัพเรือไทยไม่ได้ระบุสาเหตุข้อบกพร่องอย่างเป็นทางการ และกลับแสดงความไว้วางใจที่สูงขึ้นต่อ ฮันฮวาโอเชียน ในด้านความร่วมมือระยะยาวและความสามารถในการสนับสนุนด้านการบำรุงรักษา

สื่อเกาหลีใต้ระบุอีกว่าเมื่อมีข่าวลือเกี่ยวกับการรั่วไหลของผลการคัดเลือกคู่สัญญา กองทัพเรือไทยได้ออกแถลงการณ์อย่างรอบคอบ โดย พลเรือตรี ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ ได้กล่าวอย่างเป็นทางการว่า “กระบวนการคัดเลือกโครงการเรือฟริเกตนี้กำลังดำเนินการอย่างเข้มงวดและโปร่งใสตามกฎหมายและระเบียบการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ” และระบุว่าคณะกรรมการที่ประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญจากสาขาต่างๆ กำลังตรวจสอบเอกสารตามหลักฐานเชิงประจักษ์ และโครงการนี้อยู่ภายใต้การตรวจสอบของคณะสังเกตการณ์ตามข้อตกลงคุณธรรม (Integrity Pact) เพื่อป้องกันการทุจริต โดยจะประกาศผลสุดท้ายภายในเดือนนี้ โดยคำนึงถึงขีดความสามารถทางทหาร ประสิทธิภาพงบประมาณ และผลประโยชน์ด้านความมั่นคงของชาติในระยะยาวเท่านั้น

โดยโครงการนี้ไม่ได้เป็นเพียงการส่งออกเรือเพียงลำเดียว แต่ยังถูกประเมินว่าเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญที่จะเปลี่ยนภูมิทัศน์ของตลาดอุตสาหกรรมป้องกันประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กองทัพเรือไทยมีแผนระยะยาวที่จะขยายกำลังเรือฟริเกตจาก 4 ลำเป็น 8 ลำภายในปี 2580 ผู้ชนะในโครงการนี้จะมีข้อได้เปรียบอย่างมากในการประมูลจัดหาเรือประเภทเดียวกันเพิ่มเติมมูลค่าสูงสุด 3 ล้านล้านวอน หรือประมาณ 6.6 หมื่นล้านบาท รวมถึงโครงการซ่อมบำรุงรักษา (MRO) ในอนาคต

ตัวแทนจาก ฮันฮวาโอเชียน ได้แสดงท่าทีระมัดระวังต่อข่าวลือ โดยกล่าวว่า "เราไม่ทราบผลและไม่สามารถรู้ได้จริงๆ แต่เราจะพยายามเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดี" ขณะนี้อุตสาหกรรมป้องกันประเทศเกาหลีใต้กำลังจับตามองการประกาศผลอย่างเป็นทางการจากกองทัพเรือไทย ว่า ฮันฮวาโอเชียน จะสามารถสร้างประวัติศาสตร์ในตลาดเรือสมรรถนะสูงในต่างประเทศได้หรือไม่

ในวันเดียวกัน (23 มิถุนายน) พลเรือตรี ปารัช ได้ออกแถลงการณ์ผ่านไลน์กลุ่มผู้สื่อข่าวของกองทัพเรือว่า กระบวนการพิจารณาใกล้จะแล้วเสร็จภายใต้การกำกับดูแลของผู้สังเกตการณ์ตามข้อตกลงคุณธรรม และได้เน้นย้ำว่า แม้กระบวนการจะอยู่ในขั้นตอนสุดท้ายและใกล้ได้ข้อสรุปแล้ว แต่กองทัพเรือยังไม่สามารถเปิดเผยผลการพิจารณาได้ในขณะนี้ เนื่องจากจะต้องดำเนินการตามขั้นตอนราชการและเสนอผู้มีอำนาจพิจารณาอนุมัติตามลำดับชั้นก่อนจึงจะประกาศผลได้ เพื่อให้เป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบราชการ และหลักธรรมาภิบาลในการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ

"กองทัพเรือเชื่อมั่นว่ากระบวนการที่ดำเนินการอย่างรอบคอบ โปร่งใส และอยู่ภายใต้การตรวจสอบจากหลายภาคส่วน จะนำไปสู่การได้มาซึ่งเรือฟริเกตที่เหมาะสมกับภารกิจและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศชาติ ไม่ใช่เพียงเสริมสร้างขีดความสามารถในการป้องกันประเทศและความพร้อมรบของกองทัพเรือเท่านั้น แต่ยังเป็นโอกาสสำคัญในการพัฒนาอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ การถ่ายทอดเทคโนโลยี การสร้างงาน การลงทุนภายในประเทศ และการกระตุ้นเศรษฐกิจของไทยในระยะยาว โดยมีเป้าหมายร่วมกันว่า กองทัพเรือได้เรือ ประเทศก็ได้ด้วย" พลเรือตรี ปารัช กล่าวทิ้งท้าย

ที่มา https://www.hansbiz.co.kr/news/articleView.html?idxno=845999

แท็กที่เกี่ยวข้อง
ฟริเกตไทย



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

รู้เท่าไม่ถึงการณ์! รอลงอาญา '2พวก' อดีตนายกเทศฯบ้านเสด็จ ทุจริตดูงาน
รู้เท่าไม่ถึงการณ์! รอลงอาญา '2พวก' อดีตนายกเทศฯบ้านเสด็จ ทุจริตดูงาน