News Logo
หน้าแรก
'รักชนก' อ้างข่าว Next News ชี้ 'พาขวัญ-บ.ฮิวแมน' โยงแพลนบี รับงาน AI

'รักชนก' อ้างข่าว Next News ชี้ 'พาขวัญ-บ.ฮิวแมน' โยงแพลนบี รับงาน AI

18 มิ.ย. 2569 16:17
ผู้ชม 25 คน

กมธ.กฎหมายฯ-งบฯ ร่วมถก “TH-AI Passport” 1.6 พันล้าน 'ไอซ์ รักชนก' อ้างข้อมูล Next News ชี้ "พาขวัญ-บ.ฮิวแมน" โยงแพลนบี ส่อโครงการนี้มี ล็อคสเปก-ฮั้วประมูล-ภูมิใจไทยประท้วงวุ่น อ้าง 2 กมธ.ไม่มีอำนาจประชุมร่วม เพราะต้องขอ ปธ.สภาฯ- ผู้ร่าง TOR ยอมรับรายละเอียดมีซ้ำโครงการ อว.-ปลัดดีอียันโปร่งใสใช้เวลาถึง 5 เดือน ไม่ใช่แค่ไม่กี่วัน ด้าน ป.ป.ช. รับข้อมูลเตรียมพิจารณาสอบเชิงรุก

สำนักข่าว Next News รายงานว่า เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2569 คณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร ซึ่งมีนายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาชนเป็นประธาน และคณะกรรมาธิการศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ สภาผู้แทนราษฎรซึ่งมีมี น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาชนเป็นประธาน ได้มีการประชุมร่วมกันเพื่อตรวจสอบโครงการ TH-AI Passport วงเงิน 1,600 ล้านบาท ของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ซึ่งมีเป้าหมายแจกจ่าย AI ฟรีให้กับประชาชนชาวไทย 5 ล้านคน ทั้งนักเรียน นักศึกษา และผู้ประกอบการ

โดยการประชุมวันนี้ นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ไม่ได้มาร่วมประชุมด้วยตนเอง แต่ได้ส่งนายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดีอี มาร่วมชี้แจงแทน

ในบางช่วงบางตอนของการประชุม น.ส.รักชนก ได้อ้างอิงข้อมูลสำนักข่าว Next News โดยตั้งข้อสังเกตถึงความไม่ชอบมาพากลของโครงการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรณีของ "คุณพาขวัญ" (น.ส.พาขวัญ วงศ์พลทวี) ตัวแทนจากบริษัท ฮิวแมน อินเทลลิเจนท์ จำกัด ซึ่งเป็นหนึ่งในบริษัทร่วมค้าที่ได้รับโครงการนี้ ซึ่ง น.ส.พาขวัญเคยมีความสัมพันธ์หรือทำงานในบริษัท "แพลนเอ็กซ์" ซึ่งได้ถูกเชื่อมโยงกับแพลนบีมาก่อนหน้านี้ สอดรับกับข้อสังเกตว่าบริษัทแพลนบีแทบจะเป็นหนึ่งในไม่กี่บริษัทที่มีเครือข่ายป้ายบิลบอร์ดและจอโฆษณาในร้านสะดวกซื้อทั่วประเทศ และยังพบความเชื่อมโยงของผู้ถือหุ้นสำคัญ (Ultimate Beneficial Owner – UBO) ซึ่งเป็นบุคคลเดียวกันกับบริษัทที่ได้รับโครงการ และมีการตั้งข้อสังเกตถึงการปรากฏและถูกลบออกไปของแอปพลิเคชันที่มีคอนเซ็ปต์และชื่อคล้ายคลึงกับโครงการนี้ก่อนหน้าการประมูลอย่างเป็นทางการ

แกะสัมพันธ์ 'พาขวัญ-บ.ฮิวแมน' โยงบิ๊กแพลนบี-ก่อนรับงาน AI Passport

แกะสัมพันธ์ 'พาขวัญ-บ.ฮิวแมน' โยงบิ๊กแพลนบี-ก่อนรับงาน AI Passport

ภูมิใจไทยประท้วงวุ่น “ณัฐวุฒิ” โวย 2 กมธ.ไม่มีอำนาจถกร่วม “ศุภชัย” Walk out

บรรยากาศการประชุมในช่วงเริ่มต้นเต็มไปด้วยความตึงเครียด โดยนายณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ สส.สุพรรณบุรี พรรคภูมิใจไทย และกรรมาธิการการกฎหมายฯ ได้ตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับความชอบด้วยข้อบังคับของการประชุมร่วม โดยระบุว่าตามข้อบังคับ ข้อ 90 การประชุมร่วมหลายคณะต้องยื่นต่อประธานรัฐสภาเพื่อพิจารณา แต่ไม่ปรากฏว่ามีการดำเนินการดังกล่าวอย่างชัดเจน นอกจากนี้ ยังตั้งข้อสงสัยว่าโครงการ TH-AI Passport อยู่ในอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมาธิการการกฎหมายฯ หรือไม่ โดยชี้ว่าควรเป็นอำนาจของคณะกรรมาธิการวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิจัยและนวัตกรรม (คณะกรรมาธิการที่ 28) ซึ่งก็ได้รับเรื่องร้องเรียนเดียวกันนี้เช่นกัน

นายณัฐวุฒิยืนยันว่า กมธ.กฎหมายฯ ควรยึดหลักตามข้อบังคับและขอบเขตอำนาจหน้าที่ที่ชัดเจน และเกรงว่าการดำเนินการที่อยู่นอกเหนืออำนาจอาจเข้าข่ายผิดจริยธรรมได้

นายศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ได้ประท้วงและตั้งข้อสังเกตในประเด็นเดียวกัน โดยกล่าวว่าเรื่องนี้ไม่ใช่อำนาจหน้าที่ของกรรมาธิการการกฎหมายฯ และไม่ควรรับเรื่องไว้พิจารณา โดยเสนอให้เรื่องนี้เสนอต่อประธานสภาผู้แทนราษฎรเพื่อชี้ขาดอำนาจหน้าที่ และระบุว่าหากกรรมาธิการการกฎหมายฯ ยังคงพิจารณาเรื่องนี้ต่อไป ตนเองจะไม่อยู่ร่วมประชุม

โดยนายศุภชัยมีการลุกออกจากห้องประชุมในช่วงหนึ่ง และกลับมาโต้แย้งอีกครั้งก่อนที่จะ Walk out ออกจากการประชุมไปในที่สุด โดยกล่าวหาว่าการประชุมครั้งนี้ถูก "จัดฉาก" ขึ้นมาเพื่อเอื้อประโยชน์แก่พรรคประชาชน

นอกจากนี้ ยังมีเหตุการณ์ประท้วงจากนายสนธิญาณ สวัสดี ผู้ร้องเรียน ซึ่งเข้าร่วมประชุมในฐานะผู้ร้องเรียน โดยนายสนธิญาณได้ตั้งคำถามถึง น.ส.รักชนก ศรีนอก กรณีที่มีการแชร์ข้อความบนเฟซบุ๊กที่ใช้คำว่า “จุ้น” และ “เตะชามข้าวหมา” โดยสอบถามว่าคำเหล่านั้นหมายถึงตนเองหรือไม่ ซึ่ง น.ส.รักชนก ชี้แจงว่าคำดังกล่าวเป็นการพาดหัวข่าวของสำนักข่าว ไม่ใช่ถ้อยคำของตนเอง หากมีข้อสงสัยให้ไปสอบถามกับสำนักข่าวต้นเรื่อง นายสนธิญาณแสดงความไม่พอใจกับคำตอบดังกล่าว และประกาศว่าจะไม่เข้าร่วมการประชุมต่อ ก่อนที่จะลุกออกจากห้องประชุมไป

นายชาดา ไทยเศรษฐ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ก็ได้แสดงความเห็นว่า โครงการนี้อาจถูก “ด้อยค่า” โดยการประชุมครั้งนี้ และถ้าหากพบการทุจริตจริง ควรฟันธงและนำเรื่องส่งให้ ป.ป.ช. ตรวจสอบทันที ไม่ใช่มาตั้งคำถามกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในที่ประชุม เพราะอาจทำให้ฝ่ายที่กระทำผิดรู้ตัวและแก้ไขได้ทัน โดยนายชาดาตั้งข้อสังเกตว่าการกำหนดให้มีการประชาสัมพันธ์ผ่านป้ายโฆษณาจำนวนมากนั้น “เป็นไปเพื่อล็อกสเปกหรือไม่” เพราะบริษัทที่มีป้ายโฆษณามากที่สุดคือ Plan B ซึ่งข้อมูลเหล่านี้แท้จริงหนีไม่พ้น

ปลัดดีอีแจงโครงการโปร่งใส ยันไทม์ไลน์ 5 เดือนไม่สั้น

นายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ซึ่งได้รับมอบหมายจากนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอี ให้มาชี้แจงต่อที่ประชุม ได้ยืนยันว่ากระบวนการดำเนินงานของโครงการ TH-AI Passport ใช้เวลาเกือบ 5 เดือน ไม่ใช่เพียง 3-4 วันอย่างที่มีการทำให้ข้อมูลสับสนในสื่อต่างๆ โดยระบุว่าแนวคิดและเป้าหมายในการพัฒนาขีดความสามารถด้านดิจิทัลของประเทศ โดยมีผู้ใช้ AI 10 ล้านคนนั้น มีมาตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2568 และเมื่อรัฐบาลมีนโยบายสนับสนุนการพัฒนาทักษะด้านดิจิทัล จึงนำมาสู่การจัดทำโครงการนี้ ซึ่งการออกแบบและรวม Generative AI เข้ามาในระบบกลางเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นไม่นานนัก

นายพชรกล่าวเพิ่มเติมว่า โครงการนี้เริ่มดำเนินการด้วยการสืบราคาและทำราคากลาง ซึ่งเป็นแนวปฏิบัติปกติของทางราชการ และมีการใช้เงินจากกองทุนดีอี ซึ่งเป็นเงินนอกงบประมาณ โดยย้ำว่าการใช้เงินนอกงบประมาณไม่ได้ง่าย ต้องผ่านกระบวนการคัดสรร กลั่นกรองโดยกรรมการที่ไม่ใช่คนของกระทรวงดีอี มีหน่วยงานกลางและผู้ทรงคุณวุฒิด้านไอทีเข้าร่วมพิจารณาเป็นลำดับชั้น จนนำมาสู่การยกร่างขอบเขตงาน (TOR) และเดินตามกฎหมายจัดซื้อจัดจ้างอย่างครบถ้วนสมบูรณ์ โดยได้ลงนามในสัญญาเมื่อวันที่ 7 เมษายน 2569 ซึ่งกระบวนการทั้งหมดใช้เวลาประมาณ 5 เดือน

เมื่อถูกสอบถามถึงการแก้ไขกรอบเวลาการลงทะเบียนจาก 90 วันเหลือ 30 วัน และการเพิ่มจอโฆษณาในร้านสะดวกซื้อ นายพชรชี้แจงว่า การนำเสนอต่อคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจเป็นการนำเสนอ "โครงการ" ไม่ใช่ "TOR" ซึ่งเป็นภาพรวมของการทำงาน และรายละเอียด TOR สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามความเหมาะสมและนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล การร่นระยะเวลาลงทะเบียนก็เพื่อตอบสนองนโยบายเร่งด่วนที่ต้องการให้ประชาชนเข้าถึง AI ได้เร็วขึ้น ส่วนการเพิ่มจอโฆษณาเป็นส่วนหนึ่งของวิธีการกระตุ้นให้ประชาชนมีส่วนร่วมในโครงการ โดยระบุว่าสาระสำคัญของโครงการคือการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน จึงจำเป็นต้องมีการกระตุ้น และมีการระบุว่าจะมีการนำเสนอผ่านสื่อทั้งออฟไลน์และออนไลน์ ซึ่งรายละเอียดเหล่านี้ไม่จำเป็นต้องนำเสนอให้คณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจทราบ

ข้อสังเกต TOR “ล็อกสเปค-ฮั้วประมูล” เชื่อมโยงบริษัทยักษ์ใหญ่

น.ส.รักชนก ศรีนอก ได้นำเสนอข้อสังเกตเกี่ยวกับร่างขอบเขตงาน (TOR) ของโครงการ โดยระบุว่าในการนำเสนอต่อคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจไม่ปรากฏรายละเอียดเฉพาะเจาะจงเกี่ยวกับการประชาสัมพันธ์ แต่หลังจากนั้นใน TOR ที่ออกมากลับระบุให้มีการประชาสัมพันธ์ผ่านป้ายบิลบอร์ดทั่วประเทศไม่ต่ำกว่า 400 จุด และจอในร้านสะดวกซื้อไม่ต่ำกว่า 1,500 สาขา 6,000 จุด ซึ่งมีบริษัทไม่กี่รายเท่านั้นที่สามารถดำเนินการตามเงื่อนไขเหล่านี้ได้

น.ส.รักชนกกล่าวว่า หลักฐานการทำงานภายในของบริษัท บริษัท ฮิวแมน อินเทลลิเจนท์ที่ปรากฏวันที่เริ่มดำเนินการในเดือนตุลาคม 2568 ซึ่งเป็นช่วงก่อนที่โครงการจะมีการเปิดประมูลอย่างเป็นทางการในเดือนมกราคม 2569 และได้ตั้งคำถามต่อนายพชรว่าเรื่องดังกล่าวเป็นความผิดปกติหรือไม่ ซึ่งนายพชรตอบว่าไม่ทราบข้อมูลนี้และไม่สามารถก้าวล่วงกิจการของเอกชนได้ แต่คาดว่าธุรกิจอาจทราบแนวทางที่รัฐบาลจะดำเนินโครงการจึงเริ่มเตรียมการล่วงหน้า

นอกจากนี้ สส.พรรคประชาชนได้ตั้งข้อสังเกตว่าร่าง TOR ของโครงการ TH-AI Passport มีข้อความบางส่วนที่เกือบจะเหมือนกัน 99.99% (ประมาณ 7-8 บรรทัด) กับ TOR ของโครงการในกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ซึ่งเป็นโครงการ "National Credit Bank" ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อให้นักศึกษามหาวิทยาลัยสามารถแลกเปลี่ยนหน่วยกิตข้ามมหาวิทยาลัยได้ โดยตั้งคำถามว่าเป็นการ "ก็อปแล้ววาง" หรือไม่ เนื่องจากโครงการของ อว. เกิดขึ้นก่อน และวัตถุประสงค์ของทั้งสองโครงการก็แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง

ด้านนายธีรวุฒิ ตรงพรรค ซึ่งเป็นหนึ่งในคณะร่าง TOR ของโครงการ TH-AI Passport ได้ชี้แจงว่าคณะกรรมการได้นำข้อมูลจากหลายแหล่งมาประกอบการกำหนด TOR และยอมรับว่าได้เห็น TOR ของกระทรวง อว. ที่เผยแพร่บนเว็บไซต์และมีผู้ชนะการประมูลแล้ว จึงได้นำบางส่วนที่เห็นว่า "จำเป็น" สำหรับโครงการ TH-AI Passport (ประมาณ 2 ข้อ) มาปรับใช้ โดยให้เหตุผลว่าเหมาะสมกับภารกิจในการสื่อสารข้อมูลให้กับประชาชนทุกกลุ่ม รวมถึงผู้ที่เข้าร้านสะดวกซื้อ

อย่างไรก็ตาม น.ส.รักชนกยังคงย้ำข้อสงสัยถึงกรมบัญชีกลาง สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) และสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ว่าการคัดลอกข้อความที่ "เฉพาะเจาะจงมากๆ" จาก TOR ของโครงการหนึ่งไปใช้อีกโครงการหนึ่ง ซึ่งมีวัตถุประสงค์แตกต่างกัน เป็นเรื่องปกติหรือไม่ และได้สรุปในข้อสังเกตท้ายสุดว่า TOR ของโครงการ TH-AI Passport "ไปซ้ำกับทีโออาร์ของโครงการในกระทรวงอว ซึ่งเป็นโครงการในคนละรูปแบบ"

นายธีระชาติ ก่อตระกูล ที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการติดตามงบประมาณ ได้สอบถามปลัดกระทรวงดีอีเพิ่มเติมเกี่ยวกับการแก้ไขกรอบเวลาการลงทะเบียนจาก 90 วันเหลือ 30 วัน รวมถึงการเพิ่มจอโฆษณาในร้านสะดวกซื้อ และใครเป็นผู้รับผิดชอบในการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว นอกจากนี้ นายธีระชาติยังตั้งข้อสังเกตว่าการใช้โมเดล AI กว่า 31 โมเดลจาก 14 ยี่ห้อ โดยที่ TOR กำหนดให้ต้องมีหนังสือรับรองอย่างเป็นทางการจากเจ้าของแบรนด์ เป็นเรื่องที่ยากจะเกิดขึ้นได้ภายในเวลาจำกัด นอกจากจะทราบล่วงหน้า

ส่วนนายรังสิมันต์ โรม ได้ตั้งคำถามถึงความโปร่งใสในเรื่องผู้รับผลประโยชน์ที่แท้จริง (Ultimate Beneficial Owner - UBO) ของบริษัท Outdoor Media Investment Ltd ซึ่งเป็นบริษัทที่จดทะเบียนในฮ่องกง และถือหุ้น 49% ในบริษัท บริษัท ฮิวแมน อินเทลลิเจนท์โดยระบุว่าจากการตรวจสอบพบว่าบริษัทฮ่องกงดังกล่าวอาจเชื่อมโยงกับนายปรินทร์ โรจนโกสินทร์ ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ในบริษัท Plan B ซึ่งเป็นบริษัทที่มีเครือข่ายป้ายโฆษณาขนาดใหญ่ในประเทศไทย

นายรังสิมันต์จึงตั้งข้อสงสัยว่านี่คือการทุจริตในลักษณะผลประโยชน์ทับซ้อนหรือไม่ และกระทรวงดีอีได้ตรวจสอบ UBO อย่างละเอียดแล้วหรือไม่ ซึ่งทางคณะกรรมการชี้แจงว่าได้ตรวจสอบคุณสมบัติและป้องกันการถือหุ้นไขว้แล้ว แต่ยอมรับว่าไม่สามารถระบุชื่อบุคคลที่เป็นผู้ถือหุ้นได้

เปิดปมแอบอ้าง AI โมเดล เจ้าของแบรนด์โต้ไม่เคยได้รับติดต่อ

ประเด็นที่สร้างความกังวลอย่างยิ่งคือการชี้แจงจากตัวแทนบริษัท AI โมเดลรายหนึ่งที่เข้าร่วมประชุม โดย น.ส.เมทวี (ไม่ได้ระบุนามสกุล) ตัวแทนระดับประเทศของบริษัทผู้พัฒนา AI ดังกล่าว ได้ยืนยันว่าโลโก้ของบริษัทถูกนำไปใช้ในสไลด์นำเสนอของโครงการโดยไม่ได้รับอนุญาตและไม่เคยได้รับการติดต่อจากผู้ที่ได้รับโครงการนี้มาก่อน อีกทั้งโมเดล AI ที่แสดงในสไลด์ก็ไม่ใช่โมเดลระดับท็อปของบริษัท และกล่าวว่าข้อกำหนดใน TOR ข้อ 5 ซึ่งระบุเงื่อนไขการประชาสัมพันธ์ เป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้บริษัทของตนเองไม่ได้เข้าร่วมประมูลโครงการนี้

เมื่อถูกสอบถามถึงประเด็นนี้ นายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดีอี ชี้แจงว่า ตาม TOR กำหนดให้มี AI ไม่ต่ำกว่า 8 ยี่ห้อ และผู้ชนะการประมูลได้ยื่นหลักฐานมาตามจำนวนขั้นต่ำที่กำหนด ส่วน AI โมเดลที่เกินมาและปรากฏในสไลด์นั้น ตนเองเพิ่งเห็นพร้อมกันกับในที่ประชุม และระบุว่าหากมีการแอบอ้างจริง บริษัทเจ้าของลิขสิทธิ์สามารถไปฟ้องร้องได้ เนื่องจากไม่เกี่ยวกับทางราชการ เพราะในแง่ของกระทรวงถือว่าถ้ามี AI มากที่สุดก็ดีที่สุด

ป.ป.ช.รับข้อมูลเตรียมสอบเชิงรุก ย้ำดูความสัมพันธ์หุ้นส่วน-ผลประโยชน์ทับซ้อน

ในส่วนของสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นางลัดดา เดินสว่าง ผู้อำนวยการสำนักมาตรการป้องกันการทุจริต ได้ชี้แจงว่า ป.ป.ช. ไม่สามารถสรุปข้อเท็จจริงได้ในทันทีจากการรับฟังข้อมูล แต่จะพิจารณาในประเด็นการฮั้วประมูล การกำหนด TOR ที่เอื้อประโยชน์ และการรั่วไหลของข้อมูลก่อนการเสนอราคา ซึ่งจะต้องมีการตรวจสอบไต่สวนทุกฝ่ายเพื่อความเป็นธรรม และรับปากว่าจะนำข้อมูลที่ปรากฏต่อคณะกรรมาธิการไปนำเรียนคณะกรรมการ ป.ป.ช. เพื่อพิจารณาตรวจสอบเชิงรุก ตามมาตรา 14 (2) แห่ง พ.ร.บ. ป.ป.ช. ต่อไป

เมื่อถูกถามว่าจากไทม์ไลน์และข้อเท็จจริงที่ปรากฏ มีพฤติการณ์ที่น่าสงสัยว่าอาจมีผลประโยชน์ทับซ้อนเกิดขึ้นหรือไม่ นางลัดดากล่าวว่า ป.ป.ช. ต้องพิจารณาความสัมพันธ์เชิงหุ้น ทุน หรือประโยชน์อื่นใดที่คู่สัญญาได้รับ ว่ามีผลประโยชน์เกี่ยวข้องกันหรือไม่ โดยพยานหลักฐานที่ใช้ในการไต่สวนตรวจสอบต้องมาจากทางราชการ และองค์ประกอบอื่น ๆ รวมถึงการเอื้อประโยชน์ให้เจ้าหน้าที่ของรัฐ ซึ่ง ป.ป.ช. จะพิจารณาการกระทำผิดในเรื่องการทุจริตของเจ้าหน้าที่ของรัฐเป็นหลัก หากเอกชนมีส่วนสนับสนุนก็จะอยู่ในอำนาจหน้าที่ของ ป.ป.ช. ด้วย

กรมบัญชีกลาง-สตง. ชี้แจงบทบาทการตรวจสอบ

นางสาวอัมภา สุทธิชัย ผู้อำนวยการกองการพัสดุภาครัฐ กรมบัญชีกลาง ได้ชี้แจงถึงหลักการกำหนด TOR ตาม พ.ร.บ. จัดซื้อจัดจ้างฯ มาตรา 9 ที่ต้องคำนึงถึงคุณภาพ เทคนิค วัตถุประสงค์ และต้องไม่เป็นลักษณะที่ใกล้เคียงยี่ห้อใดรายหนึ่ง เว้นแต่มีความจำเป็น โดยระบุว่ากรมบัญชีกลางมีหน้าที่กำกับดูแลและให้คำปรึกษา ไม่ได้มีหน้าที่ตรวจสอบรายละเอียดความผิดปกติ ซึ่งเป็นหน้าที่ของหน่วยงานตรวจสอบ

ส่วนสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) โดยนางสาวกุลณภา สามิชานุกูล รองผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน ได้กล่าวว่า สตง. จะตรวจสอบตาม พ.ร.บ. จัดซื้อจัดจ้างฯ และระเบียบกระทรวงการคลังฯ โดยจะเน้นว่าการกำหนดคุณลักษณะเฉพาะตรงกับวัตถุประสงค์และประโยชน์ใช้งานหรือไม่ รวมถึงหลักการความโปร่งใสและประสิทธิภาพตามมาตรา 8 หากมีข้อมูลเพิ่มเติมจะสอบถามหน่วยงานให้ชี้แจง

คำถามเพิ่มเติมจากกรรมาธิการ

ด้านนายชูศักดิ์ ศิรินิล ที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการการกฎหมายฯ ได้แสดงความอึดอัดที่คณะกรรมาธิการการกฎหมายฯ เพิ่งได้รับทราบข้อมูลในวันนี้ ขณะที่คณะกรรมาธิการติดตามงบประมาณได้ศึกษาล่วงหน้าไปมากแล้ว และตั้งคำถามว่าคำร้องเรียนที่ระบุถึงการฉ้อฉล กำหนดกติกาบังหน้าเอื้อประโยชน์กลุ่มทุน และอำพรางเส้นทางการเงินเพื่อประโยชน์พรรคการเมืองนั้น มีพยานหลักฐานใดบ้าง ซึ่งยังไม่ได้รับการชี้แจงอย่างครบถ้วน โดยเสนอแนะให้คณะกรรมาธิการติดตามงบประมาณดำเนินการต่อไป ส่วนคณะกรรมาธิการการกฎหมายฯ ควรพิจารณาก่อนว่าจะรับเรื่องไว้พิจารณาหรือไม่

นายทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรคประชาชาติ ได้ขอเอกสาร TOR และสัญญาของโครงการ เพื่อตรวจสอบว่ามีการจัดซื้อจัดจ้างที่ทุจริตหรือฮั้วประมูลหรือไม่ โดยเฉพาะประเด็นการแยกจ่ายเงินให้แก่บริษัทร่วมค้า นายสุทัศน์ เงินหมื่น กรรมาธิการการกฎหมายฯ ได้ขอข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับกรอบการอนุมัติ ครม. และรายชื่อบริษัททั้งหมดที่เกี่ยวข้อง เพื่อประกอบการพิจารณา

นายรังสิมันต์ โรม และ นิติกร ผู้สังเกตการณ์ ได้ย้ำคำถามเกี่ยวกับ UBO ของบริษัทที่ชนะการประมูล ซึ่งเป็นบริษัทฮ่องกงที่ถือหุ้นในบริษัท ฮิวแมน อินเทลลิเจนท์  โดยรังสิมันต์ระบุว่าข้อมูลจากรายงานประจำปีของบริษัทแพลนบี ระบุว่าบริษัทฮ่องกงดังกล่าวเชื่อมโยงกับนายปรินทร์ โลจนะโกสินทร์ ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ในแพลนบี ซึ่งเป็นบริษัทที่ครอบครองป้ายโฆษณาขนาดใหญ่ในประเทศ การตรวจสอบ UBO จึงเป็นสิ่งสำคัญเพื่อป้องกันการทุจริตและผลประโยชน์ทับซ้อน

นายพชร อนันตศิลป์ ยืนยันว่าการตรวจสอบ UBO เป็นหน้าที่พื้นฐานที่ต้องทำเพื่อป้องกันการสมยอมราคาและการถือหุ้นไขว้ แต่ยังไม่สามารถตอบชื่อบุคคลที่ถือหุ้นได้ในที่ประชุม นอกจากนี้ ยังยืนยันว่าข้อกำหนดเรื่องสื่อประชาสัมพันธ์ใน TOR เป็นเพียง "ข้อเสนอ" ที่ผู้เข้าร่วมประมูลต้องนำเสนอ ไม่ใช่ "คุณสมบัติ" ที่จะทำให้ขาดสิทธิ์ในการประมูล หากทำไม่ได้ก็จะต้องถูกปรับ หรือบอกเลิกสัญญาตามเงื่อนไข แต่ยังยืนยันว่าการได้มาซึ่งราคา Generative AI ในภาพรวมที่ 3.27 บาทต่อคนต่อเดือนนั้น ถือว่าถูกกว่าเอกชนที่ทำถึง 10-20 เท่า ซึ่งควรจะมองในมุมที่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะมากกว่า

แท็กที่เกี่ยวข้อง
โครงการ TH-AI passport



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ได้งานทล.อีก 6 สัญญา! หจก.ญาติ‘ศิริพงศ์’ งบฯ ปีล่าสุดรายได้ 1.5 พันล.
ได้งานทล.อีก 6 สัญญา! หจก.ญาติ‘ศิริพงศ์’ งบฯ ปีล่าสุดรายได้ 1.5 พันล.