ทร.ยืนยันกระบวนการจัดหาเรือฟริเกตสมรรถนะสูง1.7 หมื่นล้าน โปร่งใส ใกล้ได้ข้อยุติ หลัง 6 บริษัทจากเกาหลีใต้, สิงคโปร์, ตุรกี และสเปน ยื่นข้อเสนอภายใต้เงื่อนไขชดเชยเศรษฐกิจ-ถ่ายทอดเทคโนโลยี
สำนักข่าว Next News รายงานว่าเมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2569 สำนักงานโฆษกกองทัพเรือได้เผยแพร่เอกสารข่าวแจกแจงความคืบหน้าโครงการจัดหาเรือฟริเกตมูลค่า 1.7 หมื่นล้านบาทว่า พลเรือตรีปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือเปิดเผยถึงกระบวนการจัดหาเรือนั้นมีความโปร่งใส อีกไม่นานคาดว่าจะได้ข้อยุติแล้ว
โฆษกกองทัพเรือกล่าวว่า กระบวนการพิจารณาคัดเลือกได้ดำเนินการตามกฎหมาย ระเบียบ และหลักเกณฑ์ของทางราชการอย่างเคร่งครัด โดยยึดหลักความโปร่งใส ความเป็นธรรม และประโยชน์สูงสุดของประเทศชาติเป็นสำคัญ นอกจากนี้ โครงการดังกล่าวยังดำเนินการภายใต้แนวทาง “ข้อตกลงคุณธรรม (Integrity Pact)” โดยมีผู้สังเกตการณ์จากองค์กรต่อต้านคอร์รัปชันเข้าร่วมติดตามและสังเกตการณ์ตลอดกระบวนการ เพื่อเสริมสร้างความโปร่งใสและความน่าเชื่อถือในทุกขั้นตอน ทั้งนี้เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนว่าการดำเนินการเป็นไปอย่างเปิดกว้าง เป็นธรรม และตรวจสอบได้
พลเรือตรีปารัชย้ำว่า การตัดสินใจครั้งนี้จะพิจารณาอย่างรอบด้าน ทั้งในมิติด้านขีดความสามารถทางทหาร ความคุ้มค่าในการใช้งบประมาณ ความพร้อมด้านการส่งกำลังบำรุง และศักยภาพในการรองรับภารกิจในอนาคต โดยกองทัพเรือขอให้ประชาชนเชื่อมั่นในกระบวนการพิจารณาที่ดำเนินการโดยผู้เชี่ยวชาญจากทุกสาขาที่เกี่ยวข้อง ภายใต้กลไกตรวจสอบที่รัดกุมและโปร่งใส เพื่อให้ประเทศไทยได้รับเรือรบที่มีสมรรถนะเหมาะสม คุ้มค่า และตอบสนองต่อภารกิจความมั่นคงทางทะเลของชาติได้อย่างมีประสิทธิภาพในระยะยาว
สำหรับโครงการจัดหาเรือฟริเกตสมรรถนะสูงนี้ ปัจจุบันมีบริษัทผู้ผลิตเรือรบยื่นข้อเสนอเข้าร่วมการพิจารณาคัดเลือกจำนวน 6 ราย ได้แก่ บริษัท ฮุนได เฮฟวี่ อินดัสทรีส์ คอมพานี ลิมิเต็ด และ บริษัท ฮันวา โอเชียน คอมพานี ลิมิเต็ด จากสาธารณรัฐเกาหลี, บริษัท สิงคโปร์ เทคโนโลยีส์ เอนจิเนียริ่ง ลิมิเต็ด จากสาธารณรัฐสิงคโปร์, บริษัท อาสเกรี ฟาบริกา เว เทอร์ซาเน อิชเล็ตเมเลรี อาเซ (เอสแฟต) และ บริษัท ทาอิส เกมิ อินชา เว เทคโนโลจี อาเซ จากสาธารณรัฐตุรเคีย และ บริษัท นาวันเทีย เอสเอ จากราชอาณาจักรสเปน
บริษัทเหล่านี้จะต้องยื่นข้อเสนอภายใต้เงื่อนไขกลางขั้นต่ำ (TOR) ของกองทัพเรือไทย โดยมีข้อกำหนดหลักสามประการ คือ ต้องมีการชดเชยทางเศรษฐกิจไม่น้อยกว่าร้อยละ 15 ของมูลค่าโครงการโดยนำเงินกลับมาลงทุนในกิจกรรมชดเชยเศรษฐกิจไทย, มีการถ่ายทอดเทคโนโลยีและต่อเรือภายในประเทศร่วมกับอู่เรือไทยไม่น้อยกว่าร้อยละ 20 ของมูลค่าโครงการ และกองทัพเรือไทยต้องเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์แบบเรือและทรัพย์สินทางปัญญาระบบต่างๆ เพื่อนำไปใช้ต่อเรือลำต่อไปเองได้
นอกจากเงื่อนไขกลางแล้ว บางบริษัทยังมีข้อเสนอพิเศษเพิ่มเติม โดยบริษัท นาวันเทีย จากสเปน ได้เสนอแผนต่อเรือฟริเกตในประเทศไทย 100% ทั้งลำ โดยใช้แรงงานไทยทั้งหมด พร้อมถ่ายทอดเทคโนโลยีขั้นสูงและร่วมพัฒนาห่วงโซ่อุปทานให้กับอุตสาหกรรมต่อเรือรบของไทยโดยตรง ขณะที่กลุ่มบริษัทจากเกาหลีใต้และตุรกีชูจุดเด่นเรื่องความพร้อมในการถ่ายทอดเทคโนโลยีระบบอาวุธและการเชื่อมต่อระบบสารสนเทศ (Data Link) ที่เข้ากับเรือหลวงภูมิพลอดุลยเดชซึ่งต่อจากเกาหลีใต้ หรือระบบมาตรฐานนาโตที่กองทัพเรือคุ้นเคย

Cover image




