'รังสิมันต์ โรม' รับเรื่อง ส.ต.ป. ตรวจสอบโครงการ TH-AI Passport ชี้ข้อพิรุธส่อโยงทุจริต เหตุใด บริษัทน้ำมันมีส่วนเอี่ยวโครงการกระทรวง DE ด้วย-จ่อเรียก 'ไชยชนก' แจง กมธ.กฎหมาย
สำนักข่าว Next News รายงานว่าเมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2569 ที่รัฐสภา นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะ ประธานคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน ได้รับหนังสือร้องเรียนจากสมาคมส่งเสริมการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐภาคประชาชน (ส.ต.ป.) นำโดย นายชาญวิทย์ อนันตรานนท์ ตัวแทน ส.ต.ป. เพื่อขอให้ตรวจสอบโครงการ TH-AI Passport ซึ่งทาง ส.ต.ป. มองว่าเป็นโครงการที่น่าสงสัยและอาจมีการทุจริตคอร์รัปชันเกิดขึ้น
นายชาญวิทย์ ได้แถลงชี้แจงถึงเหตุผลและความจำเป็นในการยื่นหนังสือต่อกรรมาธิการ โดยระบุว่าโครงการจัดซื้อ TH-AI Passport มีความผิดปกติที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายหลัก 2 ฉบับ คือ พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 โดยเฉพาะมาตรา 8 ที่เน้นย้ำถึงความคุ้มค่า ความโปร่งใส ประสิทธิภาพ ประสิทธิผล และการตรวจสอบได้ นอกจากนี้ ยังเกี่ยวข้องกับพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ หรือ พ.ร.บ. ฮั้ว ทาง ส.ต.ป. ตรวจสอบพบว่าอาจมีการเอื้อประโยชน์ต่อผู้เสนอราคารายใดรายหนึ่ง และการกำหนดข้อกำหนดทางเทคนิค (TOR) อาจเป็นการล็อกสเปก ซึ่งได้ส่งมอบเอกสารข้อเท็จจริงทั้งหมดให้กรรมาธิการตรวจสอบเพิ่มเติมแล้ว
'โรม' ชี้โครงการมีข้อสงสัยสูง เตรียมสอบเข้ม
ด้านนายรังสิมันต์ กล่าวเสริมว่าข้อมูลที่ได้รับมานั้น โครงการ TH-AI Passport เป็นโครงการที่น่าสงสัยมาตั้งแต่ต้น และอาจเชื่อมโยงกับการทุจริตคอร์รัปชัน โดยเบื้องต้นผู้ร้องเรียนได้ระบุชื่อผู้ถูกร้องเรียนและผู้เกี่ยวข้องหลายท่าน แต่ยังไม่ขอเปิดเผยชื่อในขณะนี้
อย่างไรก็ตาม นายรังสิมันต์ได้ให้ข้อมูลเบื้องต้นว่า มีบางบริษัทที่เกี่ยวข้องกับโครงการนี้เป็นบริษัทน้ำมัน ซึ่งถือเป็นเรื่องแปลกประหลาด เนื่องจากบริษัทที่มีวัตถุประสงค์หลักเกี่ยวกับการพลังงานไม่ควรเข้ามาเกี่ยวข้องกับโครงการลักษณะนี้ คณะกรรมาธิการจะดำเนินการตรวจสอบเรื่องนี้ต่อไปและจะแจ้งความคืบหน้าให้ทราบ
แนวทางการตรวจสอบโครงการ TH-AI Passport
เกี่ยวกับการตรวจสอบโครงการ TH-AI Passport นายรังสิมันต์ยืนยันว่าจะรับเรื่องและหารือภายในกรรมาธิการต่อไป โดยจะตรวจสอบเรื่องการจัดซื้อจัดจ้าง รายละเอียด TOR ที่อาจล็อกสเปก และความไม่ตรงกันของข้อมูลที่รัฐมนตรีเคยตอบกระทู้ในสภา ผู้ร้องเรียนสามารถสบายใจได้ว่าเรื่องนี้จะได้รับการตรวจสอบอย่างจริงจัง
เมื่อถูกถามถึงการเชิญรัฐมนตรี มาชี้แจง นายรังสิมันต์ระบุว่าโดยทั่วไปแล้วคงจะต้องเชิญรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกรณีของ นายชัยชนก ที่มีหลายเรื่องที่กรรมาธิการการกฎหมายฯ กำลังติดตามตรวจสอบ จึงจะทำหนังสือเรียก นายนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือดีอี มาชี้แจงต่อกรรมาธิการต่อไป โดยยืนยันว่าจะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายในการชี้แจงข้อมูลอย่างเต็มที่ ซึ่งในที่ประชุมกรรมาธิการจะมีเวลามากพอสำหรับชี้แจง
ส่วนประเด็นที่ว่ามีบริษัทใดเกี่ยวข้องบ้าง นายรังสิมันต์กล่าวว่ามีหลายบริษัทตามข้อมูลของผู้ร้องเรียน รวมถึงบริษัทที่เกี่ยวข้องกับน้ำมัน ซึ่งจะมีการตรวจสอบก่อนที่จะเปิดเผยชื่อเพื่อความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย การตรวจสอบจะไม่จำกัดอยู่แค่ระดับรัฐมนตรี แต่จะเชิญบริษัทที่เกี่ยวข้องมาพูดคุยด้วย ส่วนประเด็นเรื่องอื่นๆ เช่น การยื่นต่อองค์กรอิสระ นายรังสิมันต์กล่าวว่านั่นเป็นเพียงขั้นต่ำ สิ่งสำคัญคือการค้นหาหลักฐานให้ได้มากที่สุด และการตรวจสอบจะครอบคลุมทั้งทางกฎหมายและการเมือง นอกจากนี้ ยังมีประเด็นเรื่องข้อมูลส่วนบุคคลที่อาจเกี่ยวข้องกับโครงการนี้
นายรังสิมันต์ยังกล่าวถึงประเด็นอื่นๆ ที่กรรมาธิการกำลังพิจารณาในวันเดียวกัน โดยช่วงเช้าจะมีการพิจารณากรณีตำรวจอุ้มคนจีน ซึ่งข่าวค่อนข้างเงียบหายไป และต้องการขยายผลถึงผู้เกี่ยวข้องที่อาจมากกว่าแค่ที่ลงมือ ส่วนช่วงบ่ายจะมีการพิจารณากรณี นายกมลศักดิ์ รีวาเมาะ สส. พรรคประชาชาติ ถูกลอบยิง ซึ่งยังหาข้อยุติที่น่าพอใจไม่ได้ ซึ่งกรณีนี้จะเป็นบรรทัดฐานสำคัญในการป้องกันการคุกคามนักการเมืองและกระบวนการยุติธรรม




