ไม่ใช่แค่ 'ศุภมาส อิศรภักดี' ชง ครม.ยุค 'แพทองธาร' ทำระบบแฟ้มสะสมทักษะ 5.4 พันล้าน คุ้ยเจอ 'เพิ่มพูน ชิดชอบ' ก็ขอด้วย 4.2 พันล้าน ทำระบบดิจิทัลพัฒนาทักษะเครดิตพอร์ตโฟลิโอ เบ็ดเสร็จ 'กระทรวง อว.-ศึกษา' ยุค รมต.ภูมิใจไทย ได้งบ 2 โครงการ 9.6 พันล้าน
จากกรณีสำนักข่าว Next News สืบค้นข้อมูลมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เกี่ยวกับที่มาโครงการจัดหาระบบแฟ้มสะสมทักษะ (Skill/Credit Portfolio) รายบุคคลระดับอุดมศึกษา สำหรับการวางแผนและพัฒนากำลังคนของประเทศ ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) ระบุวงเงินงบประมาณ 5,413,746,000 บาท ของสำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ที่อยู่ระหว่างการออกประกาศเชิญชวนให้เอกชนที่สนใจสามารถดูรายละเอียดและดาวน์โหลดเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ในช่วงเดือนเมษายน 2569 ที่ผ่านมา โดยการประกวดราคานี้มีการสืบราคากลางจากเอกชน 3 ราย ได้แก่ 1. บริษัท เทิร์นคีย์ คอมมูนิเคชั่น เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) 2. บริษัท ฟอร์ด คอปอเรชั่น จำกัด มหาชน 3. บริษัท ยูไนเต็ด อินฟอร์เมชั่น ไฮเวย์ จำกัด แต่ยังไม่มีข้อมูลว่า กระบวนการจัดซื้อจ้างเสร็จสิ้นเรียบร้อยไปแล้วหรือไม่
พบว่า โครงการจัดหาระบบแฟ้มสะสมทักษะฯ ถูกนำเสนอเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 28 มกราคม 2568 รัฐบาลนางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ในยุคที่ นางสาวศุภมาส อิศรภักดี ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม โดยที่ประชุม ครม. อนุมัติในหลักการการยื่นคำของบประมาณรายการก่อหนี้ผูกพันข้ามปีงบประมาณที่มีวงเงินตั้งแต่ 1,000 ล้านบาทขึ้นไป ตามนัยมาตรา 26 แห่งพระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ พ.ศ. 2561 ของกระทรวงการอุดมศึกษาฯ วงเงินรวมทั้งสิ้น 5,413.75 ล้านบาท ระยะเวลาดำเนินการ 4 ปี (พ.ศ. 2569 - 2572) ทั้งนี้ ให้กระทรวงการอุดมศึกษาฯ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับความเห็นของกระทรวงการคลัง สำนักงบประมาณ และสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติไปพิจารณาดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไปด้วย

ภาพประกอบรายงาน
อว.ทุ่มงบ 5,413 ล้าน จัดหาระบบแฟ้มสะสมทักษะรายบุคคลระดับอุดมศึกษา
เปิดแหล่งสืบราคากลาง อว.ทำระบบแฟ้มสะสมทักษะ5.4พันล.-กลุ่มเต่าบินมาด้วย
ผ่าทีโออาร์! ระบบแฟ้มสะสมทักษะอว. 5.4 พันล. ทำเพื่ออะไร?แพงไปหรือไม่?
ขุดที่มา! ระบบแฟ้มสะสมทักษะอว. 5.4 พันล. 'ศุภมาส' ชงครม.ยุคแพทองธาร
ล่าสุดสำนักข่าว Next News ตรวจสอบพบว่า ในการประชุม ครม. เมื่อวันที่ 28 มกราคม 2568 กระทรวงศึกษาธิการ ที่มี พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ ดำรงตำแหน่งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษา ได้ขออนุมัติรายการก่อหนี้ผูกพันข้ามปีงบประมาณที่มีวงเงินตั้งแต่ 1,000 ล้านบาทขึ้นไป โครงการส่งเสริมการศึกษาเท่าเทียมด้วยระบบดิจิทัลพัฒนาทักษะและเครดิตพอร์ตโฟลิโอ (The Digital Skill/Credit Portfolio: Empowering Educations) วงเงินงบประมาณ 4,214,738,090 บาท อีกหนึ่งโครงการฯ
โดยที่ประชุม ครม. มีมติตามที่กระทรวงศึกษาธิการเสนอ ดังนี้
1.อนุมัติในหลักการการยื่นคำของบประมาณรายการก่อหนี้ผูกพันข้ามปีงบประมาณตั้งแต่ 1,000 ล้านบาทขึ้นไป ตามนัยมาตรา 26 แห่งพระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ ของกระทรวงศึกษาธิการ โครงการส่งเสริมการศึกษาเท่าเทียมด้วยระบบดิจิทัลพัฒนาทักษะและเครดิตพอร์ตโฟลิโอ (The Digital Skill/Credit Portfolio : Empowering Education) งบประมาณจำนวน 4,214,738,090 บาท
ทั้งนี้ ให้กระทรวงศึกษาธิการ (สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน) รับความเห็นของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม สำนักงบประมาณ และสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติไปพิจารณาดำเนินการต่อไปด้วย เช่น
สำนักงบประมาณ เห็นควรให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานจัดทำแผนการดำเนินการ และยืนยันความพร้อมของรายการดังกล่าว โดยกำหนดวัตถุประสงค์และสาระสำคัญของรายการ รายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะ ประมาณการราคาหรือผลการสอบราคา สถานที่/พื้นที่พร้อมที่จะดำเนินการให้ชัดเจน และเนื่องจากเป็นโครงการที่จัดหาคอมพิวเตอร์ของรัฐที่มีงบประมาณตั้งแต่ 100 ล้านบาทขึ้นไป จะต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการจัดหาระบบคอมพิวเตอร์ของรัฐ ตามหนังสือสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ด่วนที่สุด ที่ นร 0506/13176 ลงวันที่ 12 พฤษภาคม 2554 เพื่อประกอบการพิจารณา รวมทั้งพิจารณาจัดลำดับความสำคัญของโครงการให้เหมาะสมตามความจำเป็นเร่งด่วน ศักยภาพในการดำเนินการ ตลอดจนสถานะการเงินการคลังของประเทศ ซึ่งสำนักงบประมาณจะพิจารณาความเหมาะสมและจำเป็นตามวงเงินงบประมาณรายจ่ายประจำปีต่อไป
สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เห็นว่าหากจะมีการดำเนินการพัฒนาระบบเพื่อสนับสนุนการจัดการเรียนรู้ผ่านเทคโนโลยีดิจิทัลให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น กระทรวงศึกษาธิการควรพิจารณาให้ความสำคัญกับการปรับปรุงและต่อยอดจากระบบดิจิทัลแพลตฟอร์มเพื่อการเรียนรู้แห่งชาติแทนการพัฒนาระบบใหม่ เพื่อลดความซ้ำซ้อนและต้นทุนในการดำเนินงาน พร้อมทั้งควรมีการออกแบบแนวทางและพัฒนากลไกอื่น ๆ ในระบบนิเวศของการเรียนรู้ผ่านเทคโนโลยีดิจิทัล อาทิ การพัฒนาทักษะดิจิทัลของครูในการใช้สื่อการเรียนรู้ออนไลน์ การส่งเสริมทักษะการเรียนรู้ด้วยตนเองของนักเรียน การกำหนดนโยบายที่ชัดเจนในการส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการบริหารจัดการสถานศึกษา เพื่อให้การขับเคลื่อนแพลตฟอร์มการเรียนรู้ดิจิทัลของประเทศสามารถนำไปสู่การพัฒนาผลลัพธ์การเรียนรู้ของผู้เรียนได้อย่างแท้จริง
2.มอบหมายให้สำนักงบประมาณนำคำของบประมาณฯ ตามข้อ 1 ไปพิจารณาร่วมกับสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เพื่อกลั่นกรองความจำเป็นเหมาะสมในภาพรวมของข้อเสนองบประมาณของส่วนราชการและหน่วยงานของรัฐในรายการงบลงทุนและรายการงบประมาณที่มีวงเงินตั้งแต่ 1,000 ล้านบาทขึ้นไปทั้งหมด ให้เหมาะสม สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลที่ได้แถลงไว้ต่อรัฐสภา แล้วให้สำนักงบประมาณนำผลการพิจารณาในภาพรวมทั้งหมดเสนอต่อคณะรัฐมนตรีตามขั้นตอนและกรอบเวลาของปฏิทินงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ต่อไป
3.ในขั้นการดำเนินโครงการส่งเสริมการศึกษาเท่าเทียมด้วยระบบดิจิทัลพัฒนาทักษะและเครดิตพอร์ตโฟลิโอ (The Digital Skill/Credit Portfolio : Empowering Education) ของกระทรวงศึกษาธิการดังกล่าว ให้กระทรวงศึกษาธิการหารือร่วมกับกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กระทรวงแรงงาน กระทรวงสาธารณสุข และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ชัดเจนและเหมาะสมเกี่ยวกับแนวทางการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาประยุกต์ใช้ รวมทั้งการจัดทำระบบคลังหน่วยกิตของโครงการฯ เพื่อให้สอดคล้อง เชื่อมโยง เป็นไปในทิศทางเดียวกัน และไม่เกิดความซ้ำซ้อนกับการดำเนินโครงการจัดหาระบบแฟ้มสะสมทักษะ (Skill/Credit Portfolio) รายบุคคลระดับอุดมศึกษาสำหรับการวางแผนและพัฒนากำลังคนของประเทศของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และสามารถตอบสนองต่อการวางแผนการพัฒนากำลังคนของประเทศได้อย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพต่อไป
อย่างไรก็ดี สำนักข่าว Next News ยังไม่มีข้อมูลว่า ปัจจุบันโครงการส่งเสริมการศึกษาเท่าเทียมด้วยระบบดิจิทัลพัฒนาทักษะและเครดิตพอร์ตโฟลิโอ ของกระทรวงศึกษาธิการ มีการดำเนินงานขั้นตอนจัดซื้อจัดจ้างไปแล้วหรือไม่
ทั้งนี้ นางสาวศุภมาส อิศรภักดี เป็นรัฐมนตรีในสังกัดพรรคภูมิใจไทย เช่นเดียวกับ พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ
เท่ากับว่า ในการประชุม ครม. เมื่อวันที่ 28 มกราคม 2568 รัฐบาลนางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กระทรวงการอุดมศึกษาฯ และกระทรวงศึกษาฯ ที่อยู่ภายใต้การบริหารงานของรัฐมนตรีในสังกัดพรรคภูมิใจไทย ได้รับอนุมัติงบประมาณการดำเนินงานทั้ง 2 โครงการ อยู่ที่ตัวเลข 9,628,484,090 บาท




