สส.พรรคประชาชน เผย อบจ.ภาคอีสานใช้ช่องโหว่ระเบียบจัดซื้อจัดจ้างแบบเฉพาะเจาะจง ซอยโครงการต่ำกว่า 5 แสน จำนวน 36,566 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 2,900 ล้านบาท
การจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐถือเป็นหัวใจสำคัญของการบริหารราชการแผ่นดิน เพราะกระบวนการนี้ถือเป็นการใช้ภาษีของประชาชนเพื่อแลกเปลี่ยนกับสินค้าบริการ รวมถึงโครงการต่างๆ เพื่อประโยชน์แก่สาธารณะ แม้ในระดับชาติจะเป็นเรื่องของโครงการขนาดใหญ่ แต่ในระดับท้องถิ่นการจัดซื้อจัดจ้างมักมีความเกี่ยวข้องกับชีวิตของประชาชนในพื้นที่ ตั้งแต่เสาไฟฟ้าหน้าบ้านไปจนถึงศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ในปัจจุบันการจัดซื้อจัดจ้างถูกจัดทำตาม พ.ร.บ.การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 แต่ดูเหมือนว่าภายใต้ พ.ร.บ. นี้จะมีช่องโหว่บางอย่างที่ทำให้ภาครัฐเกิดการทุจริตสีขาวได้
นายวิสุทธิ์ ตันตินันท์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กระบุว่า จากการตรวจสอบข้อมูลการจัดซื้อจัดจ้างขององค์การบริหารส่วนท้องถิ่น (อบจ.) ในปี 2568 พบว่า มีการจัดซื้อจัดจ้างกว่า 129,495 โครงการ มูลค่ารวม 40,65934 ล้านบาท และมีการใช้วิธีเฉพาะเจาะจัดซื้อจัดจ้างต่ำกว่า 5 แสน จำนวน 124,796 โครงการ มูลค่ารวม 10,870.81 ล้านบาท
หากถามว่าวิธีเฉพาะเจาะจงคืออะไร? คำตอบคือ ตามระเบียบในมาตรา 56 วรรคหนึ่ง (2) (ข) ได้ระบุว่า การจัดซื้อจัดจ้างพัสดุที่มีการผลิต จำหน่าย ก่อสร้าง หรือให้บริการทั่วไป และมีวงเงินในการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งไม่เกินวงเงินตามที่กำหนดในกฎกระทรวง ซึ่งก็คือ 500,000 บาท ให้หน่วยงานของรัฐเชิญผู้ประกอบการที่มีคุณสมบัติตรงตามเงื่อนไขที่กำหนดรายได้รายหนึ่งเข้ายื่นข้อเสนอหรือเจรจาต่อรองราคากับผู้ประกอบการโดยตรง ซึ่งนายวิสุทธิ์ตั้งข้อสังเกตว่าสิ่งนี้คือหนึ่งในช่องว่างสำคัญของระเบียบภาครัฐ เพราะเมื่อสัญญาต่ำกว่า 500,000 บาท อบจ. สามารถเลือกได้ทันทีว่าจะให้ผู้ประกอบการใดเข้ามาดำเนินการ ซึ่งท้องถิ่นหลายแห่งดูเหมือนจะเลือกใช้วิธีนี้อย่างมีนัยสำคัญ

กฎกระทรวงกำหนดวงเงินการจัดซื้อจัดจ้างพัสดุโดยวิธีเฉพาะเจาะจง
จากการรวบรวมข้อมูลพบว่า 'ภาคอีสาน' มีโครงเฉพาะเจาะจงทั้งสิ้นกว่า 36,566 โครงการ มูลค่ารวมประมาณ 2,900 ล้านบาท โดยนายวิสุทธิ์ได้เปิดเผยข้อมูลกับสำนักข่าว Next News ว่า 5 อันดับจังหวัดที่มีสัดส่วนมูลค่าโครงการเฉพาะเจาะจงสูงสุด ได้แก่ 1. ยโสธร 82.2% 2. ขอนแก่น 82.2% 3. พะเยา 80.9% 4.กาฬสินธุ์ 75.2% และ 5.มุกดาหาร 74.9%
หากดูในรายละเอียดจะพบว่า ‘ขอนแก่น’ มีการจัดซื้อจัดจ้างที่เกี่ยวกับโครงการก่อสร้างและมูลค่าต่ำกว่า 5 แสนกว่า 1,963 โครงการมูลค่ารวมกว่า 748.51 ล้านบาท รองลงมาคือ กาฬสินธุ์มี 556 โครงการมูลค่ารวมกว่า 193.770 ล้านบาท ถัดมาคือ ศรีสะเกษ 568 โครงการมูลค่ารวม 174.43 ล้านบาท ขณะที่อุบลราชธานีมีโครงการจำนวน 495 โครงการมูลค่ารวม 152.84 ล้านบาท ความน่าสนใจคือพื้นที่เหล่านี้ส่วนใหญ่ตั้งอยู่ใกล้เคียงกัน จนอาจตั้งข้อสมมติฐานได้ว่าหรือมีการส่งต่อสูตรสำเร็จการจัดทำโครงการเฉพาะเจาะจงระหว่างท้องถิ่นหรือไม่
“โครงการก่อสร้างจังหวัดเหล่านี้เลือกใช้วิธีเฉพาะเจาะจงและส่วนใหญ่เป็นโครงการเกี่ยวกับการทำถนนและขุดบ่อบาดาล ขอนแก่นมีโครงการขุดบ่อบาดาลเยอะมาก อาจถึงหนึ่งพันบ่อ ส่วน จ.ยโสธรก็ขุดบ่อบาดาลเป็นส่วนใหญ่เช่นกัน ซึ่งพื้นที่ติดกันจึงอาจมีการเรียนรู้ว่าวิธีการไหนทำได้เร็วมากขึ้นหรือเปล่า” นายวิสุทธิ์ กล่าว

มูลค่าโครงการเฉพาะเจาะจง-ทุกมูลค่ารายจังหวัด ปีงบประมาณ 2568
ขณะที่ภาพรวมของการจัดทำโครงการเฉพาะเจาะจงในหมวดหมู่จ้างเหมาบริการจะต่างไปและส่วนใหญ่จะเป็นเมืองท่องเที่ยว โดยมีรายละเอียด ดังนี้ เชียงใหม่ 529 โครงการ มูลค่ารวม 157.95 ล้านบาท, นครราชสีมา 716 โครงการ มูลค่ารวม 130.01 ล้านบาท, ระยอง 1,008 โครงการ มูลค่ารวม 119.34 ล้านบาท ขณะที่โครงการเฉพาะเจาะจงในหมวดหมู่ของการจัดซื้อ 3 อันดับแรกจะเป็น จ.ระยอง 1,151 โครงการ มูลค่ารวม 471.62 ล้านบาท รองลงมาคือ นครราชสีมา 2,819 โครงการ มูลค่ารวม 286.82 ล้านบาท และเชียงใหม่ 1,217 โครงการมูลค่ารวม 244.64 ล้านบาท
ทั้งนี้ นายวิสุทธิ์ ได้ระบุว่า ช่องโหว่ของระเบียบดังกล่าวทำให้ภาครัฐประหยัดเงินได้น้อยลงและจัดซื้อจัดจ้างในราคาที่สูง จึงเสนอให้มีการปรับกฎระเบียบให้มีการแข่งขันทางราคารูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง อาทิ การขอใบเสนอราคาจากผู้ประกอบหลายรายเพื่อใช้ในการพิจารณา หรือหาก อบจ. รวมสัญญาก็จะสามารถประหยัดเงินได้ในทันที
“หากเปิดให้มีการแข่งขันราคาภาพจะต่างออกไป ผมลองคำนวณช่วงชั้นราคาก่อสร้างต่างๆ ถ้าต่ำกว่า 5 แสนจะประหยัดได้ถึง 1.93% แต่หากเรายกระดับให้การซื้ออยู่ที่ 5 แสนถึง 5 ล้าน เพื่อรวมสัญญา อาทิ ถนนที่เคยเส้นละ 5 แสน รวมสัญญา 2 เส้นเป็น 1 ล้านและเปิดให้มีการประมูลการแข่งขันก็จะเกิด หรือการขุดบ่อบาดาลทีละบ่อ หากนำสัญญามารวมกัน 10 บ่อและเปิดประมูลมันก็จะประหยัดได้ทันที เช่นเดียวกันกับถนนที่สัญญาเล็กๆ ทีละ 5 แสนซึ่งอาจจะติดหรือใกล้เคียงกันหากรวมสัญญาก็จะประหยัดเพิ่มทันทีราว 10%” นายวิสุทธิ์กล่าว




