News Logo
หน้าแรก
6 กสทช.ประชุมพิเศษ ตั้ง 'ศุภัช' ปธ.-เตือนสำนักฯเสี่ยง 157 หากไม่ตามมติ

6 กสทช.ประชุมพิเศษ ตั้ง 'ศุภัช' ปธ.-เตือนสำนักฯเสี่ยง 157 หากไม่ตามมติ

2 ต.ค. 2569 14:26
ผู้ชม 86 คน
googleตั้ง Next News เป็นข่าวโปรดบน Google

6 กสทช. เดินหน้าจัดประชุมนัดพิเศษ ตั้ง 'ศุภัช' นั่งประธาน เร่งสะสางวาระค้าง ย้ำข้อกฎหมาย หากมีมติ สำนักฯ กสทช.ต้องปฏิบัติตาม ขณะ 'พิรงรอง' ชี้สำนักฯ กสทช. ละเลยหน้าที่ ชนอำนาจเสียงข้างมาก ท้าทายความโปร่งใส หลังปฏิเสธห้ามผู้สื่อข่าวขึ้นไปเก็บภาพประชุม-ไม่ช่วยเรื่องประชุมออนไลน์ พบป้ายวาระงานไม่ยอมระบุการประชุมพิเศษ

สำนักข่าว Next News รายงานว่าเมื่อเวลาประมาณ 12.50 น. วันที่ 2 ตุลาคม 2566 นางพิรงรอง รามสูต และนายศุภัช ศุภชลาศัย สองกรรมการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ได้ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวภายหลังจากการประชุมนัดพิเศษ ซึ่งจัดขึ้นโดยกรรมการ กสทช. จำนวน 6 ท่าน โดยไม่รวมถึง นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธาน กสทช. ที่ไม่ได้เข้าร่วมการประชุมครั้งนี้ นายศุภัช ศุภชลาศัย ซึ่งได้รับเลือกให้ทำหน้าที่ประธานในการประชุมดังกล่าวเป็นการชั่ว ได้เปิดเผยถึงสรุปผลการหารือและสถานการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมกับที่นางพิรงรอง รามสูต ได้ระบุถึงประเด็นปัญหาด้านการบริหารงานภายในสำนักงาน กสทช. ที่ส่งผลกระทบต่อการปฏิบัติหน้าที่ของกรรมการส่วนใหญ่

ย้ำ กสทช. เป็นองค์กรกลุ่ม ทุกคนมีสิทธ์เท่ากัน

นายศุภัช ศุภชลาศัย กรรมการ กสทช. ได้สรุปการประชุมนัดพิเศษในวันนี้ว่า เป็นการประชุมที่มีวัตถุประสงค์เพื่อบริหารจัดการวาระการประชุมที่ค้างอยู่เป็นจำนวนมาก โดยมีกรรมการ กสทช. 6 คนเข้าร่วม ซึ่งเป็นองค์คณะที่ถูกต้องและชอบด้วยกฎหมายตามระเบียบที่กำหนดไว้

 นายศุภัชระบุว่า "การประชุมของ กสทช. ครั้งนี้เป็นการประชุม กสทช. นัดพิเศษ ครั้งที่ 1/2569" และยืนยันว่าองค์ประกอบของที่ประชุม กสทช. ให้การยอมรับการประชุมครั้งนี้อย่างสมบูรณ์

ในช่วงเริ่มต้นของการประชุม ได้พบกับอุปสรรคบางประการ เนื่องจากไม่มีเจ้าหน้าที่จากสำนักงาน กสทช. เข้ามาทำหน้าที่เลขานุการในที่ประชุม ตามที่ควรจะเป็น อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการฯ สามารถแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าได้ด้วยการขอความร่วมมือจากเจ้าหน้าที่อาวุโสคนนอื่นมาช่วยอำนวยความสะดวกให้การประชุมดำเนินไปได้ นอกจากนี้ยังมีการหารือถึงปัญหาด้านเทคนิคในการประชุมออนไลน์ โดยเฉพาะกรณีของกรรมการท่านหนึ่ง (พล.อ.ท.ธนพันธุ์ หร่ายเจริญ)ที่เข้าร่วมผ่านระบบออนไลน์แต่ประสบปัญหาด้านการเชื่อมต่อ ซึ่งเป็นปัญหาที่เคยเกิดขึ้นกับการประชุมในอดีต แต่ท้ายที่สุด คณะกรรมการฯ ก็สามารถจัดการให้กรรมการทั้ง 6 คนเข้าร่วมประชุมได้อย่างเรียบร้อย หลังจากนั้น ที่ประชุมได้ดำเนินการตามระเบียบ ข้อบังคับการประชุม รวมถึงการอ้างอิงกฎหมายที่เกี่ยวข้อง และได้มีการเลือกประธานในที่ประชุม

ซึ่งนายศุภัชได้กล่าวว่า ตนได้รับเลือกให้เป็นประธาน เนื่องจากเป็นผู้ที่มีอาวุโสสูงสุดในบรรดากรรมการที่เข้าประชุม ทำให้การดำเนินงานในวันนี้เป็นไปตามขั้นตอนที่ถูกต้อง

นายศุภัชได้ชี้แจงว่า การประชุมในวันนี้ยังไม่ได้มีการกำหนดหรือพิจารณาวาระการประชุมในเนื้อหาหลักแต่อย่างใด เนื่องจากเป็นขั้นตอนแรกของการบริหารจัดการระบบการประชุมและกำหนดแนวทางสำหรับวาระการประชุมที่ค้างคาอยู่เป็นจำนวนมาก

 "วันนี้เรายังไม่กำหนดเรายังไม่คุยวาระนะครับ เพราะว่าเราต้องบริหารจัดการซะก่อนว่าทางประชุมครั้งต่อไปเนี่ยเราจะทำกันอย่างไร เพราะว่ามันมีวาระค้างมากมาย เราจะจัดวาระเข้าวาระออกยังไง ประชุมวันไหนกันบ้างนะครับ" นายศุภัชกล่าวถึงแนวทางการทำงานในระยะต่อไป

สำหรับการวางแผนการประชุมในอนาคต นายศุภัชเปิดเผยว่า จะมีการประชุมอย่างต่อเนื่องในเดือนตุลาคมนี้ โดยตั้งเป้าหมายที่จะสะสางวาระค้างให้แล้วเสร็จภายในสัปดาห์ที่สอง หรืออาจจะมีการประชุมถึงสัปดาห์ละสองครั้ง โดยยึดหลักการจะมีการประชุมทุกวันพุธ และหากวาระยังไม่แล้วเสร็จ อาจจะมีการนัดประชุมเพิ่มเติมเพื่อให้งานบรรลุผลภายในช่วงกลางเดือน การจัดลำดับวาระจะพิจารณาจากวาระที่มีกำหนดเส้นตาย, วาระที่ค้างคามานาน และวาระที่มีความจำเป็นเร่งด่วนเป็นหลัก

 โดยนายศุภัชกล่าวว่า ภายในหนึ่งเดือนน่าจะสามารถจัดการวาระต่างๆ ได้เกือบทั้งหมด แม้จะไม่ถึงกับเหลือศูนย์ แต่ก็จะเป็นการทำให้ดีที่สุด ที่ประชุมยังได้กำหนดวันประชุมครั้งต่อไปคือวันอังคารหน้าและวันพฤหัสบดีหน้า เนื่องจากวันพุธถูกกำหนดไว้สำหรับการรับฟังเรื่องคดีที่ นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ฟ้องร้อง

นายศุภัชยังย้ำถึงแนวทางปฏิบัติว่า กสทช. เป็นองค์กรกลุ่ม (collegiate body) และตำแหน่งประธานเป็นเพียง "first among equals" ซึ่งหมายถึงเป็นผู้ที่เท่าเทียมกับคนอื่นแต่มีบทบาทนำเท่านั้น ไม่ใช่องค์กรที่เป็นของประธานเพียงคนเดียว เพื่อให้งานขององค์กรดำเนินไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ

โดยถ้าหาก กสทช.ทั้ง 6 คนมีมติว่าให้ กสทช.ดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่ง ซึ่งรวมถึงการจ่ายเงินชดใช้ค่าเสียหาย ก็เป็นหน้าที่ กสทช.ที่ต้องดำเนินการตามนั้น 

เตือนปมละเว้นปฏิบัติหน้าที่

ในขณะเดียวกัน นางพิรงรอง รามสูต ได้ระบุถึงการทำงานของสำนักงาน กสทช. โดยแสดงข้อสังเกตว่าสำนักงานฯ ได้ขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของกรรมการส่วนใหญ่มาโดยตลอด ซึ่งส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพการทำงานของ กสทช. โดยรวม

 "เรามีความผิดยังไงที่มีการจัดประชุม 2 ห้อง" นางพิรงรองกล่าว พร้อมตั้งคำถามถึงความชอบธรรมของการประชุมอีกห้องหนึ่งที่จัดขึ้น โดยกล่าวว่า การประชุมอีกห้องนึงเนี่ย นัดโดยผู้ที่มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายหรือไม่  โดยกฎหมายใดๆ ก็ตามจะให้คำตอบเดียวกันว่ามีอำนาจหรือไม่ หากไม่มีอำนาจ ผู้รักษาการเลขาธิการก็ไม่ควรยอมจัดประชุมอีกห้องหนึ่ง และควรให้ความร่วมมือกับกรรมการส่วนใหญ่

นางพิรงรองยังกล่าวถึงปัญหาที่เกิดขึ้นในการประชุมวันนี้ว่า กรรมการทั้ง 6 คนมีมติร่วมกันที่จะจัดการประชุม และได้ทำหนังสือแจ้งไปยังสำนักงาน กสทช. เพื่อขอให้อำนวยความสะดวกในการจัดประชุม แต่กลับไม่มีเจ้าหน้าที่เลขานุการมาปฏิบัติหน้าที่ โดยอ้างว่ามีการประชุมอีกห้องหนึ่ง นอกจากนี้ ยังมีประเด็นเรื่องการไม่อนุญาตให้นักข่าวขึ้นไปเก็บภาพการประชุม ทั้งที่กรรมการทั้ง 6 คน อนุญาตให้นักข่าวขึ้นไปได้

 "บอร์ด 6 คน คนของชั้น 12 โอเคนะคะ ให้นักข่าวขึ้นไปเก็บภาพได้ แต่ทางสำนักงานก็ไม่ให้ขึ้นไป" นางพิรงรองกล่าวพร้อมระบุว่า นี่คือองค์กรอิสระ องค์กรของรัฐที่ต้องมีธรรมาภิบาล มีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ แต่การกระทำของสำนักงานกลับไม่ได้เป็นไปตามหลักการดังกล่าว

ปัญหายังรวมไปถึงการไม่จัดเตรียมลิงก์การประชุมออนไลน์ให้กับ พล.อ.ท.ธนพันธุ์ ทำให้กรรมการต้องจัดการลิงก์กันเอง และประสบปัญหาการเชื่อมต่อบ่อยครั้ง ซึ่งเป็นการขัดขวางการทำงานของกรรมการที่ต้องการเข้าร่วมประชุม

นางพิรงรองกล่าวเน้นย้ำถึงสถานการณ์ "6 ต่อ 1" โดยกล่าวว่า "6 คนตอนนั้นคือเสียงข้างมากที่เป็นองค์คณะ แล้วก็กับหนึ่งคนที่ทั้งศาลมีความพิพากษา มีคำบังคับคดี คำบังคับทางปกครอง มีคำวินิจฉัยของกรรมการสรรหาเป็นไปในทิศทางเดียวกันทั้งหมด" ซึ่งเป็นการอ้างถึงการที่กรรมการส่วนใหญ่ 6 คน มีอำนาจและชอบธรรมตามกฎหมาย ในขณะที่สำนักงานฯ กลับเลือกที่จะปฏิบัติไปในทางที่สนับสนุนกรรมการเพียงท่านเดียว

นางพิรงรองยังกล่าวถึงผลกระทบทางกฎหมายสำหรับผู้ที่ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ โดยชี้ชัดว่า "สำนักงานมีหน้าที่เป็นฝ่ายธุรการ และทำทุกอย่างตามกรอบเป้าหมายตามมาตรา 56 ถึง 57 ของ พ.ร.บ. องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ในข้อที่ 6 และ 7" และระบุว่า "หากมีการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ก็ต้องคอยดูต่อไปว่าจะมีการดำเนินการตามกฎหมายไหม สำหรับคนที่ละเลยจากการมีหน้าที่แล้วละเว้นทางวินัย หรือว่าทางกฎหมาย" ซึ่งจะเป็นการดำเนินการตามกฎหมายปกครองต่อไป พร้อมย้ำว่าหน้าที่ของสำนักงาน กสทช. คือการเป็นฝ่ายธุรการของคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ ไม่ใช่ฝ่ายธุรการของประธาน กสทช. เพียงผู้เดียว ซึ่งเป็นความเข้าใจที่อาจคลาดเคลื่อน

ผู้สื่อข่าวสำนักข่าว Next News รายงานข่าวเพิ่มเติมว่าเป็นที่น่าสังเกตว่าสำหรับป้ายกำหนดการประชุมของสำนักงาน กสทช.ก็ไม่มีการระบุกำหนดการประชุมในเวล 10.30 อยู่เช่นกัน มีแค่กำหนดการในช่วงเวลา 09.30 น.เท่านั้น

แท็กที่เกี่ยวข้อง
ประชุม กสทช.
ปัญหาคุณสมบัติ 'หมอสรณ'

ก

ก

ก



ก

ก

ก

section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

โรมจ่อเชิญ ‘สุดาชา-สามี’ ให้ข้อมูล กมธ.กฎหมายฯ ปมโยงเครือข่ายสแกมเมอร์
โรมจ่อเชิญ ‘สุดาชา-สามี’ ให้ข้อมูล กมธ.กฎหมายฯ ปมโยงเครือข่ายสแกมเมอร์