News Logo
หน้าแรก
ศาลปค.ไม่รับฟ้อง 'สรณ' ขอสั่งถอนคำวินิจฉัยคกก.สรรหาฯ ให้พ้น ปธ.กสทช.

ศาลปค.ไม่รับฟ้อง 'สรณ' ขอสั่งถอนคำวินิจฉัยคกก.สรรหาฯ ให้พ้น ปธ.กสทช.

8 ส.ค. 2569 05:33
ผู้ชม 189 คน

ศาลปกครองไม่รับคำฟ้องของ 'นพ.สรณ' ที่ขอให้สั่งเพิกถอนคำวินิจฉัยคณะกรรมการสรรหาฯ ว่ามีลักษณะต้องห้ามการเป็น กสทช. นายกฯต้องทูลเกล้าฯให้พ้นเก้าอี้ตามขั้นตอน

สำนักข่าว Next News รายงานว่า เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2569 ศาลปกครองกลางมีคำสั่งไม่รับคำฟ้องไว้พิจารณาในคดีที่ นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธานกรรมการสรรหากรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ(กสทช.) เป็นผู้ฟ้องคดี กับคณะกรรมการสรรหา กสทช.ผู้ถูกฟ้องคดี

สำหรับคำสั่งไม่รับคำฟ้องไว้พิจารณาระบุว่า นพ.สรณ ฟ้องว่าเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกจากคณะกรรมการสรรหา กสทช. ให้เป็นกรรมการ กสทช. ด้านการคุ้มครองผู้บริโภค และได้เสนอชื่อไปยังวุฒิสภาเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบ เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2564 ที่ประชุมวุฒิสภามีมติให้ความเห็นชอบให้นพ.สรณ เป็นประธานกรรมการ กสทช. ประธานวุฒิสภาจึงแจ้งมติที่ประชุมดังกล่าวให้นายกรัฐมนตรีทราบเพื่อดำเนินการนำความกราบบังคมทูลเพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง โดยเมื่อวันที่ 13 เมษายน 2565 ได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้นพ.สรณ เป็นประธานกรรมการ กสทช. ต่อมาคณะกรรมการสรรหา กสทช.มีคำวินิจฉัย ลงวันที่ 21 กรกฎาคม 2569 ว่า นพ.สรณ ยังคงปฏิบัติหน้าที่เป็นแพทย์ค่าตอบแทนรายชั่วโมง ณ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ในช่วงก่อนเข้ารับตำแหน่ง อันมีลักษณะเป็นลูกจ้างของหน่วยงานของรัฐ จึงมีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 8 (2) แห่งพ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2553 และถือว่าผู้ฟ้องคดีสละสิทธิในการเข้ารับตำแหน่งกรรมการ กสทช. ตามมาตรา 18 ประกอบมาตรา 8 (2) แห่งพ.ร.บ.ดังกล่าว

นพ.สรณ ผู้ฟ้องคดีไม่เห็นด้วยกับคำวินิจฉัยเนื่องจากไม่มีอำนาจตามกฎหมายที่จะวินิจฉัยคุณสมบัติหรือลักษณะต้องห้ามของบุคคลภายหลังจากได้รับความเห็นชอบจากวุฒิสภาและได้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งแล้ว อีกทั้ง การดำเนินกระบวนการพิจารณาของผู้ถูกฟ้องคดีมีความไม่เป็นกลาง ไม่โปร่งใส ไม่ครบองค์ประชุม ไม่เปิดโอกาสให้ผู้ฟ้องคดีชี้แจงหรือแสดงพยานหลักฐานอย่างเพียงพอ มีการรับฟังข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานโดยคลาดเคลื่อน และตีความบทบัญญัติกฎหมายเกินขอบเขตอำนาจ คำวินิจฉัยดังกล่าวขัดต่อมาตรา 3 วรรคสอง ของรัฐธรรมนูญ พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2553 ขอให้ศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่งให้เพิกถอนคำวินิจฉัยของคณะกรรมการสรรหา กสทช.

คำสั่งศาลฯ ระบุว่า คดีนี้ข้อเท็จจริงปรากฏว่า ผู้ฟ้องคดีเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกจากผู้ถูกฟ้องคดีให้เป็นกรรมการ กสทช. ด้านการคุ้มครองผู้บริโภค และได้เสนอชื่อผู้ฟ้องคดีไปยังวุฒิสภาเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบ ในการประชุมวุฒิสภา เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2564 ได้มีมติเห็นชอบบุคคลให้ดำรงตำแหน่งกรรมการ กสทช.จำนวน 5 คน โดยผู้ฟ้องคดีได้รับความเห็นชอบให้ดำรงตำแหน่งด้านกิจการกระจายเสียง ต่อมา สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีได้นำความกราบบังคมทูลพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งผู้ฟ้องคดีเป็นประธาน กสทช. และได้มีประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี ลงวันที่ 13 เมษายน 2565 ประกาศราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 14 เมษายน 2565 มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งผู้ฟ้องคดีเป็นประธานกรรมการ กสทช. ตั้งแต่วันที่ 13 เมษายน 2565 เป็นต้นไป ผู้ฟ้องคดีจึงเป็นกรรมการตามมาตรา 4 แห่งพ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียงฯ ต่อมาภายหลังจากที่ผู้ฟ้องคดีได้เข้าดำรงตำแหน่งและปฏิบัติหน้าที่ประธานกรรมการ กสทช. ผู้ถูกฟ้องคดีได้ใช้อำนาจตามมาตรา 15/1 แห่งพ.ร.บ.ดังกล่าว มีคำวินิจฉัย ที่ 1/2569 ลงวันที่ 21 กรกฎาคม 2569 ว่าผู้ฟ้องคดียังคงปฏิบัติหน้าที่เป็นแพทย์ค่าตอบแทนรายชั่วโมง ในช่วงก่อนเข้ารับตำแหน่ง อันมีลักษณะเป็นลูกจ้างของหน่วยงานของรัฐ จึงมีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 8 (2) แห่งพ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ และถือว่าผู้ฟ้องคดีสละสิทธิในการเข้ารับตำแหน่งกรรมการ กสทช. ตามมาตรา 18 ประกอบมาตรา 8 (2) แห่งพ.ร.บ.ดังกล่าว ซึ่งผู้ฟ้องคดีเห็นว่าคำวินิจฉัยดังกล่าวเป็นการใช้อำนาจโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายจึงนำคดีมาฟ้องต่อศาล ขอให้ศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่งให้เพิกถอนคำวินิจฉัยดังกล่าว โดยให้การเพิกถอนมีผลย้อนหลังนับแต่วันที่มีคำวินิจฉัยดังกล่าว เสมือนไม่มีคำวินิจฉัยดังกล่าวมาตั้งแต่ต้น

กรณีจึงเป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับการที่หน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐกระทำการโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายตามมาตรา 9 วรรคหนึ่ง (1) แห่งพ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 เมื่อมาตรา 18 แห่งพ.ร.บ.จัดสรรคลื่นความถี่ฯ บัญญัติให้ผู้ได้รับความเห็นชอบจากวุฒิสภาให้เป็นกรรมการซึ่งยังมีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 8 (1) (2) หรือ (3) อยู่ ต้องแสดงหลักฐานว่าได้ลาออกหรือเลิกประกอบอาชีพหรือวิชาชีพดังกล่าวแล้วนั้นต่อประธานวุฒิสภาในเวลาที่ประธานวุฒิสภากำหนด ซึ่งต้องเป็นเวลาก่อนที่นายกรัฐมนตรีจะนำความกราบบังคมทูลเพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งในกรณีไม่ได้แสดงหลักฐานภายในกำหนดเวลาดังกล่าว ให้ถือว่าผู้นั้นสละสิทธิและให้ดำเนินการสรรหาใหม่ผู้ถูกฟ้องคดีได้

"แต่ข้อเท็จจริงในคดีนี้ปรากฏว่าผู้ถูกฟ้องคดีมีคำวินิจฉัยว่าผู้ฟ้องคดีมีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 8 ประกอบมาตรา 8 (2) แห่งพ.ร.บ.ดังกล่าว ภายหลังจากที่ได้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งผู้ฟ้องคดีเป็นประธานกรรมการ กสทช. แล้ว ตั้งแต่วันที่ 13 เมษายน 2565 เป็นต้นไป ซึ่งการพ้นจากตำแหน่งของกรรมการ กสทช. ที่ผู้ถูกฟ้องคดีวินิจฉัยว่าเป็นการกระทำอันเป็นการฝ่าฝืนมาตรา 8 (2) แห่งพ.ร.บ.ดังกล่าว เป็นกรณีที่มีการบัญญัติไว้ในมาตรา 20 วรรคหนึ่ง (5) และในวรรคสองว่า ให้นำความกราบบังคมทูลเพื่อมีพระบรมราชโองการให้พ้นจากตำแหน่ง ดังนั้น ในชั้นนี้ จึงยังถือไม่ได้ว่าผู้ฟ้องคดีได้รับความเดือดร้อนหรือเสียหาย หรืออาจจะเดือดร้อนหรือเสียหายโดยมิอาจหลีกเลี่ยงได้อันเนื่องจากการกระทำของผู้ถูกฟ้องคดี จึงยังไม่เป็นผู้มีสิทธิฟ้องคดีนี้ตามมาตรา 42 วรรคหนึ่ง แห่งพ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 ศาลจึงไม่อาจรับคำฟ้องนี้ไว้พิจารณาได้ และไม่จำต้องพิจารณาคำขอเกี่ยวกับมาตรการหรือวิธีการชั่วคราวก่อนการพิพากษาของผู้ฟ้องคดีจึงมีคำสั่งไม่รับคำฟ้องนี้ไว้พิจารณาและให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความ"คำสั่งศาลระบุ

รายงานข่าวแจ้งว่า เมื่อศาลไม่รับคำฟ้อง ถือว่าคำวินิจฉัยของคณะกรรมการสรรหา กสทช.เป็นที่ยุติแล้ว การที่นพ.สรณ ให้ศาลมีคำสั่งทุเลาการบังคับตามคำวินิจฉัยของคณะกรรมการสรรหากสทช. เช่น การขอชะลอไม่ให้นายกฯทูลเกล้าฯ ให้นพ.สรณพ้นจากตำแหน่ง กสทช. หรือไม่ให้คณะกรรมการสรรหากสทช. สรรหากรรมการกสทช.คนใหม่แทนสรณ ก็ไม่ต้องทุเลาแล้ว ดังนั้น หลังจากนี้ นายกฯต้องนำคำ วินิจฉัยคณะกรรมการสรรหา กสทช.ที่ให้ นพ.สรณพ้นจากตำแหน่ง กสทช. ขึ้นกราบบังคมทูลฯเท่านั้น

หนังสือแจ้งคำสั่งศาล

หนังสือแจ้งคำสั่งศาล

แท็กที่เกี่ยวข้อง
ข่าวบุคคลดัง
ประธาน กสทช.
สรณ บุญใบชัยพฤกษ์



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ฉบับเต็ม! คำพิพากษายกฟ้อง 'นิพนธ์ บุญญามณี' คดีไม่เบิกจ่ายค่ารถซ่อมทาง
ฉบับเต็ม! คำพิพากษายกฟ้อง 'นิพนธ์ บุญญามณี' คดีไม่เบิกจ่ายค่ารถซ่อมทาง