"...ปิดฉากมหากาพย์ ‘คุณสมบัติ’ ของ ‘นพ.สรณ’ ที่ลากยาวมาถึง 4 รัฐบาล 4 นายกรัฐมนตรี ตั้งแต่ ‘พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา-เศรษฐา ทวีสิน-แพทองธาร ชินวัตร-อนุทิน ชาญวีรกูล’ ทว่า ‘นพ.สรณ’ ยังมีสิทธิอุทธรณ์มติดังกล่าว หรือดำเนินคดีต่อศาลปกครองได้ตามขั้นตอนของกฎหมาย ..."
รูดม่านปิดฉากมหากาพย์ยาวนานกว่า 5 ปี พลันที่คณะกรรมการสรรหากรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) มีมติเอกฉันท์ 4 เสียง ว่า ‘นพ.สรณ บุญไบชัยพฤกษ์’ ประธาน กสทช. มีลักษณะต้องห้าม ตามมาตรา 8 (2) แห่ง พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ พ.ศ.2553 ส่งผลให้ถือว่าได้สละสิทธิเข้ารับตำแหน่งกรรมการ กสทช. ตามมาตรา 18 ของ พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2564
การวินิจฉัยครั้งนี้ ลากยาวมาตั้งแต่ปี 2566 ที่เงื่อนปม ‘คุณสมบัติ’ ของ ‘นพ.สรณ’ ถูกตรวจสอบโดยคณะกรรมาธิการ (กมธ.) หลายคณะ ทั้งในสภาผู้แทนราษฎร และในวุฒิสภา หลังจาก ‘นพ.สรณ’ ผ่านการสรรหา ให้เข้ามาดำรงตำแหน่งกรรมการ กสทช.เมื่อปลายปี 2564 และถูกโหวตเป็น ‘ประธาน กสทช.’ เมื่อราว 4 ปีก่อนในปี 2565
โดยคณะกรรมการสรรหาฯ นำผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงของ กมธ.เทคโนโลยีสารสนเทศ การสื่อสาร และการโทรคมนาคม วุฒิสภา (สว.) มาประกอบการพิจารณา โดยรายงานของ กมธ. สรุปว่า ‘นพ.สรณ’ เข้าข่ายขาดคุณสมบัติ และมีลักษณะต้องห้ามตามกฎหมาย กสทช.
ทั้งนี้ รายงานของ กมธ.เทคโนโลยีฯ วุฒิสภา ได้พิจารณา 2 เงื่อนปมสำคัญคือ
1. ‘นพ.สรณ’ ยังคงประกอบวิชาชีพแพย์ และตรวจรักษาผู้ป่วยระหว่างดำรงตำแหน่ง กสทช.อาจขัดต่อมาตรา 8 และมาตรา 26 ที่กำหนดให้กรรมการ กสทช. ต้องปฏิบัติหน้าที่เต็มเวลา และไม่ประกอบอาชีพที่อาจก่อให้เกิดผลประโยชน์ทับซ้อน
ทั้งนี้ การตรวจสอบอาศัยข้อมูลจากหลายหน่วยงาน พบว่า ‘นพ.สรณ’ ยังปฏิบัติหน้าที่รักษาผู้ป่วยในโรงพยาบาลรามาธิบดี จนถึง 12 เม.ย. 2565 หรือก่อนมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯแต่งตั้งเป็นประธาน กสทช.เพียง 1 วัน ไม่สอดคล้องกับหนังสือลาออกที่ยื่นกับวุฒิสภา รวมไปถึงพยานหลักฐานแวดล้อม เช่น ภ.ง.ด.90 แจ้งมีรายได้จากการประกอบวิชาชีพแพทย์ และได้รับค่าตอบแทนจากบริษัทเวชภัณฑ์ เป็นต้น
2.ขณะเดียวกันโรงพยาบาลรามาธิบดี สังกัด ม.มหิดล ได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโทรทัศน์ ‘รามาแชนแนล’ ภายใต้การกำกับดูแลของ กทสช. โดยรายงานของ กมธ.ชี้ให้เห็นว่าถ้า ‘นพ.สรณ’ ยังมีสถานะเป็นพนักงานหรือผู้บริหารมหาวิทยาลัย ก่อนเข้ารับการสรรหา อาจเข้าข่ายลักษณะต้องห้าม แถมยังส่อมีผลประโยชน์ทับซ้อนหรือไม่ เพราะมติที่ประชุม กสทช.เมื่อ 3 ส.ค. 2565 ที่มี ‘นพ.สรณ’ เป็นประธานฯ มีมติเห็นชอบให้ ม.มหิดล ได้รับอนุญาตประกอบกิจการช่อง ‘รามาแชนแนล’ ต่ออีก 2 ปี
อย่างไรก็ดี แม้คณะกรรมการสรรหา กสทช. ชุดเดิมเคยมีคำวินิจฉัยว่า ‘นพ.สรณ’ ไม่มีลักษณะต้องห้าม แต่ กมธ.เทคโนโลยีฯ วุฒิสภา เห็นว่า ผู้มีส่วนได้เสียยังสามารถใช้สิทธิอุทธรณ์หรือดำเนินคดีต่อศาลปกครองได้ตามขั้นตอนของกฎหมาย
ถ้าไม่ใช่บุคคลที่คลุกคลีในแวดวงด้าน ‘คลื่นความถี่’ หรือ ‘วิทยุโทรทัศน์’ อาจไม่ค่อยคุ้นชื่อเขานัก แต่ ‘นพ.สรณ’ คือศาสตราจารย์ ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี สังกัด ม.มหิดล โดยก้าวเข้ามามีบทบาทสำคัญในทางการเมืองตั้งแต่หลังรัฐประหารปี 2557 โดยคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ถูกแต่งตั้งเป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.)
เขาเคลื่อนไหวทางการเมืองครั้งแรก เมื่อร่วมกับ 28 สนช.ยื่นฟ้องศาลปกครอง กรณีคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีคำสั่งให้ สนช.ปี 2557 ต้องแสดงและเปิดเผยบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน อย่างไรก็ดีสุดท้ายศาลปกครองสูงสุดชี้ขาดไม่รับคำฟ้องดังกล่าว

นพ.สรณ บุญไบชัยพฤกษ์
นอกจากนี้ในช่วงปี 2558 ภายใต้ ‘รัฐบาล คสช.’ มีชื่อเขาติดโผเป็น ‘แคนดิเดต’ ชิงเก้าอี้ รมว.สาธารณสุข ท่ามกลางกระแสข่าวว่า ในฐานะ ‘หมอ’ ผู้เชี่ยวชาญโรคหัวใจ ว่ากันว่าเขาเคยรักษา หรือให้คำปรึกษาด้านการแพทย์แก่ พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ และมีความสนิทสนมกับ ‘คนวงใน’ คสช.หลายคน อย่างไรก็ดีในการปรับ ‘ครม.ประยุทธ์ 1/2’ ไม่ปรากฏชื่อเขานั่งเก้าอี้รัฐมนตรี
ในช่วงปี 2561 ‘นพ.สรณ’ สมัครชิงเก้าอี้ กสทช. ด้านการคุ้มครองผู้บริโภค หรือส่งเสริมสิทธิเสรีภาพ อย่างไรก็ดีการสรรหาดังกล่าวถูกคว่ำไป ท่ามกลางกระแสสะพัด ‘บิ๊กทหาร’ ผู้มีอำนาจระดับสูงในขณะนั้น ไม่พอใจกับรายชื่อผู้สมัครเข้ารับการสรรหา กสทช.ที่คณะกรรมการสรรหาฯ คัดเลือกมา
กระทั่งปี 2563 ช่วง ‘ครม.ประยุทธ์ 2/1’ นั้น ‘นพ.สรณ’ หมดวาระการดำรงตำแหน่ง สนช.ไปแล้ว ตัดสินใจได้ลงสมัครชิง กรรมการ กสทช.อีกครั้งในด้านเดิม และคณะกรรมการสรรหาฯ มีมติเลือกเขาเป็น กสทช. โดยในเดือน ธ.ค. 2564 ที่ประชุมวุฒิสภา จากการ ‘เลือกทางอ้อม’ ตามบทเฉพาะกาลในรัฐธรรมนูญปี 2560 ให้ความเห็นชอบเขาเป็นกรรมการ กสทช. ด้วยเสียงข้างมาก 210 ต่อ 6 เสียง งดออกเสียง 7 คน
หลังจากเขาได้รับความเห็นชอบจาก สว.แล้ว ที่ประชุม กสทช.มีมติโหวตเลือก ‘นพ.สรณ’ เป็นประธาน กสทช. โดยก่อนหน้านี้เขาเคยประกาศผ่านสื่อหลายสำนักว่า ได้ลาออกจากตำแหน่ง หรือการประกอบวิชาชีพตามที่กฎหมายห้ามไว้ทั้งหมดแล้ว ต่อมาเมื่อ 13 เม.ย. 2565 ‘นพ.สรณ’ ได้รับการโปรดเกล้าฯเป็นประธาน กสทช.
บทบาทสำคัญของ ‘นพ.สรณ’ ในวาระการประชุมของ กสทช. มีหลายครั้งด้วยกัน ยกตัวอย่าง กรณีการควบรวม ‘ทรู-ดีแทค’ ที่ประชุม กสทช.มีมติ 3 ต่อ 2 เสียง เห็นชอบให้ควบรวมกิจการ โดยผลการลงมตินั้นตอนแรก เสมอกันที่ 2-2 แต่ ‘นพ.สรณ’ ในฐานะประธานที่ประชุม ใช้อำนาจตามข้อ 41 ของระเบียบ กสทช. ออกเสียงเพิ่ม 1 เสียงชี้ขาดเรื่องดังกล่าว แม้ว่าผลการศึกษาจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งสำนักงาน กสทช.ว่าจ้างให้ศึกษา จะพบว่า หากผู้เล่นในตลาดลดลงเหลือ 2 เจ้า (ทรู-ดีแทค และเอไอเอส) จะทำให้ค่าบริการระยะยาวแพงขึ้น 20-30% ก็ตาม
หรือแม้แต่กรณีการสรรหา เลขาธิการ กสทช. และรองเลขาธิการ กสทช.เกิดความวุ่นวายเป็นอย่างมากในยุคที่ ‘นพ.สรณ’ ดำรงตำแหน่งประธาน กสทช. เนื่องจากเก้าอี้เลขาธิการ กสทช.นั้น ว่างเว้นมาอย่างยาวนานกว่า 3 ปี (นับถึงปี 2566) โดย ‘นพ.สรณ’ เคยให้สัมภาษณ์ผ่านสื่อว่า ในฐานะประธาน กสทช.สามารถใช้อำนาจในการเลือกเลขาธิการ กสทช.ได้ ส่งผลให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ถึงความชอบธรรม และกระบวนการโปร่งใสของกระบวนการสรรหา
โดยในส่วนของการเลือกเลขาธิการ กสทช.นั้น เกิดการฟ้องร้องต่อศาลปกครอง กรณีคัดเลือกผู้สมัครเหลือเพียงบุคคลซึ่งถูกอ้างว่า ‘ใกล้ชิด’ ส่งผลให้ศาลปกครองกลางมีคำพิพากษาให้เพิกถอนการสรรหาเลขาธิการ กสทช. โดยชี้ว่าเป็นอำนาจของคณะกรรมการ กสทช.ทั้งคณะ ส่งผลให้การสรรหาเลขาธิการ กสทช.ยังคงว่างเว้นมาจนกินเวลานานกว่า 6 ปี
ส่วนการแต่งตั้งรองเลขาธิการ กสทช.นั้น มีการยื่นฟ้องต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง กรณี ‘นพ.สรณ’ ไม่ลงนามแต่งตั้ง ในช่วงเวลานี้เอง ที่มีการส่งพยานหลักฐานและข้อมูลเงื่อนปม ‘คุณสมบัติ’ ของ ‘นพ.สรณ’ ถูกขุดคุ้ยขึ้นมาอีกครั้ง และส่งไม้ต่อไปยัง กมธ.เทคโนโลยีฯ วุฒิสภา
ไม่ว่าจะเป็นการเคยเป็นกรรมการ (บอร์ด) แบงก์กรุงเทพ และสถานะแพทย์วิชาชีพโรคหัวใจ ในโรงพยาบาลรามาธิบดี โดยในเดือน ธ.ค. 2566 กมธ.เทคโนโลยีฯ มีมติรับเรื่องไว้พิจารณา และดำเนินการตรวจสอบเรื่อยมา กระทั่งปี 2567 กมธ.เทคโนโลยีฯ พบว่า ‘นพ.สรณ’ ขาดคุณสมบัติในการดำรงตำแหน่ง กสทช. ทั้งประเด็นไม่ได้ลาออกจากตำแหน่งแพทย์ ภายในเวลาที่ประธานวุฒิสภากำหนด รวมถึงการเป็นบอร์ดแบงก์กรุงเทพ
อย่างไรก็ดีในช่วงเวลาดังกล่าว เกิดขึ้นในช่วง ‘รัฐบาลแพทองธาร ชินวัตร’ มีการชงให้นายกฯ ถอดถอน ‘นพ.สรณ’ พ้นเก้าอี้ประธาน กสทช. แต่ต่อมาสำนักงานเลขาธิการนายกฯ ส่งเรื่องให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เพื่อหารือประเด็นข้อกฎหมาย โดยคณะกรรมการกฤษฎีกา (คณะที่ 1) ที่มี ‘มีชัย ฤชุพันธุ์’ เป็นประธาน มีมติไม่รับพิจารณาเรื่องดังกล่าว โดยชี้ว่าเป็นอำนาจของคณะกรรมการสรรหา กสทช.
เรื่องนี้ลากยาวมาจนถึงช่วงการก่อตั้ง ‘รัฐบาลอนุทิน ชาญวีรกูล 1/1’ ปลายปี 2568 ปรากฏภาพ ‘บวรศักดิ์ อุวรรณโณ’ พูดคุยหารือกับ ‘อนุทิน’ เพื่อตอบรับร่วมเป็นรองนายกฯ มีคนสังเกตเห็นว่าอีกคนที่หันหลังอยู่ในภาพคือ ‘นพ.สรณ’ หรือไม่ อย่างไรก็ดีไม่มีการคอนเฟิร์มในเรื่องนี้
กระทั่งมีความชัดเจนเมื่อกลางปี 2569 ที่ผ่านมา เมื่อคณะกรรมการสรรหาฯ ดำเนินการประชุม และมีมติเสียงข้างมาว่า มีอำนาจวินิจฉัยคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของ ‘นพ.สรณ’ ได้ หลังจากนั้นในวันที่ 17 ก.ค. 2569 ที่ประชุมคณะกรรมการสรรหาฯ ที่ปัจจุบันเหลือ 5 คน (อีก 2 คนพ้นจากตำแหน่งตามวาระ) คือ
1.เกียรติพงศ์ อมาตยกุล ผู้พิพากษาศาลฎีกา ประธานกรรมการสรรหา 2.วิษณุ วรัญญู ตุลาการศาลปกครองสูงสุด เลขานุการ และโฆษกคณะกรรมการ 3.นภดล เทพพิทักษ์ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ 4.ยุพิน ชลานนท์นิวัฒน์ อดีตกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน 5.วิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย กรรมการโดยตำแหน่ง
มีมติเอกฉันท์ 4 เสียง (เนื่องจากยุพิน อดีตกรรมการ คตง.ไม่มาประชุม) เห็นว่า ‘นพ.สรณ’ มีคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามเป็นกรรมการ กสทช. ส่งผลให้ถือว่าได้สละสิทธิเข้ารับตำแหน่งกรรมการ กสทช. ตามมาตรา 18 ของ พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2564
ปิดฉากมหากาพย์ ‘คุณสมบัติ’ ของ ‘นพ.สรณ’ ที่ลากยาวมาถึง 4 รัฐบาล 4 นายกรัฐมนตรี ตั้งแต่ ‘พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา-เศรษฐา ทวีสิน-แพทองธาร ชินวัตร-อนุทิน ชาญวีรกูล’ ทว่า ‘นพ.สรณ’ ยังมีสิทธิอุทธรณ์มติดังกล่าว หรือดำเนินคดีต่อศาลปกครองได้ตามขั้นตอนของกฎหมาย
ดังนั้นต้องรอดูว่า ‘นพ.สรณ’ จะแก้หมากเกมนี้อย่างไร แต่ที่แน่ ๆ เก้าอี้ กสทช.ได้หลุดพ้นตัวเขาไปแล้วนับจากนี้
เรื่องโดย....ทีมข่าวการเมืองพิเศษ
อ่านข่าวในหมวดเดียวกัน
ศาล รธน. แจ้ง ‘นพ.สรณ’ ย้ำปมคุณสมบัติ ปธ.กสทช. เป็นอำนาจ กก.สรรหาฯ
อดีต ปธ.ICT วุฒิฯ โชว์หลักฐานเพียบ ยัน 'หมอสรณ'ขาดคุณสมบัติ กสทช.จริง
โยง รพ.คนชินวัตร! หมอสุภัทร ส่งข้อมูลกก.สรรหา กสทช. ปมคุณสมบัติ นพ.สรณ
คกก.สรรหาฯ เปิดรับข้อมูลปัญหาคุณสมบัติ 'หมอสรณ' ภายใน 19 มิ.ย.นี้
เจาะลิสต์! หน่วยงานไหน? ยังไม่ส่งหลักฐานคกก.สรรหา ถกปม 'หมอสรณ'
กก.สรรหาฯ มติเอกฉันท์ 'หมอสรณ' มีลักษณะต้องห้าม หลุดเก้าอี้ ปธ.กสทช.




