"...การฟ้องคดีปกครองถือเป็นการใช้สิทธิทางกฎหมายเพื่อปกป้องสิทธิของผู้ได้รับผลกระทบ ไม่ถือเป็นการหมิ่นประมาท โดยอ้างถึงประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 329 ซึ่งเป็นข้อยกเว้นของความผิดฐานหมิ่นประมาท พร้อมยกตัวอย่างว่า ในอดีตเคยมีพนักงานไต่สวนหลายรายยื่นฟ้องสำนักงาน ป.ป.ช. ในประเด็นค่าตอบแทน การปรับวุฒิ และตัวชี้วัดการปฏิบัติงาน โดยยังสามารถปฏิบัติหน้าที่ในองค์กรได้ตามปกติ..."
จากกรณี สำนักข่าว Next News ได้รับการเปิดเผยข้อมูลจากแหล่งข่าวในสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ว่า นอกจากปัญหาเสียงวิพากษ์วิจารณ์เรื่องการสอบสวนคดีต่างๆ ของ ป.ป.ช. จากคนในสังคมเป็นวงกว้าง ที่กำลังส่งผลกระทบต่อกำลังใจข้าราชการและเจ้าหน้าที่ขององค์กรในปัจจุบันแล้ว ขณะนี้ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. กำลังเกิดคววมวิตกกังวลเกี่ยวกับแผนการโยกย้ายข้าราชการครั้งใหญ่ ที่ฝ่ายบริหารกำลังอยู่ระหว่างการจัดทำแผนปฏิบัติการย้ายข้าราชการสำนักงาน ป.ป.ช. จำนวนกว่าพันคน เพื่อนำเสนอให้คณะกรรมการ ป.ป.ช.พิจารณาเห็นชอบ ก่อนนำไปใช้เป็นแนวทางปฏิบัติอย่างเป็นทางการ ซึ่งกำลังมีการส่งแชร์ต่อกันในกลุ่มไลน์ข้าราชการเจ้าหน้าที่จำนวนมากนั้น

ภาพประกอบรายงาน
ป.ป.ช.ร้อน! สั่งด่วนทุกหน่วยปั่นโซเชียล กลบกระแสตีตกคดี 'ศักดิ์สยาม'
ป.ป.ช.ร้อนอีก! ผวาทั้ง สนง. ฝ่ายบริหารจัดทำแผนโยกย้าย ขรก.นับพันคน
ล่าสุด สำนักข่าว Next News ได้รับการเปิดเผยจากกลุ่มข้าราชการ สำนักงาน ป.ป.ช. ที่อยู่ในข่ายถูกโยกย้ายแผนปฏิบัติการใหม่ ว่า กำลังมีการรวบรวมรายชื่อยื่นฟ้องต่อศาลปกครองจังหวัดแห่งหนึ่ง เพื่อขอให้เพิกถอนข้อกำหนดบางข้อของ “ระเบียบย้ายปี 2569” พร้อมยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวก่อนพิพากษา เพื่อระงับการบังคับใช้กับผู้ร่วมลงชื่อฟ้องคดีจนกว่าศาลจะมีคำพิพากษาถึงที่สุด
ข้าราชการ ป.ป.ช. ในฐานะผู้ประสานการดำเนินคดี เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้จัดทำคำร้องขอให้ศาลปกครองจังหวัดแห่งหนึ่งมีคำสั่งกำหนดมาตรการหรือวิธีการคุ้มครองเพื่อบรรเทาทุกข์ชั่วคราวก่อนพิพากษาแล้วเสร็จ โดยขอให้ศาลมีคำสั่งระงับการนำข้อ 14, 15, 19 และ 27 ของระเบียบย้ายดังกล่าวมาบังคับใช้กับผู้ฟ้องคดีและผู้ตั้งตัวแทนผู้ฟ้องคดี ซึ่งเป็นข้าราชการในสังกัดสำนักงาน ป.ป.ช. เป็นการชั่วคราว
ทั้งนี้ การฟ้องคดีจะมีการขอเพิกถอนข้อ 14, 15, 19 และ 21 ของระเบียบย้ายปี 2569 โดยอ้างเหตุว่าเป็นการจำกัดสิทธิเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ เลือกปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรม และสร้างภาระเกินสมควรแก่ข้าราชการผู้ได้รับผลกระทบ
แหล่งข่าวระบุว่า การยื่นคำร้องขอคุ้มครองชั่วคราวจะครอบคลุมเฉพาะผู้ที่ร่วมลงชื่อฟ้องคดีเท่านั้น หากศาลมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวก่อนพิพากษา ผู้ร่วมฟ้องจะยังไม่ถูกบังคับตามระเบียบย้ายปี 2569 จนกว่าคดีจะสิ้นสุด
สำหรับผู้ที่ไม่ประสงค์ร่วมลงชื่อฟ้องคดี แต่ไม่ต้องการถูกย้าย สามารถใช้ช่องทางตามข้อ 19 วรรคสาม ของระเบียบย้ายปี 2569 โดยทำบันทึกชี้แจงเหตุผลความจำเป็นเสนอผ่านผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้นถึงเลขาธิการ ป.ป.ช. เพื่อเสนอให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาอนุญาตให้อยู่ต่อได้คราวละไม่เกิน 1 ปี แต่ผลการพิจารณาจะขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้บริหารและคณะกรรมการ ป.ป.ช.
"ถ้าใครมีความวิตกกังวลหรือกลัวอิทธิพลในองค์กร และไม่อยากลงชื่อ ก็มีทางแก้อีกทางหนึ่งตามระเบียบย้าย 69 ตามข้อ 19 วรรคสาม กำหนดไว้คือ ถ้าไม่อยากย้ายก็ต้องทำบันทึกถึงเหตุผลความจำเป็นเสนอผ่านผู้บริหาร ตามลำดับชั้นไปถึงจนถึงท่านเลขา และท่านเลขาจะเสนอให้กปปช.ทราบ และให้ความเห็นว่า อาจพิจารณาให้อยู่ต่อได้ไม่เกินคราวละ 1 ปี หรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับผู้บริหารและกปปช. ซึ่งอาจจะมีความเห็นได้ 2 แนว คือ อยู่ต่อได้ หรืออยู่ต่อไม่ได้ ส่วนจะได้อยู่ต่อหรือไม่ก็มาลุ้นเอาเหมือนซื้อหวย" แหล่งข่าวระบุ
ผู้ดำเนินการฟ้องคดียังย้ำว่า การฟ้องคดีปกครองถือเป็นการใช้สิทธิทางกฎหมายเพื่อปกป้องสิทธิของผู้ได้รับผลกระทบ ไม่ถือเป็นการหมิ่นประมาท โดยอ้างถึงประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 329 ซึ่งเป็นข้อยกเว้นของความผิดฐานหมิ่นประมาท พร้อมยกตัวอย่างว่า ในอดีตเคยมีพนักงานไต่สวนหลายรายยื่นฟ้องสำนักงาน ป.ป.ช. ในประเด็นค่าตอบแทน การปรับวุฒิ และตัวชี้วัดการปฏิบัติงาน โดยยังสามารถปฏิบัติหน้าที่ในองค์กรได้ตามปกติ
พร้อมยังขอเชิญชวนให้ข้าราชการที่ได้รับผลกระทบร่วมลงชื่อฟ้องคดี โดยระบุว่า การรวมตัวกันดำเนินคดีจะช่วยแก้ไขปัญหาในภาพรวมและลดภาระการฟ้องร้องรายบุคคลในอนาคต ขณะที่การดำเนินคดีครั้งนี้ไม่มีการเรียกเก็บค่าใช้จ่ายจากผู้ร่วมลงชื่อแต่อย่างใด

เอกสารแต่งตั้งเป็นตัวแทน
รายงานระบุว่า กลุ่มผู้ดำเนินการจะจัดทำคำฟ้องให้แล้วเสร็จภายในช่วงสุดสัปดาห์นี้ และเตรียมยื่นฟ้องต่อศาลปกครองภายในสัปดาห์หน้า ท่ามกลางกระแสจับตาภายในสำนักงาน ป.ป.ช. ต่อผลกระทบจากระเบียบย้ายปี 2569 ที่กำลังถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางในหมู่ข้าราชการขององค์กรดังกล่าว
สำหรับระเบียบคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ว่า ด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการย้ายข้าราชการสำนักงาน ป.ป.ช. ซึ่งมิใช่ผู้ดำรงตำแหน่งทางบริหาร พ.ศ.2569 ข้อ 14, 15, 19 และ 21 ดูรายละเอียดได้จากลิงก์นี้ https://ratchakitcha.soc.go.th/documents/108351.pdf




