เปิดชื่อเกษียณอายุราชการ ป.ป.ช. ปี 69 ลอตใหญ่ 11 ราย บิ๊กเนมเพียบ รวม 'เลขาฯ-รองเลขาฯ 5 คน' ด้วย จับตาศึกชิงเก้าอี้บริหารชุดใหม่ มีปัญหาถูกแทรกแซงหรือไม่
สำนักข่าว Next News รายงานว่า เมื่อวันที่ 22 เมษายน 2569 ที่ผ่านมา สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้เผยแพร่ประกาศเรื่องให้ข้าราชการพ้นจากราชการเพราะครบกำหนดเกษียณอายุราชการ ในช่วงสิ้นปีงบประมาณ 2569
โดยมีข้าราชการสำนักงาน ป.ป.ช. ที่มีอายุครบ 60 ปีบริบูรณ์ และต้องพ้นจากราชการเมื่อสิ้นปีงบประมาณ พ.ศ.2569 จำนวนทั้งสิ้น 11 ราย มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป
สำหรับรายชื่อข้าราชการที่เกษียณอายุราชการในปีนี้ ประกอบด้วยตำแหน่งสำคัญหลายระดับ อาทิ นายสุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช., นายพิเศษ นาคะพันธุ์ รองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ภาค 4, นางสาวชฏารัตน์ อนรรฆอร รองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช., นายวิวัฒน์ เจริญฉ่ำ รองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ภาค 1 และนายประทีป คงสนิท รองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช.
นอกจากนี้ ยังมีข้าราชการในตำแหน่งผู้อำนวยการและเจ้าพนักงานในส่วนภูมิภาค อาทิ นายกิจติพงค์ ขลิบแย้ม ผู้อำนวยการสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดระยอง, นางสาวปิยะนุช อรัณยกานนท์ ผู้อำนวยการกลุ่มสำรวจและวิเคราะห์ข้อมูลมูลภูมิสารสนเทศสำนักนวัตกรรม เทคโนโลยี และภูมิสารสนเทศ
นางสาวอัญชลี ตีระกิตติธนา ผู้อำนวยการกลุ่มพัฒนาและส่งเสริมการเรียนรู้ สถาบันการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ สัญญา ธรรมศักดิ์ นายอรุษ จันทร์เด่นแสง พนักงานไต่สวนระดับสูง สำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดนครปฐม และนายเศรษฐศักย์ เทวะผลิน เจ้าพนักงานตรวจสอบทรัพย์สินปฏิบัติการ สำนักตรวจสอบทรัพย์สินภาคการเมือง
ประกาศฉบับนี้ อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 180 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยมาตรา 144 (2) (8) มาตรา 145 และ 151 (1) แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 พระราชบัญญัติบำเหน็จบำนาญข้าราชการ พ.ศ.2539 และที่แก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ พ.ศ. 2539 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ดูประกาศ)

ประกาศสำนักงาน ป.ป.ช.
แหล่งข่าวจากสำนักงาน ป.ป.ช. กล่าวกับ สำนักข่าว Next News ว่า การเกษียณอายุราชการของข้าราชการในป.ป.ช.ครั้งนี้ถือเป็นการเปลี่ยนผ่านสำคัญของสำนักงาน ป.ป.ช. เนื่องข้าราชการที่เกษียณอายุส่วนใหญ่เป็นข้าราชการระดับสูงในฝ่ายบริหาร โดยเฉพาะตำแหน่งเลขาฯ ป.ป.ช. และรองเลขาฯ ทั้ง 5 คน ซึ่งจะต้องจับตาดูว่า การคัดเลือกบุคคลขึ้นมาดำรงตำแหน่งเหล่านี้ จะมีปัญหาถูกแทรกแซงจากผู้อำนาจใน ป.ป.ช.หรือไม่




