เปิดเบื้องลึก! มธ.สอบปัญหาคัดลอกดุษฎีนิพนธ์ ‘สมชาย แสวงการ’ อดีตสว. ก่อนสั่งถอดปริญญาเอก สถาบันพระปกเกล้า ร้องตรวจพบเนื้อหางานวิจัยเหมือนกันแบบคำต่อคำ ถึง 27 หน้า โดยไม่มีอ้างอิงที่มา ขณะที่เจ้าตัวแจงความผิดพลาดขั้นตอนรวบรวมจัดพิมพ์เร่งด่วน ตกหล่นจัดทำเชิงอรรถ พร้อมรับผิดชอบ ยื่นเรื่องแก้ไขไปแล้ว แต่ไม่ทัน- คกก.สอบสวน ชี้เข้าข่ายละเมิดจริยธรรมร้ายแรง ชงเรื่องมหาวิทยาลัยฟัน
จากกรณีสำนักข่าว Next News รายงานข่าวที่ประชุมสภามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เมื่อวันที่ 30 มกราคม 2569 มีวาระสำคัญเกี่ยวกับการพิจารณาผลการสอบสวนของคณะกรรมการที่มีผู้ร้องเรียนว่า นายสมชาย แสวงการ อดีตสมาชิกวุฒิสภา (สว.) คัดลอกดุษฎีนิพนธ์ คณะนิติศาสตร์ ซึ่งจากการสอบสวนพบว่า มีการคัดลอกผลงานวิชาการต่าง ๆ มาใช้ในการทำดุษฎีนิพนธ์จริง จึงเสนอเรื่องให้สภามหาลัยพิจารณา ก่อนที่สภามหาลัยมีมติให้ถอดปริญญาเอกหรือดุษฎีบัณฑิตสาขาปรัชญา หลักสูตรการบริหารกระบวนการยุติธรรม คณะนิติศาสตร์ของนายสมชาย นั้น

ภาพประกอบข่าว
สภามหาลัยมธ. สั่งถอดปริญญาเอก อดีตสว. 'สมชาย' สอบพบคัดลอกผลงาน
ย้อนข้อมูลiLaw ส่องดุษฎีนิพนธ์อดีต สว.สมชาย ก่อนโดนสั่งถอดปริญญาเอก
ล่าสุด สำนักข่าว Next News ได้รับการยืนยันข้อมูลเพิ่มเติมว่า จุดเริ่มต้นในการสอบสวนเรื่องนี้ มาจากสถาบันพระปกเกล้าตรวจสอบพบว่า ในเนื้อหาวิทยานิพนธ์ของนายสมชาย แสวงการ มีข้อความเหมือนกับงานวิจัยของสถาบันพระปกเกล้าในลักษณะเหมือนคำต่อคำ โดยมิได้มีการอ้างอิงที่มาของงานวิจัย
แหล่งข่าวกล่าวว่า กรณีนี้ สถาบันพระปกเกล้าได้ขอให้มีการตรวจสอบการคัดลอกผลงานวิชาการ หลังพบว่า เนื้อหาในวิทยานิพนธ์ของนายสมชาย แสวงการ ซึ่งมีการเผยแพร่ตั้งแต่ พ.ศ. 2566 ดุษฎีนิพนธ์หลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารกระบวนการยุติธรรม ปีการศึกษา 2565 เรื่อง "รูปแบบและวิธีการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภาที่เหมาะสมกับบริบทของประเทศไทย โดยพบข้อความในวิทยานิพนธ์ตั้งแต่หน้า 38-64 มีข้อความเหมือนกับงานวิจัยของสถาบันพระปกเกล้า เรื่อง "รูปแบบการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภาของประเทศไทย" ซึ่งเป็นงานวิจัยภายใต้ลิขสิทธิ์ของสถาบันพระปกเกล้าใน พ.ศ. 2558 ผู้วิจัย คือ ผศ.ดร.ภูมิ มูลศิลป์ และ น.ส.ชมพูนุช ตั้งถาวร ในลักษณะที่เหมือนกันคำต่อคำ ตั้งแต่หน้า 76-115 โดยไม่มีการอ้างอิงที่มาของงานวิจัย
ต่อมา นายสมชาย แสวงการ ได้ทำการเพิ่มเติมเชิงอรรถแสดงถึงที่มาของส่วนที่เพิ่มเติม และแก้ไขเชิงอรรถสำหรับช่วงเวลาที่เข้าถึงข้อมูลเป็นสืบค้นก่อนงานวิจัยของสถาบันพระปกเกล้าในวิทยานิพนธ์ของตนเอง เมื่อได้รับความเห็นชอบจากอาจารย์ที่ปรึกษา คือ ศ.ดร.อุดม รัฐอมฤต และผู้อำนวยการโครงการฯ ศ.ณรงค์ ใจหาญ แล้ว จึงได้ยื่นคำร้องขอแก้ไขวิทยานิพนธ์ของตน ในระบบ TU E-Thesis เมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2567 คณะนิติศาสตร์ มีบันทึก วันที่ 29 มีนาคม 25667 เรื่องขอแก้ไขวิทยานิพนธ์ฯ ถึงผู้อำนวยการห้องสมุดแห่ง มธ. วันที่ 4 เมษายน 2567 ทางหอสมุดฯแจ้งเนคเทคและสำนักงานวิจัยแห่งชาติอัพเดทไฟล์และเผยแพร่
อย่างไรก็ดี การแก้ไขดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจาก มธ.ได้รับทราบข้อร้องเรียนจากสถาบันพระปกเกล้าแล้ว
แหล่งข่าวกล่าวว่า ในการสอบสวนก นายสมชาย ชี้แจงว่า ปัญหาเกิดจากความผิดพลาดในการรวบรวมจัดพิมพ์อย่างเร่งด่วน ทำให้ตกหล่นในการจัดทำเชิงอรรถ ส่วนกระบวนการทำงาน มีผู้ช่วยคว้าและส่งให้จัดพิมพ์อีกคนหนึ่ง แต่แม้จะเป็นความบกพร่องจากผู้ช่วยในการจัดพิมพ์ นายสมชาย แสวงการ ก็ยอมรับว่า เป็นความรับผิดชอบของตน จึงพยายามแก้ไขโดยการปรับแก้ไขให้ถูกต้องอย่างรวดเร็วแล้ว
อย่างไรก็ดี คณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงตามคำสั่งมหาวิทยาลัยที่ 715/255567 ลงวันที่ 16 พฤษภาคม 2567 เห็นว่า มีการคัดลอกผลงานวิชาการต่าง ๆ มาใช้ในการทำดุษฎีนิพนธ์จริง อีกทั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงมีความเห็นว่า นายสมชาย ได้กระทำการละเมิดจริยธรรมอย่างร้ายแรง จากการคัดลอกผลงานวิจัยของสถาบันพระปกเกล้าในลักษณะเหมือนคำต่อคำ โดยมิได้มีการอ้างอิง จึงมีการเสนอเรื่องให้ คณะกรรมการพิจารณาการเพิกถอนปริญญาบัตรพิจารณาตามขั้นตอน ก่อนที่จะนำมาสู่มติของสภามหาลัยที่ให้ถอดปริญญาเอกหรือดุษฎีบัณฑิตสาขาปรัชญา หลักสูตรการบริหารกระบวนการยุติธรรม คณะนิติศาสตร์ของนายสมชาย ตามที่ปรากฏเป็นข่าวไปแล้ว




