News Logo
หน้าแรก
สส. สหรัฐฯจี้สอบสวน-คว่ำบาตร 28 รายชื่อเอี่ยวสแกม พบมีอดีต รมต.ไทยด้วย

สส. สหรัฐฯจี้สอบสวน-คว่ำบาตร 28 รายชื่อเอี่ยวสแกม พบมีอดีต รมต.ไทยด้วย

16 ก.ย. 2569 20:50
ผู้ชม 161 คน
googleตั้ง Next News เป็นข่าวโปรดบน Google

ส.ส. สหรัฐฯ จี้ "รูบิโอ" สอบสวน-คว่ำบาตร 28 บุคคล-องค์กรในอาเซียน เอี่ยวขบวนการหลอกลวงออนไลน์ขนาดใหญ่ ทำสหรัฐฯ สูญเสียนับพันล้าน ชี้แก๊งอาชญากรรมจีนอยู่เบื้องหลัง ใช้การค้ามนุษย์บังคับหลอกลวงเหยื่อ รัฐบาลเมียนมา กัมพูชา ลาว ถูกกล่าวหาเอื้อประโยชน์คดีอาชญากรรมไซเบอร์ พบมีชื่ออดีต รมต.ไทยเอี่ยวด้วย

สำนักข่าว Next News รายงานว่าเมื่อวันที่ 15 กันยายน 2569 สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของสหรัฐอเมริกาได้ส่งจดหมายอย่างเป็นทางการ ลงนามโดยนายไบรอัน มาสต์ ประธานคณะกรรมาธิการการต่างประเทศของสภาผู้แทนราษฎร และนายจอห์น มูเลนาร์ ประธานคณะกรรมาธิการพิเศษว่าด้วยจีนของสภาผู้แทนราษฎร ยื่นถึงนายมาร์โค รูบิโอ ถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของสหรัฐฯ เพื่อเรียกร้องให้มีการสอบสวนและพิจารณาคว่ำบาตรบุคคลและองค์กร 27 แห่งที่เชื่อว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับศูนย์หลอกลวงออนไลน์ขนาดใหญ่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ การเรียกร้องครั้งนี้เกิดขึ้นภายใต้อำนาจทางกฎหมายหลายฉบับ รวมถึงกฎหมาย Global Magnitsky Human Rights Accountability Act และคำสั่งผู้บริหารฉบับที่ 14390 ของประธานาธิบดีทรัมป์ โดย 28 รายชื่อผู้ที่ถูกเสนอให้สอบสวนเพื่อคว่ำบาตรได้แก่ เบนจามิน เมาเออร์เบอร์เกอร์ (Benjamin Mauerberger), โจว บุน เอ็ง (Chou Bun Eng), เติ้ง ปี้ปิง (Deng Pibing), ดาย วิเชียร (Dy Vichea), เอ็ดเวิร์ด ลี (Edward Lee), ยูจีน แทง (Eugene Tang), กาเบรียล ตัน (Gabriel Tan), ฮอนน์ โสรจนา (Honn Sorachna), ฮุน โต (Hun To), คูช ชัมเรือน (Kuoch Chamrouen), ลี่ ซง (Li Xiong), ลอง ดีมานเช (Long Dimanche), หม่า ตงลี่ (Ma Dongli), ไมเคิล เชียม (Michael Chiam), โมเต ทุน (Mote Thun), เนธ สะเวิน (Neth Savoeun), ซาร์ โสภา (Sar Sokha), ซู จงเจียน (Su Zhongkian), หวัง ลี่ตวน (Wang Liduan), หยาน บริธ (Yan Borith), หยาน ณรงค์ (Yan Narong), หยาน สัตยา (Yan Sathya), ยิม ลีค (Yim Leak), ยู่ ลิงซง (Yu Lingxiong), จง เป่าเจีย (Zhong Baojia) หรือที่รู้จักในชื่อ หวัง เฉียง (Wang Qiang) รวมถึงบริษัท Fully Light Group of Companies, LTD และ White Sands Palace Casino และปรากฎว่ามีรายชื่อรัฐมนตรีรายหนึ่งของไทย ในคณะรัฐมนตรีอนุทิน 1 ร่วมอยู่ด้วย

จดหมายดังกล่าวชี้ว่าประชาชนชาวอเมริกันกำลังตกเป็นเหยื่อของการหลอกลวงออนไลน์ที่เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากเครือข่ายองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติของจีนที่ตั้งอยู่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เครือข่ายเหล่านี้ได้สร้างศูนย์หลอกลวงขนาดใหญ่ระดับอุตสาหกรรมขึ้นมา เพื่อทำการหลอกลวงออนไลน์ที่ซับซ้อน รวมถึงการหลอกลงทุนในสกุลเงินดิจิทัล หรือที่รู้จักกันในชื่อ "Pig Butchering" หรือก็คือการเชือดหมู ซึ่งเป็นการใช้กลอุบายหลอกเหยื่อผ่านการหลอกลวงความรัก (romance cons) และการบงการทางจิตวิทยาที่สร้างความเสียหายอย่างรุนแรง

นอกจากนี้ ศูนย์หลอกลวงเหล่านี้ยังเป็นที่กักขังผู้คนนับพัน ซึ่งมักเป็นเหยื่อของการค้ามนุษย์เอง โดยถูกล่อลวงให้เข้าไปอยู่ในค่ายกักกันคล้ายเรือนจำด้วยกำลัง การฉ้อโกง หรือการบังคับขู่เข็ญ และถูกบังคับให้หลอกลวงชาวอเมริกันทางออนไลน์ มิฉะนั้นอาจเผชิญกับการทำร้ายร่างกายอย่างรุนแรง การทรมาน และบางครั้งถึงขั้นเสียชีวิต มีผู้ตกเป็นเหยื่อการค้ามนุษย์ประมาณ 400,000 คนจากกว่า 70 ประเทศทั่วโลกที่ถูกกักขังอยู่ในศูนย์หลอกลวงในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ 

จดหมายยังระบุว่า เจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลและระบอบการปกครองที่ทุจริตในเมียนมา กัมพูชา และลาว ได้เพิกเฉยต่อกิจกรรมอาชญากรรมเหล่านี้ในระดับที่น่าตกใจ ผู้เชี่ยวชาญประเมินว่าผลกำไรจากการหลอกลวงทางไซเบอร์มีมูลค่าเกือบ 40 เปอร์เซ็นต์ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) อย่างเป็นทางการของอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขงในปี 2567 และอาจเทียบเท่ากับธุรกิจยาเสพติดผิดกฎหมาย ซึ่งเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมผิดกฎหมายที่ใหญ่ที่สุดในโลก  

ในเมียนมา กองทัพได้ดำเนินการปราบปรามศูนย์หลอกลวงขนาดใหญ่สองแห่ง ได้แก่ ชเวก๊กโก่ และ KK พาร์ค อย่างเปิดเผย แต่ในขณะเดียวกัน หน่วยงานกลับอนุญาตให้ศูนย์หลอกลวงใหม่ๆ ผุดขึ้นตามแนวชายแดนเมียนมา-ไทยในอัตราที่น่าตกใจ โดยมีรายงานเมื่อเดือนมิถุนายน 2569 ว่ามีสถานที่หลอกลวงใหม่ๆ อย่างน้อย 25 แห่งเกิดขึ้นตั้งแต่ฤดูใบไม้ร่วงปีที่แล้ว 

สำหรับกัมพูชา ผลกำไรจากการหลอกลวงอาจสูงถึง 60 เปอร์เซ็นต์ของ GDP อย่างเป็นทางการของประเทศ รายงานฉบับหนึ่งในเดือนพฤษภาคม 2568 ชี้ให้เห็นถึงรูปแบบที่ชัดเจนของการที่เจ้าหน้าที่รัฐได้รับผลประโยชน์จากปฏิบัติการหลอกลวงทางอาญา โดยพบว่า "การทุจริตที่ฝังรากลึก การคุ้มครองที่น่าเชื่อถือโดยรัฐบาล และการร่วมกระทำผิดโดยชนชั้นนำของพรรค เป็นปัจจัยหลักที่ทำให้เกิดความเชื่อมโยงระหว่างการค้ามนุษย์กับอาชญากรรมไซเบอร์ในกัมพูชา" 

แม้ว่าในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา รัฐบาลในภูมิภาคบางแห่งได้เพิ่มแรงกดดันต่ออุตสาหกรรมการหลอกลวง แต่เครือข่ายทางการเงิน ผู้จัดตั้ง และโครงสร้างการคุ้มครองทางการเมืองที่เอื้ออำนวยให้ธุรกิจเหล่านี้ยังคงอยู่ การยกเว้นโทษสำหรับผู้กระทำผิดยังคงเป็นเรื่องปกติ ศูนย์หลอกลวงบางแห่งได้ย้ายที่ตั้ง และบางแห่งกำลังถูกสร้างขึ้นใหม่ เหยื่อการค้ามนุษย์ที่หนีรอดจากศูนย์หลอกลวงกลับถูกจำคุกหรือส่งตัวกลับประเทศในฐานะผู้อพยพผิดกฎหมาย แทนที่จะได้รับการปฏิบัติในฐานะเหยื่อการค้ามนุษย์ที่สามารถให้การเป็นพยานสำคัญต่อแก๊งอาชญากรรมได้ 

จดหมายยังกล่าวชื่นชมการตัดสินใจของกระทรวงการต่างประเทศในปี 2568 ที่ระบุว่าทั้งกัมพูชาและพม่าเป็น "รัฐผู้สนับสนุนการค้ามนุษย์" ในรายงานประจำปี Trafficking in Persons Report โดยอ้างถึง "รูปแบบการค้ามนุษย์ของรัฐในปฏิบัติการหลอกลวงออนไลน์" ในกรณีของกัมพูชา และ "รายงานที่เพิ่มขึ้นอย่างสม่ำเสมอเกี่ยวกับการทุจริตและการสมรู้ร่วมคิดในปฏิบัติการ [หลอกลวงออนไลน์] โดยบุคลากรทางทหาร ตำรวจ เจ้าหน้าที่ท้องถิ่น และองค์กรติดอาวุธชาติพันธุ์" ในกรณีของพม่า  นอกจากนี้ ส.ส. ยังสนับสนุนคำสั่งผู้บริหาร 14390 ของประธานาธิบดีทรัมป์ เมื่อเดือนมีนาคม 2569 ที่มุ่งเน้นการต่อสู้กับอาชญากรรมไซเบอร์ การฉ้อโกง และแผนการล่าเหยื่อต่อพลเมืองอเมริกัน

กฎหมาย Global Magnitsky Act ให้อำนาจในการคว่ำบาตรบุคคลต่างชาติที่ถูกตัดสินว่ามีส่วนร่วมในการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรง, ได้ "กระทำการในฐานะตัวแทนหรือในนามของบุคคลต่างชาติในเรื่องที่เกี่ยวข้อง" กับการละเมิดร้ายแรงดังกล่าว, เป็นเจ้าหน้าที่รัฐที่รับผิดชอบหรือสมรู้ร่วมคิดในการทุจริตอย่างมีนัยสำคัญ, หรือได้ให้ความช่วยเหลืออย่างเป็นรูปธรรมในการกระทำทุจริตดังกล่าว ในปี 2562 รัฐสภาได้ขยายอำนาจนี้เพื่ออนุญาตให้มีการคว่ำบาตร Global Magnitsky ได้อย่างชัดเจนกับ "เจ้าหน้าที่รัฐบาลต่างชาติที่เข้าร่วมอำนวยความสะดวก หรือเพิกเฉยต่อการค้ามนุษย์ในรูปแบบที่รุนแรงเพื่อผลประโยชน์ทางการเงินจำนวนมาก" ตั้งแต่ปี 2567 เป็นต้นมา อำนาจอื่น ๆ ก็ถูกนำมาใช้เพื่อกำหนดเป้าหมายองค์กรต่างชาติที่อยู่เบื้องหลังศูนย์หลอกลวง รวมถึงพม่า (31 C.F.R. Part 525), ที่เกี่ยวข้องกับไซเบอร์ (31 C.F.R. Part 578) และการคว่ำบาตรองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ (31 C.F.R. 590)

"เราขอชื่นชมการดำเนินการที่แข็งกร้าวขึ้นของกระทรวงต่าง ๆ ของท่าน รวมถึงการคว่ำบาตร เพื่อปกป้องสหรัฐอเมริกาจากภัยคุกคามร้ายแรงจากต่างประเทศนี้ แต่ยังสามารถทำได้มากกว่านี้ ข้อมูลที่น่าเชื่อถือระบุว่ารายชื่อบุคคลต่างชาติต่อไปนี้อาจเชื่อมโยงกับการดำเนินการศูนย์หลอกลวงทางออนไลน์ภายในอุตสาหกรรมการหลอกลวงที่กำลังขยายตัวในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงการค้ามนุษย์ การทรมาน การละเมิดสิทธิมนุษยชนที่ได้รับการยอมรับในระดับสากลอย่างร้ายแรงอื่น ๆ หรืออาชญากรรมไซเบอร์ ดังนั้น เราจึงขอให้ท่านตรวจสอบบุคคลเหล่านี้และพิจารณาภายใน 180 วันว่าพวกเขาเข้าข่ายตามเกณฑ์ทางกฎหมายสำหรับการกำหนดมาตรการคว่ำบาตรภายใต้อำนาจทางกฎหมายทั้งสี่ประการที่กล่าวถึงข้างต้นหรือไม่" นายมาสต์และนายมูเลนา ระบุในเอกสาร

แท็กที่เกี่ยวข้อง
สแกมเมอร์
คว่ำบาตร



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'วรภัค' โต้ข่าวถูกสหรัฐฯสอบ ปฏิเสธเอี่ยวสแกม ย้ำมีหลักฐานยันบริสุทธิ์
'วรภัค' โต้ข่าวถูกสหรัฐฯสอบ ปฏิเสธเอี่ยวสแกม ย้ำมีหลักฐานยันบริสุทธิ์