News Logo
หน้าแรก
เปิดแฟ้มคดีโกงโลก:ย้อนครหา บ.รัสเซียก่อนเดินหน้า รฟ.นิวเคลียร์เมียนมา

เปิดแฟ้มคดีโกงโลก:ย้อนครหา บ.รัสเซียก่อนเดินหน้า รฟ.นิวเคลียร์เมียนมา

30 ส.ค. 2569 06:00
ผู้ชม 24 คน

ผู้สังเกตการณ์กล่าวว่า เมียนมาอาจต้องแบกรับภาระหนี้ระยะยาวจำนวนมหาศาลในรูปของเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำจากรัฐบาลรัสเซีย ซึ่งจะชำระคืนเมื่อโครงการเริ่มสร้างรายได้ หรืออาจชำระเป็นสินค้าจากทรัพยากรธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ของเมียนมา

สำนักข่าว Next News สัปดาห์นี้ขอเสนอข่าวความไม่โปร่งใสกรณีที่รัสเซียจะเข้าไปสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ในประเทศเมียนมา แต่โครงการนี้กลับมาข้อครหาทั้งในด้านความปลอดภัยและในด้านของวิธีการชำระหนี้ของเมียนมา รวมถึงถูกจับตามองอย่างใกล้ชิดจากบทเรียนความไม่โปร่งใสที่เคยเกิดขึ้นในโครงการลักษณะเดียวกันกับบังกลาเทศ

เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2569 สื่อเมียนมารายงานข่าวกรณี บริษัทรอสอะตอม (Rosatom) ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจด้านพลังงานนิวเคลียร์ของรัสเซีย คาดว่าจะเริ่มดำเนินการก่อสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์แห่งแรกของเมียนมาในปี 2570 หลังจากได้ลงนามในสัญญาสำหรับการสำรวจเบื้องต้น การประกาศดังกล่าวเกิดขึ้นภายหลังการเยือนกรุงมอสโกของพล.อ.อาวุโส มิน อ่อง หล่าย ประธานาธิบดีและผู้นำทหารเมียนมา ซึ่งทางเมียนมาได้พยายามดึงดูดการลงทุนด้านพลังงานจากรัสเซียอย่างหนัก

ขณะที่นายอเล็กเซย์ ลิคาเชฟ ผู้อำนวยการทั่วไปของรอสอะตอม กล่าวในสื่อประชาสัมพันธ์ภายในองค์กรว่า "เรามีกรอบสัญญาที่ครอบคลุมและกำลังจะเข้าสู่พื้นที่ก่อสร้าง นี่คือการเริ่มต้นการก่อสร้างอย่างแท้จริง"

ข้อตกลงระหว่างรัฐบาลเมียนมาและรัสเซีย ลงนามไปเมื่อเดือนมีนาคม 2568 ครอบคลุมความร่วมมือในการก่อสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาด 110 เมกะวัตต์ ซึ่งประกอบด้วยเครื่องปฏิกรณ์สองเครื่อง และมีความเป็นไปได้ที่จะขยายกำลังการผลิตเป็น 330 เมกะวัตต์ โดยมีแผนจะใช้เครื่องปฏิกรณ์น้ำอัดความดัน RITM-200N ซึ่งดัดแปลงมาจากกองเรือเรือตัดน้ำแข็งพลังงานนิวเคลียร์ของรัสเซีย

นายมิคาอิล มิชูสติน นายกรัฐมนตรีรัสเซีย กล่าวเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า โครงการนี้จะ "กลายเป็นสัญลักษณ์ใหม่แห่งมิตรภาพรัสเซีย-เมียนมา" ในระหว่างการเดินทางเยือนรัสเซียครั้งแรกของ มิน อ่อง หล่าย ในฐานะประธานาธิบดีเมื่อต้นเดือนนี้ นายวลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย ได้บรรยายถึงโรงไฟฟ้านิวเคลียร์แห่งนี้ว่าเป็นโครงการ "เรือธง" สำหรับทั้งสองประเทศ รัฐบาลเมียนมาได้เปิดศูนย์ข้อมูลนิวเคลียร์ในนครย่างกุ้งเมื่อปี พ.ศ. 2566 และเมื่อปีที่แล้วได้ลงนามในข้อตกลงกับรัสเซียเกี่ยวกับความปลอดภัยนิวเคลียร์และการป้องกันรังสี

คำถามสำคัญคือ รัฐบาลเมียนมาที่ประสบปัญหาด้านการเงินจะชำระค่าโรงไฟฟ้าได้อย่างไร ผู้สังเกตการณ์กล่าวว่า เมียนมาอาจต้องแบกรับภาระหนี้ระยะยาวจำนวนมหาศาลในรูปของเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำจากรัฐบาลรัสเซีย ซึ่งจะชำระคืนเมื่อโครงการเริ่มสร้างรายได้ หรืออาจชำระเป็นสินค้าจากทรัพยากรธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ของเมียนมา โครงการนี้คาดว่าจะใช้เวลาหลายปีเนื่องจากการออกแบบแบบโมดูลาร์ โดยมีรายงานว่าโรงไฟฟ้านิวเคลียร์นี้จะตั้งอยู่ใกล้กรุงเนปิดอว์

แต่บรรดานักวิเคราะห์เตือนถึงความเสี่ยงร้ายแรง เนื่องจากกองทัพเมียนมากำลังทำสงครามอย่างดุเดือดกับกองกำลังต่อต้าน ซึ่งเพิ่มอันตรายจากอุบัติเหตุร้ายแรง นับตั้งแต่การทำรัฐประหารในปี 2564 รัสเซียและเมียนมาได้ขยายความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์จากอาวุธและพลังงานไปยังโครงสร้างพื้นฐาน พลังงานนิวเคลียร์ได้กลายเป็นหัวใจสำคัญของความร่วมมือนี้ เนื่องจากทั้งสองรัฐบาลต้องเผชิญกับการคว่ำบาตรจากชาติตะวันตก โดยมอสโกถูกคว่ำบาตรจากการรุกรานยูเครน และเนปิดอว์จากการปราบปรามความรุนแรงในประเทศ นอกจากนี้ รอสอะตอมยังจำหน่ายเทคโนโลยีนิวเคลียร์ให้กับเวียดนาม อินโดนีเซีย และลาว

พล.อ.อาวุโส มิน อ่อง หล่าย กับประธานาธิบดีปูติน

พล.อ.อาวุโส มิน อ่อง หล่าย กับประธานาธิบดีปูติน

ความร่วมมือรอบด้านกับรัสเซีย

พล.อ.อาวุโส มิน อ่อง หล่าย ได้กล่าวว่าทั้งสองฝ่ายประสบความสำเร็จในการหารือความร่วมมือด้านกลาโหม การท่องเที่ยว ความมั่นคง เกษตรกรรม และสาธารณสุข และเมียนมาได้เชิญชวนนักลงทุนรัสเซีย หลังจากสิ้นสุดการเจรจา ทั้งสองฝ่ายได้ลงนามในเอกสารหลายฉบับ รวมถึงปฏิญญาร่วมว่าด้วยการต่อต้านการคว่ำบาตรและการลดผลกระทบเชิงลบ บันทึกข้อตกลงในด้านพลังงาน อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์นำวิถีด้วยดาวเทียม ความร่วมมือระหว่างหน่วยงานต่อต้านการผูกขาด และความเข้าใจร่วมกันในด้านวัฒนธรรมและศิลปะ

ก่อนการพบปะกับผู้นำรัสเซีย มิน อ่อง หล่าย ได้เจรจากับนายกรัฐมนตรีรัสเซีย มิคาอิล มิชูสติน ในระหว่างการเจรจาครั้งนี้ หัวหน้าคณะรัฐมนตรีรัสเซียได้ประกาศว่ารัสเซียกำลังเริ่มดำเนินการตามข้อตกลงการก่อสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก (SMR) ในเมียนมา นายอเล็กเซย์ ลิคาเชฟ ผู้นำรอสอะตอม ได้ระบุว่ารอสอะตอมคาดว่าจะเริ่มก่อสร้าง SMR ในเมียนมาในปี พ.ศ. 2570 โดยจะมีลักษณะเป็นโมดูล ซึ่งแต่ละโมดูลมีเครื่องปฏิกรณ์ RITM-200 สองเครื่อง กำลังผลิตเครื่องละ 55 เมกะวัตต์

รัสเซียยังได้วางแผนที่จะเข้าร่วมงานในเขตเศรษฐกิจพิเศษทวายของเมียนมา ซึ่งจะช่วยเพิ่มปริมาณการค้าระหว่างกันและสร้างงานใหม่ๆ ในปี 2568 รัสเซียและเมียนมาได้ตกลงโครงการก่อสร้างท่าเรือน้ำลึกที่มีความจุ 15 ล้านตัน โรงไฟฟ้าถ่านหินขนาด 660 เมกะวัตต์ (โดยมีสัญญาการศึกษาความเป็นไปได้กับ Inter RAO ในเดือนมิถุนายน 2569) และโรงกลั่นน้ำมัน ซึ่งเป็นโครงการที่ซับซ้อนและมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อเมียนมา เนื่องจากปัจจุบันการกลั่นน้ำมันของประเทศครอบคลุมความต้องการภายในประเทศไม่เกิน 2-3% นอกจากนี้ รอสอะตอมยังกำลังศึกษาโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลมขนาด 200 เมกะวัตต์ในเมียนมาอีกด้วย

ภาพเรนเดอร์โรงไฟฟ้าที่เมียนมา

ภาพเรนเดอร์โรงไฟฟ้าที่เมียนมา

บทเรียนจากบังกลาเทศ: โครงการรอสอะตอมกับการทุจริตหมอน

ขณะที่เมียนมากำลังเดินหน้าโครงการนิวเคลียร์กับรัสเซีย ก็มีกรณีศึกษาที่บังกลาเทศกับโครงการโรงไฟฟ้านิวเคลียร์รูปปูร์ (Rooppur) ซึ่งดำเนินงานโดยรอสอะตอมเช่นกัน โดยโครงการนี้ถูกครหาในประเทศบังกลาเทศเป็นอย่างมากเกี่ยวกับการทุจริต

โครงการโรงไฟฟ้านิวเคลียร์รูปปูร์ ต้องเผชิญข้อครหาในคดีทุจริตซื้อหมอนเกินราคา (Rooppur Pillow Scandal) โดยคำว่าทุจริตหมอน เป็นการล้อเลียนถึงคดีทุจริตครั้งใหญ่ที่สุดของบังกลาเทศ ซึ่งแม้การทุริตครั้งนี้ จะไม่เกี่ยวข้องกับระบบเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์โดยตรง แต่ก็เป็นคดีทุจริตการก่อสร้างโซนที่พักอาศัยของเจ้าหน้าที่และวิศวกรชาวรัสเซียที่ชื่อว่า ที่ชื่อว่าโซน Green City

โครงการโรงไฟฟ้านิวเคลียร์รูปปูร์ที่กำลังก่อสร้าง

โครงการโรงไฟฟ้านิวเคลียร์รูปปูร์ที่กำลังก่อสร้าง

คดีนี้เริ่มในปี 2562 สื่อท้องถิ่นและสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (CAG) ของบังกลาเทศเปิดเผยว่า มีการตกแต่งอพาร์ตเมนต์ 966 ห้องด้วยเฟอร์นิเจอร์ราคาแพงเกินจริงอย่างมหาศาล โดยมีรายละเอียดดังนี้:

ในเอกสารจัดซื้อช่วงแรกระบุว่า มีการซื้อหมอนธรรมดาในราคาใบละ 5,957 ตากา (ประมาณ 1,700 บาท) พร้อม "ค่าแรงแบกหมอน" ขึ้นไปส่งบนห้องพักอีกใบละ 760 ตากา (ประมาณ 220 บาท) แต่ทว่าราคาจริงกลับแพงกว่านั้น เพราะจากรายงานผลการสอบสวนอย่างเป็นทางการล่าสุดในปี 2569 พบหลักฐานว่ามีการทุจริตในเชิงลึกกว่าเดิม โดยพบว่ามีหมอนบางส่วนถูกจัดซื้อในราคาสูงถึงใบละเกือบ 90,000 ตากา (ประมาณ 26,000 บาท)

นอกจากหมอนแล้ว ข้าวของเครื่องใช้ทั่วไปในตึกที่พักก็ถูกปั่นราคาขึ้นอย่างไม่สมเหตุสมผล เช่น เตารีดไฟฟ้าราคาเครื่องละ 4,154 ตากา (1,116 บาท) แต่คิดค่าแรงแบกขึ้นตึกสูงถึง 2,945 ตากา (792 บาท) หรือเตาไฟฟ้าที่ราคาเครื่องละ 7,747 ตากา (2,083 บาท) แต่ค่าแบกสูงถึง 6,650 ตากา (1,788 บาท) และโต๊ะเครื่องแป้งถูกบันทึกราคาจัดซื้อสูงถึงตัวละ 400,000 ถึง 500,000 ตากา (มากกว่า 100,000 บาท)

สรุปว่า กระบวนการทุจริตนี้ทำให้รัฐสูญเสียเงินเฉพาะค่าหมอนไปกว่า 39.2 ล้านตากา (10,538,587 บาท)และหากนับรวมการก่อสร้างอาคารที่พักอาศัยทั้ง 20 หลังในโครงการนี้ มีเงินแผ่นดินถูกปล้นไปสูงถึง 2.95 พันล้านตากา (ประมาณ 850 ล้านบาท) ผ่านการฮั้วประมูลของสองบริษัทรับเหมาท้องถิ่นร่วมกับวิศวกรโครงการ ส่งผลให้คณะกรรมการต่อต้านการทุจริต (ACC) ต้องเข้าจับกุมผู้เกี่ยวข้องและเจ้าหน้าที่รัฐรวม 13 ราย

เรื่องนี้กลายเป็นเรื่องตลกที่สะท้อนใจคนในประเทศ จนล่าสุดในเดือนพฤษภาคม 2569 นายกรัฐมนตรี ทาริก ราห์มาน แห่งบังกลาเทศ ถึงกับพูดติดตลกหลังจากอ่านรายงานคดีนี้ว่า "ควรเอาหมอนราคาแพงพวกนี้สักใบ ไปเก็บรักษาไว้ในพิพิธภัณฑ์" เพื่อประจานประวัติศาสตร์การทุจริตของโครงการนี้

ข้อครหาอดีตนายกฯ ยักยอกเงิน

นอกจากนี้ ยังมีรายงานที่อ้างว่าอดีตนายกรัฐมนตรีบังกลาเทศ นางชีค ฮาซินา ยักยอกเงิน 5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 1.68 แสนล้านบาท) จากโครงการโรงไฟฟ้านิวเคลียร์รูปปูร์ โดยบริษัทรอสอะตอมถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้เอื้ออำนวยในแผนการยักยอกเงินขนาดใหญ่นี้

รายงานเหล่านี้ถูกตีพิมพ์ครั้งแรกโดยเว็บไซต์ โกลบอล ดีเฟนซ์ คอร์ป (Global Defense Corp) ซึ่งเป็นสื่อที่มุ่งเน้นการสอบสวนการทุจริตในภาคการทหารและกลาโหมทั่วโลก โดยอ้างว่า นางชีค ฮาซินา พร้อมกับลูกชายของเธอ นายซาจีบ วาเซ็ด จอย และหลานสาว นางทิวลิป ซิดดิค มีส่วนเกี่ยวข้องกับการยักยอกเงิน 5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯจากโครงการนี้ แต่ในบทความของ โกลบอล ดีเฟนซ์ คอร์ป ไม่มีการระบุถึงแหล่งข้อมูลต้นทาง

อย่างไรก็ตาม รอสอะตอมได้ปฏิเสธข้อกล่าวหาเหล่านี้อย่างแข็งขัน โดยระบุในแถลงการณ์เมื่อวันที่ 19 สิงหาคมที่ผ่านมา ว่ารายงานดังกล่าวเป็นความเท็จและเป็นการยั่วยุเพื่อทำให้โครงการโรงไฟฟ้านิวเคลียร์เสื่อมเสียชื่อเสียง โดยโครงการนี้เป็นโครงการที่ดำเนินการเพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนพลังงานของบังกลาเทศและมุ่งเป้าไปที่การปรับปรุงความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชน

รอสอะตอมยังเน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นในความโปร่งใส การต่อต้านการทุจริต และกระบวนการจัดซื้อที่เปิดเผย พร้อมระบุว่าพร้อมที่จะปกป้องผลประโยชน์และชื่อเสียงในศาล.

การสอบสวนของ ACC ยังคงดำเนินต่อไป โดยมีการออกหมายจับ นางทิวลิป ซิดดิค ในข้อหาว่าได้รับที่ดินที่จัดสรรอย่างผิดกฎหมายจากนาง ชีค ฮาซินา คาดว่าจะมีการตั้งข้อหาที่เกี่ยวข้องกับโรงไฟฟ้านิวเคลียร์รูปปูร์ ซึ่งเป็นผลมาจากข้อตกลงด้านวงเงินกู้สำหรับจัดซื้อยุทโธปกรณ์ทางทหารมูลค่า 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (33,149,991,800 บาท)

ที่มา https://www.irrawaddy.com/news/burma/russia-to-start-building-myanmars-1st-nuclear-power-plant-next-year.html,https://www.tbsnews.net/bangladesh/energy/rosatom-state-corporation-refutes-provocative-statements-about-implementation

 

แท็กที่เกี่ยวข้อง
เปิดแฟ้มคดีโกงโลก



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อุทาหรณ์นครปฐม! 'สงคราม' นายกอบต.แหลมบัว ทุจริตคุก 2 คดีรวด โทษร้อยปี
อุทาหรณ์นครปฐม! 'สงคราม' นายกอบต.แหลมบัว ทุจริตคุก 2 คดีรวด โทษร้อยปี