อินโดนีเซียทลายเครือข่ายลักลอบค้ากัญชา 3.37 ตันจากไทย พบขนผ่านคอนเทนเนอร์ ผ่านท่าเรือที่จาการ์ตา มีศุลกากรถูกต้อง ไล่ล่าชาวมาเลเซีย-จีน เชื่อเป็นผู้บงการใหญ่ใช้กัญชาสกัดผลิตน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า
สำนักข่าว Next News รายงานข่าวเมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2569 สื่อในประเทศอินโดนีเซีย เผยแพร่ข่าวกรณีที่ สำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติดแห่งชาติอินโดนีเซีย (BNN) ร่วมกับกรมศุลกากรและสรรพสามิต ตำรวจแห่งชาติ และกองทัพ ได้ประกาศความสำเร็จในการทลายเครือข่ายลักลอบค้ายาเสพติดข้ามชาติครั้งใหญ่ โดยสามารถยึดกัญชาสายพันธุ์ดีได้มากถึง 3.37 ตัน ซึ่งเชื่อว่าถูกลักลอบนำเข้าจากประเทศไทย และมีวัตถุประสงค์เพื่อนำไปแปรรูปเป็นสารสกัดเตตราไฮโดรแคนนาบินอล (THC) สำหรับใช้ในการผลิตน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้าและอุปกรณ์เวปในตลาดอินโดนีเซีย
ทางการอินโดนีเซียได้เปิดเผยรายชื่อผู้ต้องสงสัยชาวต่างชาติ 2 ราย ที่เชื่อว่าเป็นผู้บงการหลักของเครือข่ายนี้ ซึ่งกำลังอยู่ระหว่างการติดตามจับกุม ได้แก่ นายซีเคเอฟ (CKF) หรือที่รู้จักกันในนามนายแอล (L) สัญชาติมาเลเซีย และนายแซดแอล (ZL) หรือที่รู้จักกันในนามนายเจ (J) สัญชาติจีน โดยนายอัศวิน สิปายุง รองผู้บัญชาการ BNN ด้านการปราบปรามยาเสพติด ยืนยันว่าเจ้าหน้าที่จะยังคงไล่ล่าบุคคลทั้งสองจนกว่าจะถูกจับกุมและนำตัวมาดำเนินคดีในอินโดนีเซียให้ได้
ปฏิบัติการครั้งนี้เริ่มต้นขึ้นหลังเจ้าหน้าที่สกัดกั้นตู้คอนเทนเนอร์ต้องสงสัยที่เดินทางมาจากประเทศไทย ณ ท่าเรือ Tanjung Priok ในกรุงจาการ์ตา แม้ว่าตู้คอนเทนเนอร์ดังกล่าวจะมีเอกสารศุลกากรที่ถูกต้อง แต่เมื่อตรวจสอบกลับพบกัญชาถูกซุกซ่อนอยู่ภายในกระเป๋าเดินทาง 500 ใบ และห่อบรรจุภัณฑ์ยาง 80 ห่อ จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการส่งมอบแบบควบคุม (controlled delivery) โดยติดตามรถบรรทุก 2 คันที่ขนส่งสินค้าไปยังโกดังแห่งหนึ่งในเมืองเกรซิก (Gresik) จังหวัดชวาตะวันออก ซึ่งเป็นจุดที่เจ้าหน้าที่ได้เข้ายึดยาเสพติดและรถบรรทุก 4 คัน
จากการสอบสวนพบว่ากัญชาดังกล่าวไม่ได้มีไว้สำหรับการจัดจำหน่ายแบบทั่วไป แต่เป็นกัญชาสายพันธุ์ดีที่มีปริมาณสาร THC สูง ซึ่งจะถูกนำไปแปรรูปเป็นสารสกัด THC เพื่อใช้เป็นส่วนผสมในน้ำยาเติมสำหรับบุหรี่ไฟฟ้าและอุปกรณ์วาป ซึ่งสะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงไปสู่ผลิตภัณฑ์กัญชาที่มีมูลค่าสูงขึ้น เครือข่ายนี้มีแผนกระจายยาเสพติดไปทั่วอินโดนีเซีย ทั้งในกรุงจาการ์ตา, บาหลี, ชวาตะวันออก, เซมารัง, สุมาตราใต้ และบาลิกปาปัน
นอกจากนี้ การปฏิบัติการยังเปิดเผยถึงเครือข่ายผู้สมรู้ร่วมคิดในท้องถิ่น ซึ่งรวมถึงคนขับรถบรรทุก ผู้จัดการสินค้า พนักงานคลังสินค้า และผู้ประสานงานด้านโลจิสติกส์ จนถึงขณะนี้ เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยได้ 12 ราย โดยเป็นชาวต่างชาติ 1 รายที่ระบุเพียงตัวย่อว่า A และยังคงเดินหน้าสืบสวนบทบาทของสมาชิกคนอื่น ๆ ในเครือข่ายต่อไป การยึดกัญชาในเกรซิกครั้งนี้ ยังต่อเนื่องมาจากการยึดกัญชา 22 กิโลกรัมก่อนหน้านี้ในเมืองปูร์วากาตา (Purwakarta) จังหวัดชวาตะวันตก ซึ่งเชื่อมโยงกับเครือข่ายค้ายาเดียวกัน ทำให้ยอดรวมของกลางที่ยึดได้พุ่งสูงถึง 3.37 ตัน




