News Logo
หน้าแรก
เปิดแฟ้มคดีโกงโลก:เครือข่าย 'เบน สมิธ' ใช้ ธ.สหรัฐฯ โยงซื้อหุ้นบางจาก

เปิดแฟ้มคดีโกงโลก:เครือข่าย 'เบน สมิธ' ใช้ ธ.สหรัฐฯ โยงซื้อหุ้นบางจาก

7 มิ.ย. 2569 06:00
ผู้ชม 699 คน
googleตั้ง Next News เป็นข่าวโปรดบน Google

ในทางเอกสาร เงินทุนสุดท้ายที่ใช้ในการซื้อหุ้นพลังงานของบางจากฯ มาในรูปของเงินกู้จากกองทุนนอร์ธวอเทอร์ส (Northwaters)......บัญชี Bank of America ที่ถือในชื่อของ น.ส.แคททรียา บีเวอร์ (Cattaliya Beevor) ภรรยาของนายเมาเออร์เบอร์เกอร์ โดยเส้นทางเริ่มต้นจากเงินที่ถูกโอนจากบัญชี Bank of America ไปยังบริษัทเปลือกหอย หรือบริษัทเชลล์ที่หมู่เกาะบริติชเวอร์จิน (BVI) ซึ่งใช้เพื่อป้อนเงินเข้ากองทุนนอร์ธวอเทอร์ส

เปิดแฟ้มคดีโกงโลก สำนักข่าว Next News สัปดาห์นี้ขอกลับไปนำเสนอข่าวคราวความเคลื่อนไหวของนายเบนจามิน เมาออร์เบอร์เกอร์ หรือว่าเบน สมิธ ผู้ต้องหาคดีฉ้อโกงออนไลน์ที่ถูกออกหมายจับจากทางการไทย

โดยเว็บไซต์ https://whalehunting.projectbrazen.com/ ของนายทอม ไรต์ อดีตผู้สื่อข่าววอลสตรีทเจอร์นัล (WSJ) ได้นำเสนอรายงานข่าว กรณีที่สิงคโปร์และไทยได้ดำเนินการอายัดทรัพย์สินมูลค่ารวม 750 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 24,547.5 ล้านบาท) ซึ่งเชื่อมโยงกับเครือข่ายอาชญากรรมของเบนจามิน เมาเออร์เบอร์เกอร์ (Benjamin Mauerberger) และชี้ให้เห็นว่าการที่นายเมาเออร์เบอร์เกอร์ทิ้งร่องรอยในระบบธนาคารของสหรัฐฯ ทำให้พนักงานอัยการของรัฐบาลกลางมีจุดเชื่อมโยงสำคัญในการรื้อถอนอาณาจักรการหลอกลวงทางไซเบอร์นี้ได้อย่างสมบูรณ์

Whale Hunting ได้ติดตามการฉ้อโกงมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐของเบนจามิน เมาเออร์เบอร์เกอร์ มาเป็นเวลาหลายเดือน โดยคิดเป็นเงินจำนวนมหาศาลที่ถูกขโมยไปจากชาวตะวันตกทั่วไปผ่านการหลอกลวงคริปโตเคอร์เรนซี หรือสกุลเงินดิจิทัลปลอมและการหลอกลวงแบบโรแมนซ์ ซึ่งดำเนินการโดยมาเฟียจีนจากศูนย์ปฏิบัติการในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

รายงานนี้มุ่งเน้นไปที่บทบาทของธนาคารตะวันตกที่ช่วยในการเคลื่อนย้ายเงินดังกล่าว

เส้นทางการเงินสู่ระบบธนาคารสหรัฐฯ

Whale Hunting ได้ตรวจสอบ พบว่า นายเบนจามิน เมาเออร์เบอร์เกอร์ ผู้ต้องหาหนีคดีชาวแอฟริกาใต้ที่ฟอกเงินหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐให้กับแก๊งหลอกลวงชาวกัมพูชา ได้ทำในสิ่งที่คู่แข่งในโลกใต้ดินของเขาหลีกเลี่ยง นั่นคือ เขาได้หมุนเวียนเงินของตนโดยตรงผ่านระบบการเงินของอเมริกา โดยใช้สถาบันการเงินแห่งหนึ่งในวอลล์สตรีทเพื่อเคลียร์ธุรกรรมขนาดใหญ่ที่สุดของเขา

นายเมาเออร์เบอร์เกอร์กำลังสร้างอาณาจักรธุรกิจระดับโลกที่ครอบคลุมการเงิน โครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของประเทศ และโรงแรมหรูหราในกรุงเทพฯ ดูไบ และนิวยอร์ก เพื่อที่จะดำเนินธุรกิจในระดับนี้และอำพรางเงินหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐที่ได้มาโดยมิชอบ เขาต้องการความชอบธรรม และนั่นจำเป็นต้องมีการประมวลผลธุรกรรมเป็นสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ

การที่นายเมาเออร์เบอร์เกอร์ใช้ระบบธนาคารของสหรัฐฯ เพื่อทำให้ความมั่งคั่งของเขามีความชอบธรรม ได้เปิดช่องทางโดยตรงแก่หน่วยงานกำกับดูแลของสหรัฐฯ ในการติดตามเขา ทำให้เขาทิ้งบันทึกธุรกรรมไว้ในธนาคารอเมริกันที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแล ส่งผลให้เครือข่ายของเขาตกอยู่ภายใต้การจับตาของหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายของสหรัฐฯ

ขณะนี้ ภาพที่ชัดเจนของเส้นทางการเงินนี้กำลังปรากฏขึ้นจากการสอบสวนทางนิติวิทยาทางการเงินโดยหน่วยงานไทย

แม้ว่ารายงานอย่างเป็นทางการยังคงเป็นความลับเนื่องจากความสัมพันธ์ของนายเมาเออร์เบอร์เกอร์กับชนชั้นสูงในสังคมไทย แต่บางส่วนที่ Whale Hunting ได้ตรวจสอบพบว่าเป็นความพยายามอย่างไม่เคยมีมาก่อนในการเข้าซื้อกิจการในอุตสาหกรรมที่รัฐควบคุมและอสังหาริมทรัพย์ระหว่างประเทศ

การสอบสวนนี้เกิดขึ้นท่ามกลางการปราบปรามครั้งใหญ่ของสหรัฐฯ ต่อแก๊งฉ้อโกงทางไซเบอร์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งเป็นสาเหตุของการสูญเสียหลายหมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปีแก่ชาวอเมริกัน

นายคัช พาเทล (Kash Patel) ผู้อำนวยการสำนักสอบสวนกลางสหรัฐฯ หรือ FBI กล่าวเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า "FBI จะใช้ทุกวิถีทางเพื่อสร้างความเสียหายให้กับอาชญากรที่ขโมยเงินจากชาวอเมริกันผ่านโครงการลงทุนฉ้อโกงที่ก่อให้เกิดความเสียหายอย่างมหาศาลทั่วประเทศ"

นายเบนจามิน เมาเออร์เบอร์เกอร์

นายเบนจามิน เมาเออร์เบอร์เกอร์

จากคริปโตฯ สู่การครอบงำโครงสร้างพื้นฐานของไทย

ในอดีต หน่วยงานตะวันตกมักมุ่งเน้นไปที่การติดตามบัญชีคริปโตเคอร์เรนซีเพื่อทำลายเครือข่ายเหล่านี้ ตัวอย่างเช่น เมื่อปีที่แล้ว รัฐบาลสหรัฐฯ ได้ดำเนินการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังกับ Prince Group หรือปริ๊นซ์กรุ๊ป ซึ่งเป็นกลุ่มบริษัทหลอกลวงคู่ขนานในกัมพูชา รวมถึงการยึดทรัพย์ทางแพ่งเพื่อยึดเงินคริปโตหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐจากนายเฉิน จื้อ (Chen Zhi) ผู้ก่อตั้งบริษัท

ในขณะที่ปริ๊นซ์กรุ๊ปใช้เงินหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐที่ได้มาโดยมิชอบเพื่อสร้างกลุ่มบริษัทหลากหลายและใช้ชีวิตหรูหราในสิงคโปร์ ซึ่งท้ายที่สุดก็ล่มสลายหลังจากที่รัฐบาลสหรัฐฯ พุ่งเป้าไปที่เครือข่ายของพวกเขา

แต่นายเมาเออร์เบอร์เกอร์กลับใช้เงินสดที่ผิดกฎหมายเพื่อเข้าแทรกแซงโครงสร้างพื้นฐานของบริษัทที่มีการควบคุมอย่างจริงจัง เช่นเดียวกับคู่แข่งในโลกใต้ดินของเขา นายเมาเออร์เบอร์เกอร์สะสมสินค้าหรูหราและใช้ชีวิตระดับไฮเอนด์ แต่ความทะเยอทะยานของเขาไปไกลกว่านั้นมาก

Whale Hunting รายงานว่าแทนที่นายเมาเออร์เบอร์เกอร์จะเก็บเงินไว้ในบริษัทโฮลดิ้งส่วนตัวหรือสินทรัพย์เพื่อผู้บริโภค เขากลับพุ่งเป้าไปที่โครงสร้างพื้นฐานของบริษัทเชิงยุทธศาสตร์และบริษัทที่มีชื่อเสียงทั่วโลก แม้ว่าเขาไม่เคยทอดทิ้งสกุลเงินคริปโตที่ไม่ระบุชื่อหรือเครือข่ายเงินสดที่ผิดกฎหมายเพื่อดำเนินการในแต่ละวัน

แต่การเข้ายึดกิจการบริษัทระดับโลกของนายเมาเออร์เบอร์เกอร์ ต้องการระดับความชอบธรรมทางสถาบันที่ ซึ่งเงินทุนใต้ดินไม่สามารถมอบให้ได้ ตลาดหลักทรัพย์ หน่วยงานกำกับดูแลพลังงานแห่งชาติ และผู้ขายหุ้นบริษัทชั้นนำต่างต้องการบันทึกการทำธุรกรรมทางธนาคารแบบดั้งเดิมสำหรับการเข้าซื้อกิจการขนาดใหญ่

เพื่อให้เป็นไปตามข้อเรียกร้องเหล่านี้ นายเมาเออร์เบอร์เกอร์จึงส่งเงินทุนของเขาผ่านโครงสร้างกองทุนในสิงคโปร์เพื่อปลอมแปลงเงินให้เป็นเงินกู้ยืมของบริษัทที่ชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งเป็นกลยุทธ์ที่บังคับให้ธุรกรรมต้องเป็นสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ และทำให้เครือข่ายของเขาต้องติดต่อโดยตรงกับตลาดหุ้นวอลล์สตรีท

การสอบสวนของทางการไทยเปิดเผยว่า ธุรกรรมได้ถูกส่งผ่านโดยตรงไปยังสหรัฐฯ ผ่านธนาคาร Bank of America โดยพนักงานสอบสวน (ไม่ได้บอกว่าจากชาติไหน หรือจากหน่วยงานใด) พบว่าธนาคารได้เปิดบัญชีส่วนตัวสำหรับคนวงในของเมาเออร์เบอร์เกอร์และเคลียร์การโอนเงินของบริษัทมูลค่าหลายสิบล้านดอลลาร์สหรัฐ

ร่องรอยนี้ทำให้สำนักงานสอบสวนความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ (Homeland Security Investigations) มีบันทึกของธนาคารที่เฉพาะเจาะจงที่จำเป็นในการทำแผนที่และกำหนดเป้าหมายทรัพย์สินของเครือข่ายนี้

หนึ่งในบริษัทที่เป็นเส้นทางการเงินได้แก่บริษัท Capital Asia Investments (CAI) ซึ่งเป็นบริษัทจัดการกองทุนในสิงคโปร์ที่ทำหน้าที่เป็นบริษัทหน้าฉากของเขา นายเมาเออร์เบอร์เกอร์ได้เข้าถือหุ้นสำคัญใน Finansia X ซึ่งเป็นบริษัทบริการทางการเงินที่มีชื่อเสียง และยังได้เข้าควบคุมบริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น (Bangchak Corporation) ซึ่งเป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านพลังงานของไทยที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์

บริษัท CAI ที่สิงคโปร์ อ้างอิงรูปภาพจาก The Business Times

บริษัท CAI ที่สิงคโปร์ อ้างอิงรูปภาพจาก The Business Times

 ในอดีต การควบคุมสินทรัพย์พลังงานเป็นสิ่งที่มีค่าอย่างยิ่งและได้รับการปกป้องจากกลุ่มการเมืองไทยที่มีอิทธิพล การที่นายเมาเออร์เบอร์เกอร์เข้าสู่อุตสาหกรรมพลังงานของประเทศ ทำให้เขาข้ามเส้นจากเพียงผู้ฟอกเงินไปสู่ผู้ปฏิบัติการที่มีส่วนร่วมในการยึดกุมรัฐอย่างแท้จริง

เมื่ออำนาจของเขาเพิ่มขึ้น ความทะเยอทะยานระดับโลกของเขาก็เพิ่มขึ้น เขาได้ก้าวขึ้นมาเป็นผู้ให้ทุนรายใหญ่เบื้องหลังเครือข่ายกลุ่มบริษัทให้บริการต้อนรับระดับหรูชั้นนำแห่งหนึ่งของโลก นั่นคือกลุ่มบริษัท Aman Group

 ตามแหล่งข่าว นายเมาเออร์เบอร์เกอร์ใช้กองทุนย่อยในสิงคโปร์ชื่อ CAI Optimum Fund VCC เพื่อเข้าซื้อหุ้น 38% ในบริษัท Alia Developments ซึ่งบริษัทนี้เป็นกลไกเบื้องหลังโครงการก่อสร้างโรงแรม Janu Dubai มูลค่า 1.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 49,095 ล้านบาท) ภายใต้แบรนด์ Aman ที่เป็นเรือธง

การใช้กรอบโครงสร้างบริษัทร่วมลงทุนแบบผันแปร (Variable Capital Company) ของสิงคโปร์ ทำให้นายเมาเออร์เบอร์เกอร์ซ่อนตัวตนของเขาไว้เบื้องหลังโครงสร้างกองทุนที่ปกป้องเจ้าของผลประโยชน์ที่แท้จริงจากการจดทะเบียนบริษัทสาธารณะ

การเชื่อมโยงกับ Bank of America

รายงานนิติวิทยาศาสตร์ทางการเงินในประเทศไทยระบุรายละเอียดว่า นายเบนจามิน เมาเออร์เบอร์เกอร์ สร้างความชอบธรรมให้กับการเข้าซื้อกิจการบริษัทมูลค่าหลายสิบล้านดอลลาร์สหรัฐได้อย่างไร โดยอาศัยกระบวนการติดตามเส้นทางการเงินโดยตรงจากกัมพูชาเข้าสู่ช่องทางธนาคารแบบดั้งเดิม

เพื่อดูดซับเงินหลายร้อยล้านดอลลาร์สหรัฐที่ได้จากการขโมยคริปโตเคอร์เรนซีและเงินสดจากการดำเนินการฉ้อโกงทางไซเบอร์ที่ผิดกฎหมาย นายเมาเออร์เบอร์เกอร์ได้ร่วมมือกับนายยิม เลียก (Yim Leak) บุตรชายของอดีตรองนายกรัฐมนตรีกัมพูชา โดยใช้ธนาคารบี.ไอ.ซี. (B.I.C. Bank) ในกัมพูชาเป็นศูนย์กลางหลักในการฟอกเงินเพื่อฝากเงินที่ได้มาโดยมิชอบเข้าสู่ระบบธนาคารพาณิชย์

การเคลื่อนย้ายความมั่งคั่งที่ได้มาจากอาชญากรรมนี้ออกจากกัมพูชาต้องอาศัยกระบวนการเป็นชั้นๆ หลายขั้นตอนเพื่อหลีกเลี่ยงสายตาของหน่วยงานกำกับดูแลระหว่างประเทศ ตลอดระยะเวลา 17 เดือนจนถึงเดือนกันยายนปี 2568 เครือข่ายดังกล่าวได้โอนเงินที่ได้จากการฉ้อโกงทางไซเบอร์ เริ่มต้นจากธนาคารบี.ไอ.ซี. ไปยังธนาคารที่เชื่อมโยงกับรัฐแห่งหนึ่งของไทย (ปกปิดชื่อโดยสำนักข่าว Next News) โดยแปลงเงินเหล่านั้นเป็นจำนวน 18,920 ล้านบาท เพื่ออำพรางแหล่งกำเนิดจากกัมพูชา จากนั้นเงินทุนดังกล่าวได้ถูกโอนไปยังสิงคโปร์และรวมเข้ากับโครงสร้างกองทุนของแคปิตอล เอเชีย อินเวสต์เมนต์ส (Capital Asia Investments)

ภายในกองทุนสิงคโปร์เหล่านี้ เงินสกปรกจากภูมิภาคได้ถูกนำไปผสมกับเงินทุนที่มีต้นกำเนิดจากสถาบันธนาคารชั้นนำของชาติตะวันตก ซึ่งเป็นการเคลื่อนไหวที่ออกแบบมาเพื่อสร้างภาพลักษณ์ที่โปร่งใสและถูกต้องตามกฎหมายให้กับเงินทุนทั้งหมด

ในทางเอกสาร เงินทุนสุดท้ายที่ใช้ในการซื้อหุ้นพลังงานของบางจากฯ มาในรูปของเงินกู้จากกองทุนนอร์ธวอเทอร์ส (Northwaters) ซึ่งเป็นกองทุนที่จดทะเบียนในสิงคโปร์ อย่างไรก็ตาม หน่วยข่าวกรองทางการเงินของไทย (ไม่ได้บอกว่าหน่วยงานไหน) ที่ติดตามแหล่งที่มาของเงินกู้นอร์ธวอเทอร์สพบว่าเงินส่วนหนึ่งได้รับการสนับสนุนจากบัญชีส่วนตัวของคนวงในของนายเมาเออร์เบอร์เกอร์

รายงานยังระบุว่าเงินกู้นอร์ธวอเทอร์สจำนวน 1,020 ล้านบาท (หรือประมาณ 31.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) มีเส้นทางโยงถึงบัญชี Bank of America ที่ถือในชื่อของ น.ส.แคททรียา บีเวอร์ (Cattaliya Beevor) ภรรยาของนายเมาเออร์เบอร์เกอร์ โดยเส้นทางเริ่มต้นจากเงินที่ถูกโอนจากบัญชี Bank of America ไปยังบริษัทเปลือกหอย หรือบริษัทเชลล์ที่หมู่เกาะบริติชเวอร์จิน (BVI) ซึ่งใช้เพื่อป้อนเงินเข้ากองทุนนอร์ธวอเทอร์ส ซึ่งภายใต้ระบอบการปฏิบัติตามกฎระเบียบปกติ การโอนเงินส่วนตัวหลายล้านดอลลาร์สหรัฐโดยตรงไปยังโครงสร้างบริษัทเชลล์ในต่างประเทศควรจะทำให้เกิดสัญญาณเตือนภัยโดยทันที

การวิเคราะห์ทางนิติวิทยาศาสตร์เพิ่มเติมเกี่ยวกับร่องรอยทางการธนาคารของเครือข่ายแสดงให้เห็นว่า บริษัท CAI  ซึ่งเป็นบริษัทหน้าฉากของนายเมาเออร์เบอร์เกอร์ในสิงคโปร์ ก็มีบัญชีกับ Bank of America เช่นกัน ในช่วงปลายปี 2567 และต้นปี 2568 บริษัท CAI ได้ส่งเงินหลายสิบล้านดอลลาร์สหรัฐจาก Bank of America ไปยังบัญชีในประเทศไทยที่ควบคุมโดยสมาชิกคนอื่นๆ ในเครือข่ายของนายเมาเออร์เบอร์เกอร์ นางสาวแคทรียา ยังคงรักษาบัญชี ธนาคารสวิส (Credit Suisse) เพื่อเคลื่อนย้ายเงินผ่านช่องทางธนาคารในยุโรป

อย่างไรก็ตาม การใช้บัญชีธนาคร Bank of America เพื่อรับประกันเงินกู้กองทุนสิงคโปร์เข้าสู่สินทรัพย์พลังงานเชิงกลยุทธ์ของไทย ส่งผลทำให้เครือข่ายได้ทิ้งบันทึกทางการธนาคารโดยตรงไว้ภายในสหรัฐอเมริกา

ในการสรุปการเข้าซื้อกิจการพลังงานในประเทศไทย กองทุนนอร์ธวอเทอร์สได้จัดโครงสร้างเงินทุนที่ผสมผสานกันนี้เป็นเงินกู้ให้กับบริษัท A (ขอสงวนชื่อเต็ม) เพื่อให้การทำธุรกรรมดูเหมือนเป็นข้อตกลงการลงทุนภาคเอกชนมาตรฐาน พวกเขาจึงกำหนดเงินกู้เป็นสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ

เมื่อนอร์ธวอเทอร์สได้นำเงินทุนกลับมาใช้ในประเทศไทยเพื่อสนับสนุนบริษัท A การทำธุรกรรมไม่ได้เคลื่อนย้ายมาในรูปแบบของเงินก้อนเดียว แต่เงินทุนจำนวน 71 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 2,323 ล้านบาท) ได้ถูกแบ่งออกเป็นสองงวด คือ 35 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 1,145 ล้านบาท) และ 36 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 1,178 ล้านบาท) เนื่องจากการโอนเงินเหล่านี้เป็นการโอนเงินดอลลาร์สหรัฐที่มีมูลค่าสูงตามกฎหมายจึงถูกบังคับให้ต้องผ่านธนาคารตัวแทนของอเมริกา โดยเครือข่ายได้ใช้บัญชี Bank of America, N.A. ในซานฟรานซิสโกเป็นธนาคารผู้ส่งเพื่อส่งเงินทุน

Bank of America เป็นผู้ดูแลบัญชีส่วนตัวที่ถือครองความมั่งคั่งของเครือข่ายของนายเมาเออร์เบอร์เกอร์ และเป็นผู้ดำเนินการธุรกรรมองค์กรสุดท้ายที่ใช้ในการสรุปการเข้าซื้อกิจการพลังงาน ซึ่งสร้างปัญหาด้านการกำกับดูแลที่สำคัญ

End Game?

อย่างไรก็ตาม ตอนนี้หน่วยงานกำกับดูแลด้านการเงินของประเทศต่างๆ กำลังกระชับพื้นที่เครือข่ายข้ามพรมแดนของนายเมาเออร์เบอร์เกอร์อย่างหนัก ทำให้การถือครองสินทรัพย์ในพื้นที่ที่หน่วยงานกำกับดูแลเหล่านี้มีอำนาจตรวจสอบ มีความเสี่ยงภัยมากขึ้น

สำนักงานนโยบายการเงินแห่งสิงคโปร์ (MAS) และกองกำลังตำรวจสิงคโปร์ได้เปิดตัวปฏิบัติการบังคับใช้กฎหมายร่วมกันต่อ CAI เจ้าหน้าที่ได้จับกุมผู้อำนวยการสองคนของบริษัทจัดการกองทุนในข้อหาต้องสงสัยว่าฟอกเงิน และยึดสินทรัพย์มูลค่ามากกว่า 160 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ (หรือประมาณ 4,091 ล้านบาท) จากบัญชีธนาคารและบัญชีหลักทรัพย์ของบริษัท

ประเทศไทยยังได้ออกหมายแดงของตำรวจสากล สำหรับนายเมาเออร์เบอร์เกอร์ ซึ่งทางการไทยเชื่อว่านายเมาเออร์เบอร์เกอร์อยู่ในนครดูไบ ในขณะเดียวกัน ศาลแพ่งของไทยและสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.)ได้ดำเนินการปราบปรามเครือข่ายภายในประเทศด้วยการกลาดล้างอย่างหนัก

 เจ้าหน้าที่ไทยได้อายัดและยึดสินทรัพย์ชั่วคราวเป็นมูลค่า 20,000 ล้านบาท ที่เชื่อมโยงโดยตรงกับนายเมาเออร์เบอร์เกอร์ นายยิม เลียกและคนวงในของพวกเขา สินทรัพย์ที่ถูกอายัดรวมถึงหุ้นในบางจากฯ, หุ้นฟินันเซีย เอ็กซ์ และบริษัทคู่ขนานหลายแห่ง

การพึ่งพาระบบการเงินของอเมริกานี้ทำให้อัยการรัฐบาลกลางของสหรัฐอเมริกามีอำนาจทางกฎหมายที่จำเป็น แม้ว่าการกู้คืนสินทรัพย์ในประเทศไทยในอดีตมักจะเผชิญกับอุปสรรคในเรื่องของนักการเมืองในท้องถิ่น แต่การที่นายเมาเออร์เบอร์เกอร์ใช้สถาบันการเงิน Wall Street ได้เปลี่ยนสมการทางกฎหมายทั้งหมด

 การค้นพบบัญชี Bank of America ของภรรยาของนายเมาเออร์เบอร์เกอร์ที่ให้เงินกู้แก่กองทุนสิงคโปร์ได้ให้อำนาจโดยตรงแก่กระทรวงยุติธรรมของสหรัฐอเมริกาในการตรวจสอบบัญชีเหล่านั้น รวมไปถึงการออกหมายเรียกผู้จัดการกองทุนสิงคโปร์ และยังเอื้อให้สหรัฐฯ ใช้แรงกดดันระหว่างประเทศเพื่อดำเนินการกับโครงสร้างบริษัททั่วโลกที่ถือครองสินทรัพย์พลังงาน, การเงิน และโรงแรม เพื่อหลีกเลี่ยงอุปสรรคในภูมิภาค

ที่มา https://whalehunting.projectbrazen.com/exclusive-forensic-report-exposes-bank-of-america-links-to-billion-dollar-transnational-fraud/

 หมายเหตุสำนักข่าว Next News:สืบเนื่องจากในบทความนี้มีการกล่าวถึงบริษัทเอกชนไทยที่ทางสำนักข่าวยังไม่ได้ติดต่อชี้แจง เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายสำนักข่าวจึงขอปกปิดชื่อเต็มของบริษัท จนกว่าจะได้รับข้อมูลอีกด้านหนึ่ง

แท็กที่เกี่ยวข้อง
เปิดแฟ้มคดีโกงโลก
เบน สมิธ

ก

ก

ก



ก

ก

ก

section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

บทเรียนขรก.ไทย (26) 'ยุทธการตะนาวศรี' สั่งลูกน้องทำ หน.ต้องรับผิดชอบ
บทเรียนขรก.ไทย (26) 'ยุทธการตะนาวศรี' สั่งลูกน้องทำ หน.ต้องรับผิดชอบ