ในทางเอกสาร เงินทุนสุดท้ายที่ใช้ในการซื้อหุ้นพลังงานของบางจากฯ มาในรูปของเงินกู้จากกองทุนนอร์ธวอเทอร์ส (Northwaters)......บัญชี Bank of America ที่ถือในชื่อของ น.ส.แคททรียา บีเวอร์ (Cattaliya Beevor) ภรรยาของนายเมาเออร์เบอร์เกอร์ โดยเส้นทางเริ่มต้นจากเงินที่ถูกโอนจากบัญชี Bank of America ไปยังบริษัทเปลือกหอย หรือบริษัทเชลล์ที่หมู่เกาะบริติชเวอร์จิน (BVI) ซึ่งใช้เพื่อป้อนเงินเข้ากองทุนนอร์ธวอเทอร์ส
เปิดแฟ้มคดีโกงโลก สำนักข่าว Next News สัปดาห์นี้ขอกลับไปนำเสนอข่าวคราวความเคลื่อนไหวของนายเบนจามิน เมาออร์เบอร์เกอร์ หรือว่าเบน สมิธ ผู้ต้องหาคดีฉ้อโกงออนไลน์ที่ถูกออกหมายจับจากทางการไทย
โดยเว็บไซต์ https://whalehunting.projectbrazen.com/ ของนายทอม ไรต์ อดีตผู้สื่อข่าววอลสตรีทเจอร์นัล (WSJ) ได้นำเสนอรายงานข่าว กรณีที่สิงคโปร์และไทยได้ดำเนินการอายัดทรัพย์สินมูลค่ารวม 750 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 24,547.5 ล้านบาท) ซึ่งเชื่อมโยงกับเครือข่ายอาชญากรรมของเบนจามิน เมาเออร์เบอร์เกอร์ (Benjamin Mauerberger) และชี้ให้เห็นว่าการที่นายเมาเออร์เบอร์เกอร์ทิ้งร่องรอยในระบบธนาคารของสหรัฐฯ ทำให้พนักงานอัยการของรัฐบาลกลางมีจุดเชื่อมโยงสำคัญในการรื้อถอนอาณาจักรการหลอกลวงทางไซเบอร์นี้ได้อย่างสมบูรณ์
Whale Hunting ได้ติดตามการฉ้อโกงมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐของเบนจามิน เมาเออร์เบอร์เกอร์ มาเป็นเวลาหลายเดือน โดยคิดเป็นเงินจำนวนมหาศาลที่ถูกขโมยไปจากชาวตะวันตกทั่วไปผ่านการหลอกลวงคริปโตเคอร์เรนซี หรือสกุลเงินดิจิทัลปลอมและการหลอกลวงแบบโรแมนซ์ ซึ่งดำเนินการโดยมาเฟียจีนจากศูนย์ปฏิบัติการในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
รายงานนี้มุ่งเน้นไปที่บทบาทของธนาคารตะวันตกที่ช่วยในการเคลื่อนย้ายเงินดังกล่าว
เส้นทางการเงินสู่ระบบธนาคารสหรัฐฯ
Whale Hunting ได้ตรวจสอบ พบว่า นายเบนจามิน เมาเออร์เบอร์เกอร์ ผู้ต้องหาหนีคดีชาวแอฟริกาใต้ที่ฟอกเงินหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐให้กับแก๊งหลอกลวงชาวกัมพูชา ได้ทำในสิ่งที่คู่แข่งในโลกใต้ดินของเขาหลีกเลี่ยง นั่นคือ เขาได้หมุนเวียนเงินของตนโดยตรงผ่านระบบการเงินของอเมริกา โดยใช้สถาบันการเงินแห่งหนึ่งในวอลล์สตรีทเพื่อเคลียร์ธุรกรรมขนาดใหญ่ที่สุดของเขา
นายเมาเออร์เบอร์เกอร์กำลังสร้างอาณาจักรธุรกิจระดับโลกที่ครอบคลุมการเงิน โครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของประเทศ และโรงแรมหรูหราในกรุงเทพฯ ดูไบ และนิวยอร์ก เพื่อที่จะดำเนินธุรกิจในระดับนี้และอำพรางเงินหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐที่ได้มาโดยมิชอบ เขาต้องการความชอบธรรม และนั่นจำเป็นต้องมีการประมวลผลธุรกรรมเป็นสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ
การที่นายเมาเออร์เบอร์เกอร์ใช้ระบบธนาคารของสหรัฐฯ เพื่อทำให้ความมั่งคั่งของเขามีความชอบธรรม ได้เปิดช่องทางโดยตรงแก่หน่วยงานกำกับดูแลของสหรัฐฯ ในการติดตามเขา ทำให้เขาทิ้งบันทึกธุรกรรมไว้ในธนาคารอเมริกันที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแล ส่งผลให้เครือข่ายของเขาตกอยู่ภายใต้การจับตาของหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายของสหรัฐฯ
ขณะนี้ ภาพที่ชัดเจนของเส้นทางการเงินนี้กำลังปรากฏขึ้นจากการสอบสวนทางนิติวิทยาทางการเงินโดยหน่วยงานไทย
แม้ว่ารายงานอย่างเป็นทางการยังคงเป็นความลับเนื่องจากความสัมพันธ์ของนายเมาเออร์เบอร์เกอร์กับชนชั้นสูงในสังคมไทย แต่บางส่วนที่ Whale Hunting ได้ตรวจสอบพบว่าเป็นความพยายามอย่างไม่เคยมีมาก่อนในการเข้าซื้อกิจการในอุตสาหกรรมที่รัฐควบคุมและอสังหาริมทรัพย์ระหว่างประเทศ
การสอบสวนนี้เกิดขึ้นท่ามกลางการปราบปรามครั้งใหญ่ของสหรัฐฯ ต่อแก๊งฉ้อโกงทางไซเบอร์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งเป็นสาเหตุของการสูญเสียหลายหมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปีแก่ชาวอเมริกัน
นายคัช พาเทล (Kash Patel) ผู้อำนวยการสำนักสอบสวนกลางสหรัฐฯ หรือ FBI กล่าวเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า "FBI จะใช้ทุกวิถีทางเพื่อสร้างความเสียหายให้กับอาชญากรที่ขโมยเงินจากชาวอเมริกันผ่านโครงการลงทุนฉ้อโกงที่ก่อให้เกิดความเสียหายอย่างมหาศาลทั่วประเทศ"

นายเบนจามิน เมาเออร์เบอร์เกอร์
จากคริปโตฯ สู่การครอบงำโครงสร้างพื้นฐานของไทย
ในอดีต หน่วยงานตะวันตกมักมุ่งเน้นไปที่การติดตามบัญชีคริปโตเคอร์เรนซีเพื่อทำลายเครือข่ายเหล่านี้ ตัวอย่างเช่น เมื่อปีที่แล้ว รัฐบาลสหรัฐฯ ได้ดำเนินการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังกับ Prince Group หรือปริ๊นซ์กรุ๊ป ซึ่งเป็นกลุ่มบริษัทหลอกลวงคู่ขนานในกัมพูชา รวมถึงการยึดทรัพย์ทางแพ่งเพื่อยึดเงินคริปโตหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐจากนายเฉิน จื้อ (Chen Zhi) ผู้ก่อตั้งบริษัท
ในขณะที่ปริ๊นซ์กรุ๊ปใช้เงินหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐที่ได้มาโดยมิชอบเพื่อสร้างกลุ่มบริษัทหลากหลายและใช้ชีวิตหรูหราในสิงคโปร์ ซึ่งท้ายที่สุดก็ล่มสลายหลังจากที่รัฐบาลสหรัฐฯ พุ่งเป้าไปที่เครือข่ายของพวกเขา
แต่นายเมาเออร์เบอร์เกอร์กลับใช้เงินสดที่ผิดกฎหมายเพื่อเข้าแทรกแซงโครงสร้างพื้นฐานของบริษัทที่มีการควบคุมอย่างจริงจัง เช่นเดียวกับคู่แข่งในโลกใต้ดินของเขา นายเมาเออร์เบอร์เกอร์สะสมสินค้าหรูหราและใช้ชีวิตระดับไฮเอนด์ แต่ความทะเยอทะยานของเขาไปไกลกว่านั้นมาก
Whale Hunting รายงานว่าแทนที่นายเมาเออร์เบอร์เกอร์จะเก็บเงินไว้ในบริษัทโฮลดิ้งส่วนตัวหรือสินทรัพย์เพื่อผู้บริโภค เขากลับพุ่งเป้าไปที่โครงสร้างพื้นฐานของบริษัทเชิงยุทธศาสตร์และบริษัทที่มีชื่อเสียงทั่วโลก แม้ว่าเขาไม่เคยทอดทิ้งสกุลเงินคริปโตที่ไม่ระบุชื่อหรือเครือข่ายเงินสดที่ผิดกฎหมายเพื่อดำเนินการในแต่ละวัน
แต่การเข้ายึดกิจการบริษัทระดับโลกของนายเมาเออร์เบอร์เกอร์ ต้องการระดับความชอบธรรมทางสถาบันที่ ซึ่งเงินทุนใต้ดินไม่สามารถมอบให้ได้ ตลาดหลักทรัพย์ หน่วยงานกำกับดูแลพลังงานแห่งชาติ และผู้ขายหุ้นบริษัทชั้นนำต่างต้องการบันทึกการทำธุรกรรมทางธนาคารแบบดั้งเดิมสำหรับการเข้าซื้อกิจการขนาดใหญ่
เพื่อให้เป็นไปตามข้อเรียกร้องเหล่านี้ นายเมาเออร์เบอร์เกอร์จึงส่งเงินทุนของเขาผ่านโครงสร้างกองทุนในสิงคโปร์เพื่อปลอมแปลงเงินให้เป็นเงินกู้ยืมของบริษัทที่ชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งเป็นกลยุทธ์ที่บังคับให้ธุรกรรมต้องเป็นสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ และทำให้เครือข่ายของเขาต้องติดต่อโดยตรงกับตลาดหุ้นวอลล์สตรีท
การสอบสวนของทางการไทยเปิดเผยว่า ธุรกรรมได้ถูกส่งผ่านโดยตรงไปยังสหรัฐฯ ผ่านธนาคาร Bank of America โดยพนักงานสอบสวน (ไม่ได้บอกว่าจากชาติไหน หรือจากหน่วยงานใด) พบว่าธนาคารได้เปิดบัญชีส่วนตัวสำหรับคนวงในของเมาเออร์เบอร์เกอร์และเคลียร์การโอนเงินของบริษัทมูลค่าหลายสิบล้านดอลลาร์สหรัฐ
ร่องรอยนี้ทำให้สำนักงานสอบสวนความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ (Homeland Security Investigations) มีบันทึกของธนาคารที่เฉพาะเจาะจงที่จำเป็นในการทำแผนที่และกำหนดเป้าหมายทรัพย์สินของเครือข่ายนี้
หนึ่งในบริษัทที่เป็นเส้นทางการเงินได้แก่บริษัท Capital Asia Investments (CAI) ซึ่งเป็นบริษัทจัดการกองทุนในสิงคโปร์ที่ทำหน้าที่เป็นบริษัทหน้าฉากของเขา นายเมาเออร์เบอร์เกอร์ได้เข้าถือหุ้นสำคัญใน Finansia X ซึ่งเป็นบริษัทบริการทางการเงินที่มีชื่อเสียง และยังได้เข้าควบคุมบริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น (Bangchak Corporation) ซึ่งเป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านพลังงานของไทยที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์
บริษัท CAI ที่สิงคโปร์ อ้างอิงรูปภาพจาก The Business Times
ในอดีต การควบคุมสินทรัพย์พลังงานเป็นสิ่งที่มีค่าอย่างยิ่งและได้รับการปกป้องจากกลุ่มการเมืองไทยที่มีอิทธิพล การที่นายเมาเออร์เบอร์เกอร์เข้าสู่อุตสาหกรรมพลังงานของประเทศ ทำให้เขาข้ามเส้นจากเพียงผู้ฟอกเงินไปสู่ผู้ปฏิบัติการที่มีส่วนร่วมในการยึดกุมรัฐอย่างแท้จริง
เมื่ออำนาจของเขาเพิ่มขึ้น ความทะเยอทะยานระดับโลกของเขาก็เพิ่มขึ้น เขาได้ก้าวขึ้นมาเป็นผู้ให้ทุนรายใหญ่เบื้องหลังเครือข่ายกลุ่มบริษัทให้บริการต้อนรับระดับหรูชั้นนำแห่งหนึ่งของโลก นั่นคือกลุ่มบริษัท Aman Group
ตามแหล่งข่าว นายเมาเออร์เบอร์เกอร์ใช้กองทุนย่อยในสิงคโปร์ชื่อ CAI Optimum Fund VCC เพื่อเข้าซื้อหุ้น 38% ในบริษัท Alia Developments ซึ่งบริษัทนี้เป็นกลไกเบื้องหลังโครงการก่อสร้างโรงแรม Janu Dubai มูลค่า 1.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 49,095 ล้านบาท) ภายใต้แบรนด์ Aman ที่เป็นเรือธง
การใช้กรอบโครงสร้างบริษัทร่วมลงทุนแบบผันแปร (Variable Capital Company) ของสิงคโปร์ ทำให้นายเมาเออร์เบอร์เกอร์ซ่อนตัวตนของเขาไว้เบื้องหลังโครงสร้างกองทุนที่ปกป้องเจ้าของผลประโยชน์ที่แท้จริงจากการจดทะเบียนบริษัทสาธารณะ
การเชื่อมโยงกับ Bank of America
รายงานนิติวิทยาศาสตร์ทางการเงินในประเทศไทยระบุรายละเอียดว่า นายเบนจามิน เมาเออร์เบอร์เกอร์ สร้างความชอบธรรมให้กับการเข้าซื้อกิจการบริษัทมูลค่าหลายสิบล้านดอลลาร์สหรัฐได้อย่างไร โดยอาศัยกระบวนการติดตามเส้นทางการเงินโดยตรงจากกัมพูชาเข้าสู่ช่องทางธนาคารแบบดั้งเดิม
เพื่อดูดซับเงินหลายร้อยล้านดอลลาร์สหรัฐที่ได้จากการขโมยคริปโตเคอร์เรนซีและเงินสดจากการดำเนินการฉ้อโกงทางไซเบอร์ที่ผิดกฎหมาย นายเมาเออร์เบอร์เกอร์ได้ร่วมมือกับนายยิม เลียก (Yim Leak) บุตรชายของอดีตรองนายกรัฐมนตรีกัมพูชา โดยใช้ธนาคารบี.ไอ.ซี. (B.I.C. Bank) ในกัมพูชาเป็นศูนย์กลางหลักในการฟอกเงินเพื่อฝากเงินที่ได้มาโดยมิชอบเข้าสู่ระบบธนาคารพาณิชย์
การเคลื่อนย้ายความมั่งคั่งที่ได้มาจากอาชญากรรมนี้ออกจากกัมพูชาต้องอาศัยกระบวนการเป็นชั้นๆ หลายขั้นตอนเพื่อหลีกเลี่ยงสายตาของหน่วยงานกำกับดูแลระหว่างประเทศ ตลอดระยะเวลา 17 เดือนจนถึงเดือนกันยายนปี 2568 เครือข่ายดังกล่าวได้โอนเงินที่ได้จากการฉ้อโกงทางไซเบอร์ เริ่มต้นจากธนาคารบี.ไอ.ซี. ไปยังธนาคารกรุงไทยของไทย ซึ่งเป็นธนาคารที่เชื่อมโยงกับรัฐ โดยแปลงเงินเหล่านั้นเป็นจำนวน 18,920 ล้านบาท เพื่ออำพรางแหล่งกำเนิดจากกัมพูชา จากนั้นเงินทุนดังกล่าวได้ถูกโอนไปยังสิงคโปร์และรวมเข้ากับโครงสร้างกองทุนของแคปิตอล เอเชีย อินเวสต์เมนต์ส (Capital Asia Investments)
ภายในกองทุนสิงคโปร์เหล่านี้ เงินสกปรกจากภูมิภาคได้ถูกนำไปผสมกับเงินทุนที่มีต้นกำเนิดจากสถาบันธนาคารชั้นนำของชาติตะวันตก ซึ่งเป็นการเคลื่อนไหวที่ออกแบบมาเพื่อสร้างภาพลักษณ์ที่โปร่งใสและถูกต้องตามกฎหมายให้กับเงินทุนทั้งหมด
ในทางเอกสาร เงินทุนสุดท้ายที่ใช้ในการซื้อหุ้นพลังงานของบางจากฯ มาในรูปของเงินกู้จากกองทุนนอร์ธวอเทอร์ส (Northwaters) ซึ่งเป็นกองทุนที่จดทะเบียนในสิงคโปร์ อย่างไรก็ตาม หน่วยข่าวกรองทางการเงินของไทย (ไม่ได้บอกว่าหน่วยงานไหน) ที่ติดตามแหล่งที่มาของเงินกู้นอร์ธวอเทอร์สพบว่าเงินส่วนหนึ่งได้รับการสนับสนุนจากบัญชีส่วนตัวของคนวงในของนายเมาเออร์เบอร์เกอร์
รายงานยังระบุว่าเงินกู้นอร์ธวอเทอร์สจำนวน 1,020 ล้านบาท (หรือประมาณ 31.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) มีเส้นทางโยงถึงบัญชี Bank of America ที่ถือในชื่อของ น.ส.แคททรียา บีเวอร์ (Cattaliya Beevor) ภรรยาของนายเมาเออร์เบอร์เกอร์ โดยเส้นทางเริ่มต้นจากเงินที่ถูกโอนจากบัญชี Bank of America ไปยังบริษัทเปลือกหอย หรือบริษัทเชลล์ที่หมู่เกาะบริติชเวอร์จิน (BVI) ซึ่งใช้เพื่อป้อนเงินเข้ากองทุนนอร์ธวอเทอร์ส ซึ่งภายใต้ระบอบการปฏิบัติตามกฎระเบียบปกติ การโอนเงินส่วนตัวหลายล้านดอลลาร์สหรัฐโดยตรงไปยังโครงสร้างบริษัทเชลล์ในต่างประเทศควรจะทำให้เกิดสัญญาณเตือนภัยโดยทันที
การวิเคราะห์ทางนิติวิทยาศาสตร์เพิ่มเติมเกี่ยวกับร่องรอยทางการธนาคารของเครือข่ายแสดงให้เห็นว่า บริษัท CAI ซึ่งเป็นบริษัทหน้าฉากของนายเมาเออร์เบอร์เกอร์ในสิงคโปร์ ก็มีบัญชีกับ Bank of America เช่นกัน ในช่วงปลายปี 2567 และต้นปี 2568 บริษัท CAI ได้ส่งเงินหลายสิบล้านดอลลาร์สหรัฐจาก Bank of America ไปยังบัญชีในประเทศไทยที่ควบคุมโดยสมาชิกคนอื่นๆ ในเครือข่ายของนายเมาเออร์เบอร์เกอร์ นางสาวแคทรียา ยังคงรักษาบัญชี ธนาคารสวิส (Credit Suisse) เพื่อเคลื่อนย้ายเงินผ่านช่องทางธนาคารในยุโรป
อย่างไรก็ตาม การใช้บัญชีธนาคร Bank of America เพื่อรับประกันเงินกู้กองทุนสิงคโปร์เข้าสู่สินทรัพย์พลังงานเชิงกลยุทธ์ของไทย ส่งผลทำให้เครือข่ายได้ทิ้งบันทึกทางการธนาคารโดยตรงไว้ภายในสหรัฐอเมริกา
ในการสรุปการเข้าซื้อกิจการพลังงานในประเทศไทย กองทุนนอร์ธวอเทอร์สได้จัดโครงสร้างเงินทุนที่ผสมผสานกันนี้เป็นเงินกู้ให้กับบริษัท A (ขอสงวนชื่อเต็ม) เพื่อให้การทำธุรกรรมดูเหมือนเป็นข้อตกลงการลงทุนภาคเอกชนมาตรฐาน พวกเขาจึงกำหนดเงินกู้เป็นสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ
เมื่อนอร์ธวอเทอร์สได้นำเงินทุนกลับมาใช้ในประเทศไทยเพื่อสนับสนุนบริษัท A การทำธุรกรรมไม่ได้เคลื่อนย้ายมาในรูปแบบของเงินก้อนเดียว แต่เงินทุนจำนวน 71 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 2,323 ล้านบาท) ได้ถูกแบ่งออกเป็นสองงวด คือ 35 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 1,145 ล้านบาท) และ 36 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 1,178 ล้านบาท) เนื่องจากการโอนเงินเหล่านี้เป็นการโอนเงินดอลลาร์สหรัฐที่มีมูลค่าสูงตามกฎหมายจึงถูกบังคับให้ต้องผ่านธนาคารตัวแทนของอเมริกา โดยเครือข่ายได้ใช้บัญชี Bank of America, N.A. ในซานฟรานซิสโกเป็นธนาคารผู้ส่งเพื่อส่งเงินทุน
Bank of America เป็นผู้ดูแลบัญชีส่วนตัวที่ถือครองความมั่งคั่งของเครือข่ายของนายเมาเออร์เบอร์เกอร์ และเป็นผู้ดำเนินการธุรกรรมองค์กรสุดท้ายที่ใช้ในการสรุปการเข้าซื้อกิจการพลังงาน ซึ่งสร้างปัญหาด้านการกำกับดูแลที่สำคัญ
End Game?
อย่างไรก็ตาม ตอนนี้หน่วยงานกำกับดูแลด้านการเงินของประเทศต่างๆ กำลังกระชับพื้นที่เครือข่ายข้ามพรมแดนของนายเมาเออร์เบอร์เกอร์อย่างหนัก ทำให้การถือครองสินทรัพย์ในพื้นที่ที่หน่วยงานกำกับดูแลเหล่านี้มีอำนาจตรวจสอบ มีความเสี่ยงภัยมากขึ้น
สำนักงานนโยบายการเงินแห่งสิงคโปร์ (MAS) และกองกำลังตำรวจสิงคโปร์ได้เปิดตัวปฏิบัติการบังคับใช้กฎหมายร่วมกันต่อ CAI เจ้าหน้าที่ได้จับกุมผู้อำนวยการสองคนของบริษัทจัดการกองทุนในข้อหาต้องสงสัยว่าฟอกเงิน และยึดสินทรัพย์มูลค่ามากกว่า 160 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ (หรือประมาณ 4,091 ล้านบาท) จากบัญชีธนาคารและบัญชีหลักทรัพย์ของบริษัท
ประเทศไทยยังได้ออกหมายแดงของตำรวจสากล สำหรับนายเมาเออร์เบอร์เกอร์ ซึ่งทางการไทยเชื่อว่านายเมาเออร์เบอร์เกอร์อยู่ในนครดูไบ ในขณะเดียวกัน ศาลแพ่งของไทยและสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.)ได้ดำเนินการปราบปรามเครือข่ายภายในประเทศด้วยการกลาดล้างอย่างหนัก
เจ้าหน้าที่ไทยได้อายัดและยึดสินทรัพย์ชั่วคราวเป็นมูลค่า 20,000 ล้านบาท ที่เชื่อมโยงโดยตรงกับนายเมาเออร์เบอร์เกอร์ นายยิม เลียกและคนวงในของพวกเขา สินทรัพย์ที่ถูกอายัดรวมถึงหุ้นในบางจากฯ, หุ้นฟินันเซีย เอ็กซ์ และบริษัทคู่ขนานหลายแห่ง
การพึ่งพาระบบการเงินของอเมริกานี้ทำให้อัยการรัฐบาลกลางของสหรัฐอเมริกามีอำนาจทางกฎหมายที่จำเป็น แม้ว่าการกู้คืนสินทรัพย์ในประเทศไทยในอดีตมักจะเผชิญกับอุปสรรคในเรื่องของนักการเมืองในท้องถิ่น แต่การที่นายเมาเออร์เบอร์เกอร์ใช้สถาบันการเงิน Wall Street ได้เปลี่ยนสมการทางกฎหมายทั้งหมด
การค้นพบบัญชี Bank of America ของภรรยาของนายเมาเออร์เบอร์เกอร์ที่ให้เงินกู้แก่กองทุนสิงคโปร์ได้ให้อำนาจโดยตรงแก่กระทรวงยุติธรรมของสหรัฐอเมริกาในการตรวจสอบบัญชีเหล่านั้น รวมไปถึงการออกหมายเรียกผู้จัดการกองทุนสิงคโปร์ และยังเอื้อให้สหรัฐฯ ใช้แรงกดดันระหว่างประเทศเพื่อดำเนินการกับโครงสร้างบริษัททั่วโลกที่ถือครองสินทรัพย์พลังงาน, การเงิน และโรงแรม เพื่อหลีกเลี่ยงอุปสรรคในภูมิภาค
หมายเหตุสำนักข่าว Next News:สืบเนื่องจากในบทความนี้มีการกล่าวถึงบริษัทเอกชนไทยที่ทางสำนักข่าวยังไม่ได้ติดต่อชี้แจง เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายสำนักข่าวจึงขอปกปิดชื่อเต็มของบริษัท จนกว่าจะได้รับข้อมูลอีกด้านหนึ่ง
เปิดแฟ้มคดีโกงโลก:แฉเครือข่าย'ปริ๊นซ์ กรุ๊ป'ซื้ออสังหาฯญี่ปุ่น ร้อย ล.
เปิดแฟ้มคดีโกงโลก: ทนาย 'โจว์ โลว์' เดินหน้าล็อบบี้ แลกพ้นผิดคดี 1MDB
เปิดแฟ้มคดีโกงโลก: เนปาลตั้งข้อหา อดีตขุนคลัง เอื้อ บ.จีน สร้างสนามบิน
เปิดแฟ้มคดีโกงโลก:ป.ป.ช.มาเลย์เดินหน้าสอบ ข้อพิรุธ ทำสัญญา บ.ชิปอังกฤษ
เปิดแฟ้มคดีโกงโลก: ป.ป.ช.มาเลย์ยึดทรัพย์ บ.แฟชั่นยักษ์ โยงคดีฟอกเงิน
เปิดแฟ้มคดีโกงโลก:แฉ เส้นทาง'เบน สมิธ' ลงทุนโรงแรมหรูเครืออามัน
เปิดแฟ้มคดีโกงโลก: บ.เคนยาสัญญา G2G ไม่โปร่งใส ทำราคาน้ำมันทะลุ 50 บาท
เปิดแฟ้มคดีโกงโลก:ติมอร์ ฐานสแกมใหม่อาเซียน? คีย์แมนโยง Prince Group
เปิดแฟ้มคดีโกงโลก: ฆ่าโหด-ส่งตัวจีนเทาเขย่ากัมพูชา สแกมเมอร์ส่อตัดตอน
เปิดแฟ้มคดีโกงโลก:สว.สหรัฐฯแฉไอ้โม่งใช้ข้อมูลลับ เทรดหุ้นน้ำมันหมื่นล.
เปิดแฟ้มคดีโกงโลก: พี่น้องอิหร่านใช้ชื่อปลอมซื้ออสังหาฯ ดูไบ 949 ล.
เปิดแฟ้มคดีโกงโลก: บ.กลาโหมสเปน พัวพันทุจริต โยงสินบน จนท.นาโต
เปิดแฟ้มคดีโกงโลก: คาเมเนอี ซุกทรัพย์หลายล้าน ล. โยงอสังหาหรูสเปน
เปิดแฟ้มคดีโกงโลก: บ.คริปโตอังกฤษ-CEO ปลอม โยงฟอกเงินอิหร่าน หมื่น ล.
เปิดแฟ้มคดีโกงโลก: สแกมเมอร์จีนหนีศาลมะกัน ปล่อยเช่าวิลล่าหรู ณ ดูไบ
เปิดแฟ้มคดีโกงโลก: 'เบน สมิธ' ลงทุนหมื่นล.! โยงราชวงศ์-รมต.คลัง UAE
เปิดแฟ้มคดีโกงโลก: อดีตปธ.ฯบำนาญไนจีเรียฉาวฟอกเงิน ซุกบ้านสหรัฐฯ-ดูไบ
เปิดแฟ้มคดีโกงโลก: UNODC ชี้ 'หลี่ซิน' องค์กรสแกมเมอร์แห่งใหม่เขมร ?
เปิดแฟ้มคดีโกงโลก: ทุจริตกองทัพมาเลย์จากเรือรบหาย ถึงล็อกสเปกประมูลสัญญาบำรุงรักษา




