News Logo
หน้าแรก
กมธ.ฟอกเงินฯ ซัด หน่วยงานไทย สอบคดี 'เบน สมิธ'ล่าช้า-แถลงแต่เรื่องเก่า

กมธ.ฟอกเงินฯ ซัด หน่วยงานไทย สอบคดี 'เบน สมิธ'ล่าช้า-แถลงแต่เรื่องเก่า

5 พ.ย. 2569 14:49
ผู้ชม 111 คน
googleตั้ง Next News เป็นข่าวโปรดบน Google

กมธ.ฟอกเงินฯ ซัดสอบคดี "เบน สมิธ" ไร้คืบหน้าสิ้นเชิง แถลงแต่เรื่องเก่า "พิทักษ์เดช" จี้ ก.ล.ต.-ปปง.-CIB แจงปมทรัพย์สินซุกซ่อน-ผู้เกี่ยวข้องคนไทย ตั้งข้อสังเกต "ตัดตอน" คดี มุ่งแต่ต่างชาติ ไร้เงาคนไทยในหมายจับ ถามหาความกล้าหาญรัฐบาลไทย ตรวจสอบ "อดีตคนสำคัญ" ที่สหรัฐฯ เอ่ยชื่อ

สำนักข่าว Next News เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน 2569 นายพิทักษ์เดช เดชเดโช สส. นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ประธานคณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินและประพฤติมิชอบ (กมธ.ฟอกเงินฯ) สภาผู้แทนราษฎร ได้แถลงข่าวตั้งข้อสังเกตุถึงความล่าช้าซึ่งเกี่ยวข้องกับการดำเนินคดีขบวนการฉ้อโกงของนายเบน สมิธ หรือเบนจามินเมาเออร์เบอร์เกอร์ โดยระบุว่าคดีนี้เป็นคดีที่ได้รับความสนใจจากสาธารณชนอย่างกว้างขวาง มีแถลงข่าวใหญ่โตของกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) อย่างไรก็ตาม เนื้อหาการแถลงข่าวที่ผ่านมา สร้างความคลางแคลงใจเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากเนื้อหาที่นำเสนอเป็นเพียงประเด็นเดิมๆ และทรัพย์สินที่ถูกกล่าวถึงก็เป็นชุดข้อมูลเก่าที่เคยมีการนำเสนอไปแล้ว ส่งผลให้ไม่มีความคืบหน้าใดๆ เกิดขึ้นในทางปฏิบัติ การกระทำดังกล่าวทำให้เกิดคำถามว่าการจัดแถลงข่าวครั้งนั้นมีวัตถุประสงค์เพื่อสิ่งใด หากไม่ได้เป็นการนำเสนอข้อมูลใหม่หรือความคืบหน้าในคดี

การสืบสวนทรัพย์สิน-เส้นทางการเงินยังไม่สมบูรณ์

ประธาน กมธ.ฟอกเงินฯ ได้เน้นย้ำถึงข้อบกพร่องในการสืบสวนคดี โดยชี้ว่าคณะกรรมาธิการยังคงกังวลว่าการสืบสวนทรัพย์สินและเส้นทางการเงินของนายเบน สมิธ และเครือข่ายนั้นยังไม่ครบถ้วนสมบูรณ์ ยังไม่สามารถระบุได้อย่างชัดเจนว่ามีบัญชีใดบ้างที่มีบุคคลสัญชาติไทยเกี่ยวข้อง หรือมีบุคคลไทยรายใดบ้างที่มีบทบาทในขบวนการฉ้อโกงนี้ ซึ่งเป็นข้อมูลสำคัญที่ยังไม่ได้มีการเปิดเผยหรือระบุถึงในการแถลงข่าวที่ผ่านมา ทำให้คดียังคงมีข้อคลุมเครือ

จี้ ก.ล.ต. เร่งตรวจสอบ หวั่นมีการตัดตอนผู้เกี่ยวข้อง

นายพิทักษ์เดช ยังได้แสดงความกังวลต่อการทำงานของ ก.ล.ต. โดยเฉพาะอย่างยิ่งความล่าช้าและความไม่จริงจังในการสืบสวนหาข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการซื้อขายและอนุมัติหุ้นที่เกี่ยวข้องกับคดีนี้ ทั้งที่ ก.ล.ต. เป็นหน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่โดยตรง แต่กลับยังไม่สามารถระบุตัวตนของบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขายและอนุมัติหุ้นได้อย่างชัดเจน

นอกจากนี้ คณะกรรมาธิการยังมีข้อสงสัยว่าอาจมีการ "ตัดตอน" ผู้เกี่ยวข้องรายอื่นๆ ออกจากการดำเนินคดีหรือไม่ เนื่องจากหมายจับที่ออกมานั้นมุ่งเป้าไปที่บุคคลต่างชาติที่หลบหนีไปต่างประเทศเท่านั้น โดยไม่มีบุคคลสัญชาติไทยแม้แต่คนเดียวที่ถูกออกหมายจับในประเทศไทย ซึ่งสร้างความผิดปกติและทำให้เกิดคำถามถึงความโปร่งใสในการสอบสวน

นายพิทักษ์เดช เรียกร้องให้ ปปง., CIB และ ก.ล.ต. ดำเนินการสืบสวนเพิ่มเติมเพื่อระบุตัวตนของกรรมการบริษัทที่เป็นคนไทย ซึ่งมีส่วนในการอนุมัติขายหุ้นในกลุ่มของนายเบน สมิธ รวมถึงตรวจสอบทรัพย์สินอื่นๆ ของนายเบน สมิธ อย่างละเอียด ไม่ว่าจะเป็นเรือยอชต์ รถยนต์ ที่ดิน และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง "เครื่องบินส่วนตัว" ซึ่งจากการสอบถามไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พบว่ายังไม่มีการตรวจสอบเรื่องเครื่องบินส่วนตัวนี้อย่างเป็นทางการ โดยได้รับคำตอบเพียงว่า "เห็นแต่ในข่าว แต่ยังไม่ได้ตรวจสอบ" ซึ่งเป็นเรื่องที่น่ากังวลอย่างยิ่ง

รบ.ไทยไร้ความกล้าหาญจัดการ "อดีตคนสำคัญ" ที่สหรัฐฯ เอ่ยชื่อ

ประเด็นที่นายพิทักษ์เดชเน้นย้ำ คือการที่รัฐบาลไทยยังคงนิ่งเฉยและไม่แสดงความกล้าหาญในการดำเนินการกับ "อดีตบุคคลสำคัญของประเทศไทย" ที่ประเทศสหรัฐอเมริกาได้กล้าเอ่ยชื่อว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีนี้ ทั้งที่ประเทศไทยเป็นฝ่ายที่ได้รับความเสียหายอย่างร้ายแรงจากขบวนการฉ้อโกงนี้

"เป็นเรื่องที่น่าแปลกใจที่ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยเฉพาะสภาของพวกเขา กล้าที่จะอนุมัติชื่อบุคคลดังกล่าวขึ้นมา แต่รัฐบาลไทยกลับไม่มีการดำเนินการใดๆ "ประธาน กมธ.ฟอกเงินฯ กล่าวและย้ำว่า ประเทศไทยในฐานะผู้เสียหาย จำเป็นต้องมีความกล้าหาญในการดำเนินการหรือตรวจสอบบุคคลดังกล่าว เพื่อรักษาผลประโยชน์และความเชื่อมั่นของประเทศชาติ

กมธ.ฟอกเงินฯ เตรียมส่งหนังสือ จี้ 3 หน่วยงานตอบคำถาม สร้างความกระจ่าง

นายพิทักษ์เดช กล่าวทิ้งท้ายว่า คณะกรรมาธิการฯ จะไม่ปล่อยให้คดีนี้ยุติลงโดยที่ยังไม่มีความกระจ่าง โดยได้ส่งหนังสือคำถามไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว และจะใช้มติที่ประชุมเพื่อให้ทั้งสามหน่วยงาน ได้แก่ CIB, ก.ล.ต. และ ปปง. ตอบคำถามเป็นลายลักษณ์อักษร หากไม่ได้รับคำตอบที่ชัดเจน คณะกรรมาธิการฯ จะใช้ข้อบังคับที่ประชุมเพื่อดำเนินการให้ได้มาซึ่งคำตอบ และจะนำข้อมูลสรุปทั้งหมดมาเปิดเผยต่อสาธารณชน เพื่อหาข้อเท็จจริงและสร้างความกระจ่างให้แก่พี่น้องประชาชนชาวไทยต่อไป เน้นย้ำว่าคดีนี้ยังไม่สามารถจบลงได้ตราบใดที่บุคคลสัญชาติไทยที่อาจเกี่ยวข้องกับการซื้อขายหุ้นยังไม่ถูกระบุตัว และการสืบสวนยังคงมุ่งเป้าไปที่ชาวต่างชาติที่หนีไปต่างประเทศเท่านั้น

แท็กที่เกี่ยวข้อง
'ยิม เลียก-เบน สมิธ'

ก

ก

ก



ก

ก

ก

section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อัยการส่งฟ้องแล้ว 1 คดี! อดีต นายกยูร ยันไม่ใช่เอเยนต์โกงสอบฯ ศรีสะเกษ
อัยการส่งฟ้องแล้ว 1 คดี! อดีต นายกยูร ยันไม่ใช่เอเยนต์โกงสอบฯ ศรีสะเกษ