News Logo
หน้าแรก
หารือเฉลี่ย 2หมื่่น ล.คดี'เบน สมิธ'ปปง.รับเรื่องซับซ้อน รับปากปรับ กม.

หารือเฉลี่ย 2หมื่่น ล.คดี'เบน สมิธ'ปปง.รับเรื่องซับซ้อน รับปากปรับ กม.

5 พ.ย. 2569 05:59
ผู้ชม 77 คน
googleตั้ง Next News เป็นข่าวโปรดบน Google

หารือคลี่คลาย เฉลี่ยทรัพย์คดีฉ้อโกง 2 หมื่นล้าน คดี “เบน สมิธ-ยิม เลียก”: ผู้เสียหายเรียกร้องเร่งเฉลี่ยทรัพย์ติดหล่ม 'เงินค้างท่อ' ณ โรงพักจุดชนวนปมล่าช้า ปปง. ชี้คดีซับซ้อน แต่พร้อมปรับกฎหมาย ตร.พร้อมยืนยันสถานะผู้เสียหาย สำนักปลัดนายกฯ รับปากนำปัญหาเข้าพิจารณานโยบายเร่งด่วน

สำนักข่าว Next News รายงานข่าวสืบเนื่องจากวันที่ 4 พฤศจิกายน 2569 สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีได้มีการนัดหารือกับนายยศวินทร์ เพียรพิทักษ์ ในฐานะตัวแทนผู้เสียหาย เพื่อคลี่คลายปัญหาการเฉลี่ยทรัพย์มูลค่าสูงถึง 20,000 ล้านบาท ที่เชื่อมโยงกับนายยิม เลียก และนายเบน สมิธ หรือ นายเบนจามิน เมาเออร์เบอร์เกอร์ ผู้ต้องหาคดีฉ้อโกง ซึ่งถูกตั้งข้อสังเกตว่ามีความล่าช้าและอาจไม่ทั่วถึงผู้เสียหายจากคดีแก๊งคอลเซ็นเตอร์

สำนักข่าว Next News จึงได้นำเสนอบรรยากาศการประชุมเพื่อคลี่คลายปัญหาการเฉลี่ยทรัพย์ดังกล่าว มีรายละเอียดดังนี้

ปปง. ยันเร่งคลี่คลายพร้อมแนะแนวทาง ชี้กฎหมายใหม่ช่วยคืนเงินเร็วขึ้น

ในการประชุมครั้งสำคัญนี้ ตัวแทนจากสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ได้ยืนยันว่าทางสำนักงานไม่ได้นิ่งนอนใจต่อปัญหาความเดือดร้อนของผู้เสียหาย และกำลังเร่งรัดดำเนินการอย่างเต็มที่เพื่อให้เงินของกลางที่อายัดไว้สามารถเข้าถึงผู้เสียหายได้อย่างทั่วถึงและมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ โดยเน้นย้ำถึงกลไกการเฉลี่ยทรัพย์ตามสัดส่วนหากจำนวนผู้เสียหายมีมาก แม้จะมีเงินอายัดจำนวนมหาศาลกว่า 20,000 ล้านบาทก็ตาม

การดำเนินการนี้มีเป้าหมายสูงสุดคือการสร้างความมั่นใจว่าเงินจะเข้าถึงผู้เสียหายที่แท้จริง และสมควรได้รับความเป็นธรรมและได้รับการสนับสนุนที่ควรได้รับ

ตัวแทน ปปง. ยังได้ให้ข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับการดำเนินการ โดยขอให้ผู้เสียหายเตรียมเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเส้นทางการเงินและรายละเอียดจากศาล เพื่อยื่นคำร้องภายในระยะเวลา 90 วัน นับจากวันที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ซึ่งคาดว่าจะเกิดขึ้นในช่วงปลายปี 2569 เป็นต้นไป

สำนักงาน ปปง. จะจัดทำสื่อประชาสัมพันธ์ทุกช่องทางเพื่อให้ข้อมูลเข้าถึงผู้เสียหายได้อย่างทั่วถึง พร้อมเน้นย้ำถึงความสำคัญของกรอบระยะเวลาดังกล่าวซึ่งเป็นไปตามกฎหมาย นอกจากนี้ ปปง. ยังได้กล่าวถึงพระราชกำหนดมาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ. 2566 ที่เพิ่งมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม ที่ผ่านมา โดยชี้ว่ากฎหมายใหม่นี้อาจเป็นอีกช่องทางหนึ่งที่ช่วยเร่งรัดการคืนทรัพย์สินให้แก่ผู้เสียหายในบางกรณีได้อย่างรวดเร็วกว่ากระบวนการปกติ หากเป็นกรณีการหลอกลวงที่สามารถอายัดบัญชีได้ทันท่วงทีตั้งแต่แรกเริ่ม ซึ่งถือเป็นความพยายามของรัฐบาลในการปรับปรุงกฎหมายเพื่อการเยียวยาผู้เสียหายให้เร็วที่สุด อย่างไรก็ตาม ตัวแทน ปปง. ยอมรับว่าคดีนี้มีความซับซ้อนและมีขอบเขตกว้างขวางกว่าคดีฟอกเงินทั่วไปที่เคยดำเนินการมาได้แก่คดีของ น.ส.เดือนนภา แก้วกำเนิด และคดีของ น.ส.ธารารัตน์ สิงห์ทองวรรณ ทำให้จำเป็นต้องใช้เวลาในการพิจารณาอย่างละเอียดรอบคอบ

ตำรวจยืนยันบทบาทในการรับคดี-รับรองสถานะผู้เสียหาย

ด้านผู้แทนจากจากองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ได้ชี้แจงบทบาทและภารกิจของเจ้าหน้าที่ตำรวจในการรับเรื่องคดีอาญา โดยยืนยันว่าทั้งกองบังคับการสอบสวนกลาง และกองปราบปราม ได้รับคดีอาญาที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มผู้ต้องหาคดีฉ้อโกงดังกล่าวไว้ดำเนินการแล้ว ซึ่งมีผู้เสียหายจำนวนหนึ่งอยู่ในความดูแลของตำรวจ และตำรวจพร้อมที่จะให้การรับรองสถานะของผู้เสียหายเพื่อประกอบการยื่นคำร้องตามหลักเกณฑ์ของ ปปง.

ตัวแทน บช.ก. ยังได้กล่าวถึงผู้เสียหายรายอื่นๆ ที่อาจไม่ได้แจ้งความร้องทุกข์ต่อกองปราบปรามโดยตรง แต่ได้แจ้งความไว้ในพื้นที่สถานีตำรวจท้องที่ต่างๆ โดยระบุว่ากระบวนการก็จะคล้ายกันเมื่อ ปปง. ประกาศคุ้มครองสิทธิ์ โดยสถานีตำรวจท้องที่ก็พร้อมที่จะอำนวยความสะดวกในการรับรองสถานะผู้เสียหาย และอาจมีการประสานงานกับ ปปง. ในอนาคต เพื่อให้ตำรวจช่วยรับคำร้องได้ในบางกรณี ซึ่งถือเป็นการยืนยันความพร้อมของหน่วยงานตำรวจทั่วประเทศในการสนับสนุนการทำงานของ ปปง. เพื่อให้ผู้เสียหายได้รับความเป็นธรรมอย่างทั่วถึงและไม่ทอดทิ้งผู้ที่ตกเป็นเหยื่อไว้เบื้องหลัง

ตัวแทนผู้เสียหาย ชี้ปัญหา "เงินค้างท่อ"-ธนาคารฟ้องร้อง

ส่วนนายยศวินทร์ ตัวแทนผู้เสียหาย ได้แสดงความกังวลถึงความล่าช้าของกระบวนการที่ผ่านมา พร้อมทั้งถ่ายทอดความทุกข์ทรมานที่ผู้เสียหายต้องแบกรับภาระยาวนานกว่า 4 ปี บางรายถึงขั้นถอดใจและหมดหวัง และที่น่าเศร้าคือมีผู้เสียหายกว่า 6 รายเสียชีวิตลงในช่วงเวลาที่รอคอยการเยียวยา ซึ่งบางรายถึงกับฆ่าตัวตาย สะท้อนให้เห็นถึงความทุกข์ระทมทางจิตใจและผลกระทบอันใหญ่หลวงที่เกิดจากปัญหาดังกล่าว ผู้เสียหายเหล่านี้ต้องทนทุกข์กับความไม่แน่นอน และหลายคนรู้สึกหมดหวังกับการได้รับเงินคืน แม้จะมีแกนนำพยายามเชื้อเชิญให้มารวมตัวกันเพื่อเข้าสู่กระบวนการที่เคยใช้เวลาร่วมสิบปีจึงได้เงินคืน แต่บางคนก็ถอดใจไม่ต้องการดำเนินการต่อแล้ว

นายยศวินทร์ยังได้หยิบยกประเด็นสำคัญและเร่งด่วนที่เรียกว่า "เงินค้างท่อ" ซึ่งหมายถึงเงินของกลางที่ถูกอายัดไว้ที่สถานีตำรวจแต่ยังไม่ถูกส่งต่อให้ ปปง. เพื่อเข้าสู่กระบวนการเฉลี่ยทรัพย์ โดยยกตัวอย่างกรณีของคุณลุงรายหนึ่งที่ภรรยาเสียชีวิตไปแล้ว มีเงินติดค้างที่ สน.เมืองพัทยา กว่า 700,000 บาท ซึ่งเงินจำนวนนี้ไม่ถูกส่งไปยัง ปปง. ทำให้คุณลุง ซึ่งไม่มีรายได้และสูญเสียเงินรวมกว่า 28 ล้านบาท ยังไม่ได้รับการเยียวยาใดๆ นอกจากนี้ ยังมีกรณีที่จังหวัดนครสวรรค์ ที่เหยื่อสูญเสีย 3 ล้านบาท มีเงินค้างท่อที่ สภ.หนองพล กว่า 400,000 บาท แต่ยังไม่สามารถนำออกมาช่วยเหลือผู้เสียหายได้

นายยศวินทร์เน้นย้ำว่าผู้เสียหายจำนวนมากประสบปัญหาในการเข้าถึงข้อมูลและทำความเข้าใจกระบวนการยื่นคำร้องตามประกาศในราชกิจจานุเบกษา ทำให้ตนเองต้องใช้ความพยายามอย่างมากในการจัดทำตัวอย่างคำร้องและให้คำแนะนำแก่ผู้เสียหายด้วยตนเอง เนื่องจากประชาชนทั่วไปไม่มีความรู้ทางกฎหมายมากพอที่จะดำเนินการด้วยตนเองได้

ตัวแทนผู้เสียหายยังได้เรียกร้องให้หน่วยงานตำรวจและ ปปง. ทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดยิ่งขึ้น โดยเฉพาะการตรวจสอบและเร่งรัดการนำส่งเงินของกลางจากสถานีตำรวจท้องที่ต่างๆ ที่ยังค้างอยู่จำนวนมากมายัง ปปง. พร้อมทั้งชี้ว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจร้อยเวรควรแจ้งข้อมูลให้ผู้เสียหายทราบอย่างชัดเจนเกี่ยวกับสถานะของเงินที่ถูกอายัด เพราะหลายครั้งผู้เสียหายเองก็ไม่ทราบว่าเงินของตนถูกอายัดอยู่ที่ใด และยังวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของหน่วยงานพิเศษบางแห่งที่มักจะให้ความช่วยเหลือเฉพาะคดีที่เกิดจากการแจ้งเตือนของธนาคารเท่านั้น ไม่ครอบคลุมถึงคดีทั่วไปที่แจ้งความไว้ตาม สน. หรือ สภ. ทั่วไป ซึ่งทิ้งให้ผู้เสียหายจำนวนมากต้องเผชิญปัญหาเพียงลำพัง ซึ่งปัญหาเหล่านี้เป็นสิ่งที่รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องแก้ไขอย่างเร่งด่วน

นอกจากนี้ นายยศวินทร์ยังชี้ให้เห็นถึงปัญหาเร่งด่วนอีกปัญหา คือกรณีที่ผู้เสียหายหลายรายถูกธนาคารฟ้องร้องและมีการยึดทรัพย์สิน เนื่องจากเป็นหนี้ที่เกิดจากการกู้ยืมเพื่อนำไปลงทุนหรือแก้ไขปัญหาจากคดีแก๊งคอลเซ็นเตอร์ โดยวอนขอให้รัฐบาลพิจารณามาตรการช่วยเหลือในเรื่องนี้อย่างจริงจัง เนื่องจากก่อนหน้านี้เคยมีการประสานงานโดยอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมผ่านกรมคุ้มครองสิทธิ แต่ทางธนาคารไม่ให้ความร่วมมือ ทำให้ผู้เสียหายยังคงต้องเผชิญกับชะตากรรมการถูกฟ้องร้องและยึดทรัพย์สิน ซึ่งซ้ำเติมความเดือดร้อนที่พวกเขามีอยู่แล้วให้เลวร้ายลงไปอีก

ประธานรับปากนำทุกปัญหาเสนอถึงนายกฯ

ภายหลังจากการรับฟังข้อเสนอและข้อกังวลจากทุกฝ่าย ประธานการประชุมได้กล่าวย้ำว่าคดีนี้มีความซับซ้อนและมีขอบเขตกว้างขวางกว่าคดีฉ้อโกงอื่นๆ ที่เคยเกิดขึ้นมา ทำให้ต้องใช้เวลาในการพิจารณาและดำเนินการอย่างละเอียดรอบคอบ อย่างไรก็ตาม ตนได้รับทราบทุกประเด็นปัญหาที่ถูกหยิบยกขึ้นมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเด็น "เงินค้างท่อ" ที่สถานีตำรวจยังไม่ได้ส่งไปยัง ปปง. และปัญหาการถูกธนาคารฟ้องร้อง

ประธานในที่ประชุมรับปากว่าจะนำข้อเสนอแนะและปัญหาทั้งหมดนี้ไปกราบเรียนรายงานต่อนายกรัฐมนตรีโดยตรง เพื่อให้นายกรัฐมนตรีพิจารณาหามาตรการเชิงนโยบายในการแก้ไขปัญหาและเยียวยาผู้เสียหายอย่างเป็นรูปธรรมและครอบคลุมทุกมิติมากยิ่งขึ้น โดยยอมรับว่าคดีนี้มีความแตกต่างจากคดีอื่นๆ ที่ ปปง. เคยดำเนินการ ซึ่งแม้จะมีคดีลักษณะซับซ้อนอื่นๆ อีกมาก ที่ยังคงค้างอยู่ในกระบวนการ แต่การที่ผู้เสียหายเดินทางมายังสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีในครั้งนี้ ถือเป็นการมาถูกทางแล้ว และเป็นไปตามคำสั่งการของนายกรัฐมนตรีที่ต้องการรับฟังปัญหาจากผู้เสียหายโดยตรง เพื่อนำไปสู่การแก้ไขอย่างมีประสิทธิภาพ

ในท้ายที่สุด ประธานการประชุมได้สรุปผลการหารือ โดยย้ำว่าจะนำข้อกังวลทั้งหมดโดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องการถูกธนาคารฟ้องร้องและการเยียวยาผู้เสียหายไปรายงานให้นายกรัฐมนตรีพิจารณา เพื่อให้มีการสั่งการไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นสำนักงาน ปปง. สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ให้ร่วมกันดำเนินการแก้ไขปัญหาอย่างจริงจังและเป็นระบบ เพื่อให้ผู้เสียหายทุกรายได้รับความเป็นธรรมและได้รับการเยียวยาอย่างเหมาะสมที่สุด

 

แท็กที่เกี่ยวข้อง
เครือข่าย 'ยิม เลียก-เบน'
คดีฉ้อโกง

ก

ก

ก



ก

ก

ก

section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อัยการส่งฟ้องแล้ว 1 คดี! อดีต นายกยูร ยันไม่ใช่เอเยนต์โกงสอบฯ ศรีสะเกษ
อัยการส่งฟ้องแล้ว 1 คดี! อดีต นายกยูร ยันไม่ใช่เอเยนต์โกงสอบฯ ศรีสะเกษ