‘บิ๊กราญ’นำทัพ สตม.-บช.น. เปิดปฏิบัติการ ทลายนอมินีต่างด้าว 95 บริษัทกลางกรุง เฟส 8 บุก 4 หมู่บ้านหรู ค้น 17 จุด รวม 94 หลัง มูลค่ารวมกว่า 6 พันล้าน ออกหมายจับ 86 ราย รวบผู้ต้องหาจีน 10 คน อเมริกัน 1 ราย พบมีหมายแดง INTERPOL ที่ทางการจีนต้องการตัว
สำนักข่าว Next News รายงานเมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2569 พล.ต.อ.สำราญ นวลมา ผบ.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้า (ผบช.สตม.) พล.ต.ท. สยาม บุญสม ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) นำกำลังเจ้าหน้าที่จากหน่วยต่างๆ เปิดปฏิบัติการ เฟสที่ 8 “ทลายเครือข่ายนอมินีต่างด้าว 4 โครงการบ้านหรู” เข้าค้น 17 จุด ในพื้นที่บางนา-สวนหลวง-พระราม9-ศรีนครินทร์-กรุงเทพกรีฑา หลังสืบทราบว่าเครือข่ายต่างชาติใช้บริษัทถือครองบ้าน และที่ดินมูลค่า 6,000 ล้านบาท ออกหมายจับบุคคลต่างด้าวจำนวน 86 หมายจับและจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับได้จำนวน 11 คน สัญชาติจีน 10 คน และอเมริกัน 1 คน
พล.ต.อ.สำราญ เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากสถานเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย ได้ส่งต่อข้อมูลเกี่ยวกับผู้ต้องหา ที่ทางการจีนต้องการตัวทั้งหมด 3 ราย โดยรายแรก คือMr.Chao ถือหนังสือเดินทางสัญชาติจีน และกัมพูชา ผู้ต้องหาตามหมายจับของทางการจีนในความผิดที่เกี่ยวข้องกับคดีฆาตกรรม เมื่อวันที่ 30 มกราคม 2561 เหตุเกิดที่เมืองอูหลานฮ่าวเท่อ จัตุรัสเฉิงเฉิง มีผู้เสียชีวิต 3 คน จากการตรวจสอบ Mr.Chao เป็นหุ้นส่วนบริษัทซึ่งมีการถือครองบ้านพร้อมที่ดินในโครงการบ้านหรูย่าน พระราม9-ศรีนครินทร์ ซึ่งเป็นหมู่บ้านหรู มีราคาขายตั้งแต่ 50-69 ล้านบาท ทั้งนี้จากการตรวจสอบพบว่า Mr.Chao ยังเป็นสแกมเมอร์ อีกด้วย

ทลายนอมินี2
ผบ.ตร.กล่าวว่า รายที่สอง Mr.Gui ถือหนังสือเดินทางสัญชาติจีน, ตุรกี และกัมพูชา ผู้ต้องหาตามหมายจับของทางการจีนในความผิดเกี่ยวกับการฉ้อโกงและการชักชวนผู้อื่นข้ามพรมแดนโดยผิดกฎหมาย เมื่อวันที่ 23 เมษายน 2567 เหตุเกิดที่ อ.จิงหนิงเซี่ยน เมืองหลี่ซุ่ย ทางตอนใต้ของมณฑลเจ้อเจียง และรายที่สาม Mr.Jian ถือหนังสือเดินทางสัญชาติจีน และเซนต์คริสโตเฟอรัน ผู้ต้องหาตามหมายจับของทางการจีนในความผิด เกี่ยวกับการฉ้อโกงออนไลน์ เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2567 เหตุเกิดที่เมืองตุ้นโจว มณฑลเหอหนาน โดยทั้ง 2 คน เป็นหุ้นส่วนบริษัทซึ่งมีการถือครองบ้านพร้อมที่ดินในโครงการบ้านหรูย่านกรุงเทพกรีฑา ซึ่งเป็นหมู่บ้านหรู มีราคาขายตั้งแต่ 77-98 ล้านบาท
พล.ต.อ.สำราญกล่าวว่า เจ้าหน้าที่จึงบูรณาการตรวจสอบร่วมกับฝ่ายปกครอง กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กรมที่ดิน และกรมสรรพากร ก่อนพบกลุ่มบริษัทต้องสงสัยเข้าข่ายใช้คนไทยเป็นนอมินีถือครองบ้านพร้อมที่ดิน จำนวน 94 หลัง / 95 บริษัท อีกทั้งยังพบว่า หุ้นส่วนบริษัทในโครงการหมู่บ้านหรูดังกล่าว มีประกาศตำรวจสากลสีแดง (Red Notice) 2 คน และ มีหมายจับศาลอาญาพระโขนง 1 คน คือ Mr.Lin สัญชาติจีน เป็นหุ้นส่วนบริษัทซึ่งมีการถือครองบ้านพร้อมที่ดินในโครงการบ้านหรูย่าน พระราม9-ศรีนครินทร์ มีประกาศตำรวจสากลสีแดง ในฐานความผิดเกี่ยวกับการเป็นองค์กรอาชญากรรมในการฉ้อโกงออนไลน์ ออกเมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2567 โดย สำนักงานรักษาความปลอดภัยสาธารณะ เมืองเบงบู มณฑลอานฮุย
ผบ.ตร.กล่าวว่า Mr.Bai สัญชาติจีน เป็นหุ้นส่วนบริษัทซึ่งมีการถือครองบ้านพร้อมที่ดินในโครงการบ้านหรูย่าน กรุงเทพกรีฑา มีประกาศตำรวจสากลสีแดง ในฐานความผิดเกี่ยวกับการเป็นองค์กรอาชญากรรมในการฉ้อโกงออนไลน์ ออกเมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2565 โดยสำนักงานรักษาความปลอดภัยสาธารณะ เมืองไท่หยวน มณฑลซานซี และMr.Huang สัญชาติจีน เป็นหุ้นส่วนบริษัทซึ่งมีการถือครองบ้านพร้อมที่ดินในโครงการบ้านหรูย่าน บางนา - วงแหวน มีหมายจับศาลอาญาพระโขนง ลงวันที่ 25 พฤษภาคม 2566 ในความผิดฐาน ร่วมกันนำเข้าสินค้าที่ยังไม่ผ่านพิธีการศุลกากร การซ่อนเร้นหรือรับของที่เกี่ยวกับความผิดศุลกากร อั้งยี่ และเป็นคนต่างด้าวได้ที่ดินโดยมิชอบด้วยกฎหมาย

ทลายนอมินี
ทั้งนี้ จากการตรวจค้นเป้าหมายหลักอยู่ในหมู่บ้านหรู 4 โครงการ คือ
1. โครงการบ้านหรูย่าน บางนา-สวนหลวง ราคาขายบ้านในโครงการตั้งแต่ 27-55 ล้านบาท โดยในโครงการนี้ มีเป้าหมายในการดำเนินการ 11 บริษัท ทุนจดทะเบียนรวม 50 ล้านบาท ออกหมายจับผู้ต้องหาต่างด้าว 11 คน แบ่งเป็นสัญชาติจีน 10 คนและกัมพูชา 1 คน ถือครองบ้านรวม 11 หลัง เนื้อที่ 3 ไร่ 2 งาน 20.7 ตร.ว. รวมมูลค่าประมาณ 550 ล้านบาท
2.โครงการบ้านหรูย่าน บางนา-วงแหวน ราคาขายบ้านในโครงการตั้งแต่ 39.9-52.5 ล้านบาท โดยในโครงการนี้ มีเป้าหมายในการดำเนินการ 19 บริษัท ทุนจดทะเบียนรวม 145.5 ล้านบาท ออกหมายจับผู้ต้องหาต่างด้าว 19 คน แบ่งเป็นสัญชาติจีน 17 คน กัมพูชา 1 คน และ ฮ่องกง 1 คน ถือครองบ้านรวม 19 หลัง เนื้อที่ 6 ไร่ 59.3 ตร.ว. รวมมูลค่าประมาณ 1,050 ล้านบาท
3 โครงการบ้านหรูย่าน พระราม9-ศรีนครินทร์ ราคาขายบ้านในโครงการตั้งแต่ 50–69 ล้านบาท โดยในโครงการนี้ มีเป้าหมายในการดำเนินการ 30 บริษัท ทุนจดทะเบียนรวม 774 ล้านบาท ออกหมายจับผู้ต้องหาต่างด้าว 30 คน แบ่งเป็นสัญชาติจีน 28 คน กัมพูชา 2 คน ถือครองบ้านรวม 29 หลัง เนื้อที่ 8 ไร่ 2 งาน 18 ตร.ว. รวมมูลค่าประมาณ 1,600 ล้านบาท
4.โครงการบ้านหรูย่าน กรุงเทพกรีฑา ราคาขายบ้านในโครงการตั้งแต่ 77–98 ล้านบาท โดยในโครงการนี้มีเป้าหมายในการดำเนินการ 35 บริษัท ทุนจดทะเบียนรวม 1,656.7 ล้านบาท ออกหมายจับผู้ต้องหาต่างด้าว 36 คน แบ่งเป็นสัญชาติจีน 27 คน, กัมพูชา 5 คน, วานูอาตู, อเมริกัน และเมียนมา อย่างละ 1 คน ถือครองบ้านรวม 35 หลัง เนื้อที่ 15 ไร่ 1 งาน 72.9 ตร.ว. รวมมูลค่าประมาณ 2,800 ล้านบาท
พล.ต.อ.สำราญกล่าวว่า ทั้งนี้ ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติเปิดปฏิบัติการปราบนอมินีมาแล้ว 7 เฟส ในพื้นที่ท่องเที่ยวสำคัญทั่วประเทศ ตรวจสอบ 297 บริษัท ที่ดิน 309 แปลง รวมกว่า 217 ไร่ มูลค่าประมาณ 3,039 ล้านบาท ศาลออกหมายจับ 238 หมาย จับกุมได้ 118 คน และมีคดีที่ศาลพิพากษาแล้ว 20 คดี
“ขอย้ำว่า เป้าหมายไม่ใช่การปิดกั้นการลงทุนจากต่างประเทศ แต่คือการจัดระเบียบการลงทุนให้ถูกต้องตามกฎหมาย ป้องกันกลุ่มทุนต่างชาติใช้คนไทยเป็นนอมินีถือครองที่ดินหรือดำเนินธุรกิจโดยมิชอบ ซึ่งอาจกระทบต่อโอกาสทางเศรษฐกิจและผลประโยชน์ของคนไทย พร้อมยืนยันว่าจะขยายผลปราบปรามต่อเนื่องทั่วประเทศ ทั้งกลุ่มทุนต่างชาติ ผู้ถือหุ้นแทน นายหน้า และเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้อง หากพบเบาะแสสามารถแจ้งสถานีตำรวจในพื้นที่ หรือสายด่วน 1599 ตลอด 24 ชั่วโมง”ผบ.ตร.กล่าว




