"...ช่วงวันที่ 1 เมษายน 2567 – 21 ธันวาคม 2568 บล.ฟินันเซีย ในฐานะผู้ได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ประเภทนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ มีข้อบกพร่องในระบบงาน KYC/CDD อาทิ ไม่ดำเนินการ KYC/CDD เพื่อให้ทราบถึงผู้รับผลประโยชน์ที่แท้จริง ซึ่งเป็นบุคคลธรรมดาที่เป็นผู้ควบคุมทอดสุดท้ายของลูกค้า และดำเนินการ KYC/CDD เพื่อให้ทราบถึงผู้รับผลประโยชน์ที่แท้จริงไม่ครบถ้วนในส่วนที่เป็นผู้ถือหุ้นทอดสุดท้ายของลูกค้าที่เป็นนิติบุคคลต่างประเทศ..."
ประเด็นขยายผลตรวจสอบข้อมูลเชิงลึก!
กรณีสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) กล่าวโทษบริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) (FSS) หรือ บล.ฟินันเซีย กรณีระบบงาน(Know Your Customer/Customer Due Diligence: KYC/CDD) มีข้อบกพร่อง ต่อกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) เมื่อวันที่ 5 มิถุนายนที่ผ่านมา ซึ่งอาจเปิดช่องให้มีการทำธุรกรรมกับบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (Scammer) หรือการฟอกเงิน ก.ล.ต. จึงตรวจสอบเพิ่มเติม และพบว่า ช่วงวันที่ 1 เมษายน 2567 – 21 ธันวาคม 2568 บล.ฟินันเซีย ในฐานะผู้ได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ประเภทนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ มีข้อบกพร่องในระบบงาน KYC/CDD อาทิ ไม่ดำเนินการ KYC/CDD เพื่อให้ทราบถึงผู้รับผลประโยชน์ที่แท้จริง ซึ่งเป็นบุคคลธรรมดาที่เป็นผู้ควบคุมทอดสุดท้ายของลูกค้า และดำเนินการ KYC/CDD เพื่อให้ทราบถึงผู้รับผลประโยชน์ที่แท้จริงไม่ครบถ้วนในส่วนที่เป็นผู้ถือหุ้นทอดสุดท้ายของลูกค้าที่เป็นนิติบุคคลต่างประเทศ
อีกทั้งไม่ได้กำกับดูแลลูกค้าอย่างเข้มงวด กรณีที่ลูกค้า ทำธุรกรรมที่ไม่สอดคล้องกับข้อมูลหรือเอกสารหลักฐานที่แสดงถึงศักยภาพทางการเงินของลูกค้ารายนั้นๆ เช่น กรณีที่ลูกค้าทำธุรกรรมเกี่ยวกับการฝากหลักประกัน การรับโอนหรือการจองซื้อหุ้นในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยในจำนวนที่สูง ซึ่งไม่สอดคล้องกับฐานะการเงินที่ลูกค้านำมาแสดงต่อ บล.ฟินันเซีย ทั้งที่มีข้อมูลที่สามารถพิจารณาได้ว่าลูกค้าอาจไม่มีศักยภาพเพียงพอในการทำธุรกรรม เช่น กรณีลูกค้าเป็นนิติบุคคลต่างประเทศมีทุนจดทะเบียนต่ำ ไม่มีงบการเงินที่ผ่านการตรวจสอบโดยผู้สอบบัญชีที่น่าเชื่อถือ หรือไม่ได้แสดงแหล่งที่มาของรายได้อย่างชัดเจน
สำนักข่าว Next News รายงานไปแล้วว่า ก่อนหน้านี้ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) มีคำสั่งยึดอายัดทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับนายยิม เลียก นายเบน สมิธ และกับพวก เนื่องจากกระทำความผิดเครือข่ายสแกมเมอร์ข้ามชาติ 2 ครั้งรวมกว่า 2 หมื่นล้าน ในจำนวนนี้เป็นการยึดและอายัด ทั้งเงินและหลักทรัพย์ในบัญชีของ บล.ฟินันเซีย กว่า 7,720 ล้านบาท

ภาพประกอบรายงาน
ก.ล.ต. กล่าวโทษ 'ฟินันเซีย' ปมระบบ KYC/CDD ลูกค้าใช้ทำธุรกรรมผิดปกติ
ย้อนคดียึดทรัพย์ ‘ยิม-เบน’ 2 หมื่นล. ก่อน ก.ล.ต.กล่าวโทษ 'ฟินันเซีย'
เมื่อตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมพบว่า บล.ฟินันเซีย และบริษัท ฟินันเซีย เอกซ์ จำกัด (มหาชน) (FSX) มีความเกี่ยวโยงกับ Capital Asia Investments (CAI) กองทุนในสิงคโปร์ที่เชื่อมโยงเครือข่ายธุรกิจสีเทาข้ามชาติของนายยิม เลียก และนายเบน สมิธ ซึ่งตำรวจสิงคโปร์ จับกุมผู้บริหารระดับสูงของ CAI และอายัดทรัพย์สินมูลค่ากว่า 160 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ หรือประมาณ 4 พันล้านบาทเมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2569 ในข้อหาฟอกเงิน
ย้อนข้อมูลกรรมการบล.ฟินันเซีย-‘วรภัค’เคยเป็นด้วย
จากการตรวจสอบข้อมูลบล.ฟินันเซีย จดทะเบียนจัดตั้งเมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2547ในชื่อ บล.ไซรัส จำกัด ต่อมาแปรสภาพเป็นบริษัทมหาชนและเปลี่ยนชื่อเป็นบล.ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2552
ทั้งนี้ เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2565 มีกรรมการบริษัทรวม 9 คน ได้แก่ 1.นายชัชวาลย์ เจียรวนนท์ 2.นายสมภพ กีระสุนทรพงษ์ 3.พล.ต.อ.วิสนุ ปราสาททองโอสถ 4.นายไพบูลย์ ศิริภาณุเสถียร 5.นายช่วงชัย นะวงศ์ 6.นายกิตติศักดิ์ เบญจฤทธิ์ 7.นายวรภัค ธันยาวงษ์ 8.นายเสกสรร ชุณห์เสรีชัย 9.นายวราห์ สุจริตกุล
ต่อมาวันที่ 27พฤศจิกายน 2566นายไพบูลย์ ศิริภาณุเสถียร ยื่นหนังสือลาออก เมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2567 บริษัทได้แต่งตั้ง นายปฏิภาณ สุคนธมาน เป็นกรรมการ แต่ต่อมาวันที่ 18 เมษายน 2567นายปฏิภาณ สุคนธมาน ได้ยื่นหนังสือออกจากกรรมการและกรรมการชุดย่อยอื่นๆ ของบริษัท (ต่อมานายปฏิภาณ สุคนธมาน เป็นกรรมการ บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ BCG และกรรมการบริษัท บีซีพีจี จำกัด (มหาชน) หรือ BCPG)
ถัดมาวันที่ 27 กันยายน 2567 นายวรภัค ธันยาวงษ์ (อดีตรมช.คลัง) ยื่นหนังสือลาออกจากตำแหน่งกรรมการและกรรมการชุดย่อยอื่น ทั้งในบล.ฟินันเซียไซรัส บริษัท ฟินันเซีย เอกซ์ จำกัด(มหาชน) และบริษัทฟินันเซีย ดิจิทัล แอสเซท จำกัด
ปัจจุบันบล.ฟินันเซีย มีกรรมการ 7 คน ได้แก่ 1.นายชัชวาลย์ เจียรวนนท์ 2.นายสมภพ กีระสุนทรพงษ์ 3.พล.ต.อ.วิสนุ ปราสาททองโอสถ 4.นายช่วงชัย นะวงศ์ 5.นายกิตติศักดิ์ เบญจฤทธิ์ 6.นายเสกสรร ชุณห์เสรีชัย 7.นายวราห์ สุจริตกุล
เมื่อตรวจสอบข้อมูลกรมพัฒนาธุรกิจการค้าพบว่า บล.ฟินันเซีย มีการเปลี่ยนแปลงทุนจดทะเบียน 10 ครั้ง หลังจากจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทเมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2547 ทุนจดทะเบียน 200 ล้านบาท 1.วันที่ 5 เมษายน 2547 เป็น 470 ล้านบาท 2.วันที่ 10 พฤษภาคม 2548 เป็น 492 ล้านบาท 3.วันที่ 10 กรกฎาคม 2552 เหลือ 393.6 ล้านบาท 4.วันที่ 13 กรกฎาคม 2552 เพิ่มเป็น 521.6 ล้านบาท 5.วันที่ 8 กันยายน 2554 ลดเหลือ 515,650,514 บาท 6.วันที่ 9 กันยายน 2554 เพิ่มเป็น 747,693,118.80 บาท 7.วันที่ 20 พฤษภาคม 2557 เป็น747,545,731.20 บาท 8.วันที่ 21 พฤษภาคม 2557 เป็ น880,089,300.80 บาท 9.วันที่ 30 ตุลาคม 2558 เป็น880,088,051.20 บาท 10.ตั้งแต่วันที่ 2 พฤศจิกายน 2558-ปัจจุบัน 930,244,840 บาท
ทั้งนี้ ช่วงปี 2566-2568 มีจำนวนหุ้นทั้งหมด 581,403,025 หุ้น มูลค่าหุ้นละ 1.60 บาท โดยบริษัท ฟินันเซีย เอกซ์ จำกัด (มหาชน) (FSX) เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ จำนวน 579,919,461 หุ้น หรือ 99.74%
แต่ต่อมาวันที่ 20 เมษายน 2569 มีการเปลี่ยนโครงสร้างผู้ถือหุ้นโดยมีผู้ถือหุ้นรายใหญ่ 2 อันดับแรก คือ 1.บริษัท เอฟเอสที 1 จำกัด (FST1) ถือหุ้น 296,515,543 หุ้นหรือ 51% (บริษัท ฟินันเซีย เอกซ์ จำกัด (มหาชน) ถือหุ้นในบริษัท FST1 ในสัดส่วน 49%) และ 2.บริษัท ฟินันเซีย เอกซ์ จำกัด (มหาชน) ถือหุ้นจำนวน 283,403,918 หุ้น หรือ 48.74%
บล.ฟินันเซียตั้ง FSX เป็นบริษัทแม่เข้าตลาดหุ้นแทน
สำหรับบริษัท ฟินันเซีย เอกซ์ จำกัด (มหาชน) (FSX) จดทะเบียนจัดตั้งเมื่อ 23 มีนาคม 2565 ทุนจดทะเบียนเริ่มต้น 16,000 บาท
โดย บล.ฟินันเซีย (FSS) เป็นผู้จัดตั้งบริษัทบริษัท FSX เพื่อรองรับการปรับครงสร้างการถือหุ้นของกิจการและขอให้ตลาดหลักทรัพย์ฯ รับหุ้นสามัญของบริษัท FSX เป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนแทน โดยคณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์ฯ สั่งให้รับหุ้นสามัญของบริษัท FSX เป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนแทนหุ้นสามัญของบริษัท FSS มีผลตั้งแต่วันที่ 23 สิงหาคม 2566 เป็นต้นไป ทำให้บริษัท FSX เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯในฐานะ Holding Company ที่มีบริษัท FSS เป็นบริษัทย่อยที่ประกอบธุรกิจหลัก ของบริษัท FSX
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากข้อมูลกรมพัฒนาธุรกิจการค้าพบว่า บริษัท ฟินันเซีย เอกซ์ จำกัด (มหาชน) (FSX) มีการจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงทุนจดทะเบียน 5 ครั้ง หลังจากจดทะเบียนตั้งบริษัทเมื่อวันที่ 23 มีนาคม2565 ทุนจดทะเบียน 16,000 บาท 1.วันที่ 27 พฤษภาคม 2565 เพิ่มเป็น 930,260,840 บาท 2.วันที่ 3 พฤษภาคม 2567 เป็น 927,887,137.60 บาท 3.วันที่ 28 พฤษภาคม 2567 เป็น
1,855,774,275.20 บาท 4.วันที่ 17 กรกฎาคม 2568 เป็น1,310,186,843.20 บาท และ5.ตั้งแต่วันที่ 21 กรกฎาคม-ถึงปัจจุบัน อยู่ที่ 7,206,027,630.40 บาท
ทั้งนี้ มีนักลงทุนต่างชาติ 10 ราย ถือหุ้น 782,754,427 หุ้น มูลค่า 4,951,079,822.98 บาทหรือ 68.71% ส่วนผู้ถือหุ้นไทย
จำนวน 2,610 ราย ถือหุ้น 356,502,105 หุ้น มูลค่า 2,254,947,807.42 บาท หรือ 31.29%
รายชื่อผู้ถือหุ้นใหญ่ 5 อันดับแรก ณ วันที่ 17 สิงหาคม 2566
1. PILGRIM PARTNERS ASIA (PTE.) LTD. (SUB-ACC3-PILGRIM FINANSA INVESTMENT HOLDINGS (PTE.) LTD) ถือหุ้นจำนวน 170,269,978 หุ้น คิดเป็น 29.36%
2. MIB SECURITIES (HONG KONG) LIMITED ถือหุ้นจำนวน 64,663,609 หุ้น คิดเป็น 11.15%
3.ธนาคาร ไอซีบีซี (ไทย) จำกัด (มหาชน) ถือหุ้นจำนวน 58,140,302 หุ้น คิดเป็น 10.03%
4.นายสุทธิพจน์ อริยสุทธิวงศ์ ถือหุ้นจำนวน 40,750,000 หุ้น คิดเป็น 7.03%
5. MORGAN STANLEY & CO. INTERNATIONAL PLC ถือหุ้นจำนวน 40,191,611 หุ้น คิดเป็น 6.93%
รายชื่อผู้ถือหุ้นใหญ่ 5 อันดับแรก ณ วันที่ 18 ธันวาคม 2566
1. CAPITAL ASIA INVESTMENTS PTE. LTD. FOR PILGRIM FINANSA INVESTMENT HOLDINGS (PTE.) LTD (“PILGRIM”) ถือหุ้นจำนวน 170,269,978 หุ้น คิดเป็น 29.36%
2. MIB SECURITIES (HONG KONG) LIMITED ถือหุ้นจำนวน 64,663,609 หุ้น คิดเป็น 11.15%
3.ธนาคาร ไอซีบีซี (ไทย) จำกัด (มหาชน) ถือหุ้นจำนวน 58,140,302 หุ้น คิดเป็น 10.03%
4.นายสุทธิพจน์ อริยสุทธิวงศ์ ถือหุ้นจำนวน 41,669,400 หุ้น คิดเป็น 7.19%
5. MORGAN STANLEY & CO. INTERNATIONAL PLC (“MS”) ถือหุ้นจำนวน 40,191,611 หุ้น คิดเป็น 6.93%
‘CAI’เริ่มเข้ามาถือหุ้นใหญ่ใน ‘FSX’
สำหรับข้อมูลผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2567
1.CAPITAL ASIA INVESTMENTS PTE. LTD. FOR FINANSA INVESTMENT HOLDING PTE. LTD. จำนวน 197,669,978 หุ้น 24.14 %
2.บริษัทไทยเอ็นวีดีอาร์ จำกัด จำนวน 106,201,919 หุ้น 12.97%
3.น.ส.แคทรียา บีเวอร์ จำนวน 81,882,600 หุ้น 10%
4.MIB SECURITIES (HONG KONG) LIMITED จำนวน 64,663,609 หุ้น 7.90%
5.น.ส.สุภารัตน์ สง่าเมือง (อดีตภรรยานายเบน สมิธ) จำนวน 63,256,422 หุ้น 7.72%
ผู้ถือหุ้นใหญ่ 5 อันดับ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568 และวันที่ 12 มีนาคม 2569
1.CAPITAL ASIA INVESTMENTS PTE. LTD. FOR FINANSA INVESTMENT HOLDING PTE. LTD. จำนวน 500,549,600 หุ้น 43.94%
2.BETEVERSE LIMITED จำนวน 81,882,600 หุ้น 7.19%
3.RAPIDFIRE TECHNOLOGIES LIMITED จำนวน 81,880,000 หุ้น 7.19%
4.น.ส.สุภารัตน์ สง่าเมือง จำนวน 81,553,622 หุ้น 7.16%
5.MIB SECURITIES (HONG KONG) LIMITED จำนวน 71,440,151 หุ้น 6.27%
ย้อนรอยชื่อกรรมการบริษัท FSX 'วรภัค ธันยาวงษ์' ก็เคยเป็น
1.นายชัชวาลย์ เจียรวนนท์ 2.นายวรภัค ธันยาวงษ์ 3.นายช่วงชัย นะวงศ์ 4.นายสมภพ กีระสุนทรพงษ์ 5.นางพรพริ้ง สุขสันติสุวรรณ 6.พล.ต.อ.วิสนุ ปราสาททองโอสถ 7.นายกิตติศักดิ์ เบญจฤทธิ์ 8.นายไพบูลย์ ศิริภาณุเสถียร 9.นายเสกสรร ชุณห์เสรีชัย
วันที่ 27 พฤศจิกายน 2566 นายไพบูลย์ ศิริภาณุเสถียร ลาออก และวันที่ 18 มีนาคม 2567 นางพรพริ้ง สุขสันติสุวรรณ ลาออก ต่อมาวันที่ 29 มีนาคม 2567แต่งตั้งนายวราห์ สุจริตกุล และนายปฏิภาณ สุคนธมาน เป็นกรรมการ แต่ต่อมาวันที่ 18 เมษายน 2567 นายปฏิภาณ สุคนธมาน ยื่นหนังสือออกจากกรรมการและกรรมการชุดย่อยอื่นๆ ของบริษัท จากนั้นวันที่ 21 พฤษภาคม 2567นายไพบูลย์ ศิริภาณุเสถียร กลับมาเป็นกรรมการ
วันที่ 27 กันยายน 2567 นายวรภัค ธันยาวงษ์ ยื่นหนังสือลาออกจากตำแหน่งกรรมการและกรรมการชุดย่อยอื่น ทั้งในบล.ฟินันเซีย ไซรัส บริษัท ฟินันเซีย เอกซ์ จำกัด(มหาชน) และบริษัทฟินันเซีย ดิจิทัล แอสเซท จำกัด
วันที่ 11 พฤศจิกายน 2567 นายไพบูลย์ ศิริภาณุเสถียร แจ้งลาออก วันที่ 25 ธันวาคม 2567 ตั้งนายอัครรัตน์ ณ ระนอง เป็นกรรมการ
ต่อมา วันที่ 27กุมภาพันธ์ 2568 ตั้งนายชวน เหยา เฉิน สัญชาติจีน เกิดวันที่ 30 มกราคม 2532 ที่อยู่ระบุฮ่องกง เข้าเป็นกรรมการ แต่วันที่ 13 พฤศจิกายน 2568 นายชวน เหยา เฉิน ยื่นลาออกจาการเป็นกรรมการบริษัท
ปัจจุบันกรรมการบริษัท ฟินันเซีย เอกซ์ จำกัด(มหาชน) มี 8 คน ได้แก่ 1.นายชัชวาลย์ เจียรวนนท์ 2.นายช่วงชัย นะวงศ์ 3.นายสมภพ กีระสุนทรพงษ์ 4.พล.ต.อ.วิสนุ ปราสาททองโอสถ 5.นายกิตติศักดิ์ เบญจฤทธิ์ 6.นายเสกสรร ชุณห์เสรีชัย 7.นายวราห์ สุจริตกุล 8.นายอัครรัตน์ ณ ระนอง
เปิดทรัพย์เมีย‘ยิม เลียก’-อดีตภรรยา-เมียของ‘เบน สมิธ’-CAI ในบัญชี บล.ฟินันเซีย ที่ถูก ปปง.ยึด
รายงานข่าวแจ้งว่า สำหรับเงินและหลักทรัพย์ในบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ บล.ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) ของนางสาวแคทรียา บีเวอร์ (ภรรยานายเบน สมิธ) นางสาวสุภารัตน์ สง่าเมือง (อดีตภรรยานายเบน สมิธ) นางสาววิษณี ยิม ชื่อเดิมคือ นางวิรินยา ยิมจ์ (ภรรยานายยิม เลียก) และ CAPITAL ASIA INVESTMENTS PTE. LTD. (CAI) ที่ถูกปปง.ยึดอายัดไว้ก่อนหน้านี้ ได้แก่
1. หลักทรัพย์ในบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์บล. ฟินันเซีย ชื่อบัญชี นางสาวแคทรียา บีเวอร์ ผู้ถือกรรมสิทธิ์/ผู้ครอบครอง นางสาวแคทรียา บีเวอร์ ราคาประเมิน/มูลค่า 165,183,943 บาท (ณ วันที่ 28 พฤศจิกายน 2568)
2.หลักทรัพย์ในบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ บล.ฟินันเซีย ชื่อบัญชี นางสาวแคทรียา บีเวอร์ ผู้ถือกรรมสิทธิ์/ผู้ครอบครอง นางสาวแคทรียา บีเวอร์ ราคาประเมิน/มูลค่า 4,853,596 บาท (ณ วันที่ 28 พฤศจิกายน 2568)
3.เงินในบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ บล.ฟินันเซีย ชื่อบัญชี นางสาววิษณี ยิม (ชื่อเดิมของ นางวิรินยา ยิมจ์) ผู้ถือกรรมสิทธิ์/ผู้ครอบครอง นางวิรินยา ยิมจ์ ราคาประเมิน/มูลค่า 604,932.31 บาท (ณ วันที่ 1 พฤศจิกายน 2568)
4.เงินในบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์บล.ฟินันเซีย ชื่อบัญชี นางสาวแคทรียา บีเวอร์ ผู้ถือกรรมสิทธิ์/ผู้ครอบครอง นางสาวแคทรียา บีเวอร์ ราคาประเมิน/มูลค่า 30,066,028.03 บาท (ณ วันที่ 3 พฤศจิกายน 2568)
5.เงินและหลักทรัพย์ในบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ บล.ฟินันเซีย ชื่อบัญชี CAPITAL ASIA INVESTMENTS PTE. LTD. CAI-CTB-20181904F
ประกอบด้วย 1.เงิน 54.87 บาท 2.หุ้นของบริษัท กรีนเทค เวนเจอร์ส จำกัด (มหาชน) (GTV-F) 1,083,695,816 หุ้น
ผู้ถือกรรมสิทธิ/ครอบครอง คือ CAPITAL ASIA INVESTMENTS PTE. LTD. /นางสาวแคทรียา บีเวอร์
ราคาประเมิน/มูลค่า 32,510,928.94 บาท (ณ วันที่ 27 มีนาคม 2569)
6.เงินและหลักทรัพย์ในบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์บล. ฟินันเซีย ชื่อบัญชี นางสาวสุภารัตน์ สง่าเมือง
ประกอบด้วย 1. เงินจำนวน 1,440,292.05 บาท 2.หุ้นของบริษัท ฟินันเซีย เอกซ์ จำกัด (มหาชน) (FSX) จำนวน 73,613,622 หุ้น
ผู้ถือกรรมสิทธิ/ครอบครองคือ นางสาวสุภารัตน์ สง่าเมือง
ราคาประเมิน/มูลค่า 91,288,810.89 บาท (ณ วันที่ 30 มีนาคม 2569)
7.เงินและหลักทรัพย์ในบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์บริษัท หลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน)
ชื่อบัญชี THAI IR LTD. ประกอบด้วย 1.เงิน 99,085,592.09 บาท 2.หุ้นของบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (AOT-F) 10,000,000 หุ้น 3.หุ้นของบริษัท บีซีพีจี จำกัด (มหาชน) (BCPG) 250,000 หุ้น
4.หุ้นของบริษัท กรีนเทค เวนเจอร์ส จำกัด (มหาชน) (GTV) จำนวน 239,992,100 หุ้น 5.หุ้นของบริษัท วีจีไอ จำกัด (มหาชน) (VGI) 321,520,200 หุ้น
ผู้ถือกรรมสิทธิ/ผู้ครอบครอง คือTHAI IR LTD. / ASEAN BOUNTY LTD. / นางสาวสุภารัตน์ สง่าเมือง
ราคาประเมิน/มูลค่า: 951,916,555.09 บาท (ณ วันที่ 1 เมษายน 2569)
8.เงินและหลักทรัพย์ในบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ บล.ฟินันเซีย
ชื่อบัญชี CAPITAL ASIA INVESTMENTS PTE. LTD.
ประกอบด้วย 1.เงิน 35,946,658.58 บาท 2.หุ้นของบริษัท กรีนเทค เวนเจอร์ส จำกัด (มหาชน) (GTV-F) 50,000,000 หุ้น
3.หุ้นของบริษัท บีซีพีจี จำกัด (มหาชน) (BCPG-F) 21,237,500 หุ้น
ผู้ถือกรรมสิทธิ/ผู้ครอบครอง คือ CAPITAL ASIA INVESTMENTS PTE. LTD.
ราคาประเมิน/มูลค่า 174,428,523.58 บาท (ณ วันที่ 27 มีนาคม 2569)
9.หลักทรัพย์ในบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ บล.ฟินันเซีย
ชื่อบัญชี CAPITAL ASIA INVESTMENTS PTE. LTD.
ประกอบด้วย 1.หุ้นของบริษัท บีซีพีจี จำกัด (มหาชน) (BCPG) จำนวน 69,307,600 หุ้น
ผู้ถือกรรมสิทธิ/ผู้ครอบครอง คือ CAPITAL ASIA INVESTMENTS PTE. LTD.
ราคาประเมิน/มูลค่า 447,034,060.00 บาท (ณ วันที่ 27 มีนาคม 2569)
10. สิทธิเรียกร้องตามสัญญากู้ยืมเงิน (Credit Investment Agreement) ระหว่าง CAPITAL ASIA INVESTMENTS PTE. LTD. - CAI ผู้ให้กู้ กับบริษัท ฟินันซ่า อินเวสท์เม้นท์ โฮลดิ้ง จำกัด (Finansa Investment Holding Pte Ltd. - FIH ชื่อเดิม Pilgrim Finansa Investment Holding Pte Ltd. - PFIN) ผู้กู้ ประกอบด้วย
1.Credit Investment Agreement - Facility A ฉบับลงวันที่ 8 ธันวาคม 2564 จำนวนเงิน 346,499,405.23 บาท กำหนดชำระเงินวันที่ 8 ธันวาคม 2569 พร้อมดอกเบี้ย
2.Credit Investment Agreement - Facility B ฉบับลงวันที่ 15 ธันวาคม 2564 จำนวนเงิน 346,499,405.23 บาท กำหนดชำระเงินวันที่ 15 ธันวาคม 2569 พร้อมดอกเบี้ย
3.Credit Investment Agreement - Facility C ฉบับลงวันที่ 1 มิถุนายน 2567 จำนวนเงิน 123,300,000 บาท กำหนดชำระเงินวันที่ 1 มิถุนายน 2572 พร้อมดอกเบี้ย
4.Credit Investment Agreement - Facility D ฉบับลงวันที่ 22 สิงหาคม 2568 จำนวนเงิน 484,607,395.20 บาท กำหนดชำระเงินวันที่ 22 สิงหาคม 2573 พร้อมดอกเบี้ย
ผู้ถือกรรมสิทธิ์/ผู้ครอบครอง คือ CAPITAL ASIA INVESTMENTS PTE. LTD.
ราคาประเมิน/มูลค่า 1,300,906,205.66 บาท (ณ วันที่ 31 มีนาคม 2569)




