News Logo
หน้าแรก
ตร.แถลงคดี 'หมิงเฉิน ซัน'เอี่ยวสแกม 'เฉิน จื้อ'ชี้ M4 ปืนประกอบตลาดมืด

ตร.แถลงคดี 'หมิงเฉิน ซัน'เอี่ยวสแกม 'เฉิน จื้อ'ชี้ M4 ปืนประกอบตลาดมืด

21 พ.ค. 2569 15:47
ผู้ชม 10 คน

ตร.แถลงคืบหน้าคดี "หมิงเฉิน ซัน" ชาวจีนครอบครองอาวุธสงครามและวัตถุระเบิด โยงเครือข่ายฟอกเงินข้ามชาติ เสียหายกว่า 815 ล้านบาท ขยายผลถึงกลุ่มสแกมเมอร์ "เฉิน จื้อ" เผยที่มาปืน M4 ไม่ได้มาจากราชการ แต่มาจากการประกอบหลายชิ้นส่วนขึ้นมาใหม่ เข้าข่ายปืนประกอบ สามารถหาซื้ออะไหล่ได้ตามตลาดมืด

สำนักข่าว Next News รายงานข่าววันที่ 21 พฤษภาคม 2569 พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองจเรตำรวจแห่งชาติ ในฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วยคณะ ได้แถลงความคืบหน้าสำคัญเกี่ยวกับคดีของนายซุน หมิงเฉิน หรือที่รู้จักกันในชื่อนายหมิงเฉิน ซัน ชาวจีนผู้ต้องหาคนสำคัญ ซึ่งถูกจับกุมในคดีครอบครองอาวุธสงครามและวัตถุระเบิด โดยการสืบสวนได้ขยายผลไปถึงเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติที่ซับซ้อนและมีขนาดใหญ่ยิ่งขึ้น จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบว่ามีบัญชีธนาคาร 5 บัญชีที่เกี่ยวข้องกับนายหมิงเฉิน ซันซึ่งบัญชีเหล่านี้มีธุรกรรมเชื่อมโยงกับบัญชีอื่นๆ อีกมากกว่า 648 บัญชี และมีความเสียหายรวมกว่า 815 ล้านบาท

การสืบสวนยืนยันว่านายหมิงเฉิน ซันมีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดทางเทคโนโลยีในลักษณะขององค์กรอาชญากรรมและการฟอกเงิน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เส้นทางการเงินจากการฟอกเงินเหล่านี้ยังถูกเชื่อมโยงกับการทำธุรกรรมของกลุ่มนายเฉิน จื้อ ที่ถูกกัมพูชาส่งตัวไปคุมขัง ดำเนินคดีที่จีน ซึ่งบ่งชี้ถึงความสัมพันธ์กับเครือข่ายอาชญากรรมขนาดใหญ่

นอกจากนายหมิงเฉิน ซันแล้ว ผู้ที่เกี่ยวข้องกับการฟอกเงินและแก๊งสแกมเมอร์ข้ามชาติยังรวมถึงนายหลานเทียน หรือเสี่ยวหลาน ซึ่งถูกระบุว่าเป็นหัวหน้าของนายหมิงเฉิน ซันและเป็นผู้บงการหลักที่ปฏิบัติการจากประเทศกัมพูชา นอกจากนี้ยังมีกลุ่มบุคคลอื่นๆ ทั้งที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขายเหรียญคริปโตตั้งแต่ปี 2564 และผู้ที่ถูกดำเนินคดีไปแล้ว รวมถึงที่อยู่ระหว่างการขยายผล ซึ่งล้วนเป็นส่วนหนึ่งขององค์กรอาชญากรรมที่ซับซ้อนนี้

ทั้งนี้ ผู้บัญชาการตำรวจไซเบอร์ได้มอบหมายให้ผู้บังคับการกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 1-5 (บก.ปอท.1-5) ตรวจสอบรายเคสจาก 4,143 คดี เพื่อให้แน่ใจว่ามีพยานหลักฐานเพียงพอที่จะออกหมายจับหรือดำเนินคดีกับนายหมิงเฉิน ซันและพวก หากพบความเชื่อมโยงและพยานหลักฐานที่หนักแน่น ก็จะมีการเสนอออกหมายจับเป็นรายเคส

พล.ต.ท.ไตรรงค์ ยังกล่าวว่า พยานหลักฐานทั้งหมดที่รวบรวมได้ ชี้ให้เห็นว่านายหมิงเฉิน ซันมีความเกี่ยวข้องกับเครือข่ายแก๊งสแกมเมอร์ในประเทศกัมพูชา ซึ่งพนักงานสอบสวนจะขยายผลเพื่อออกหมายจับเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะนายหลานเทียน หรือเสี่ยวหลาน ซึ่งนายหลานเทียนไม่ได้พำนักอยู่ในประเทศไทยในขณะนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติยืนยันว่าจะดำเนินการขยายผล สืบสวนสอบสวน และดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นคนสัญชาติไทยหรือชาวต่างชาติ ตามพยานหลักฐานที่มีอยู่ทุกมิติ

 

อาวุธปืน M4 ที่ยึดได้ไม่ใช่ของทางราชการ แต่เป็นการประกอบขึ้นใหม่

 

เมื่อตอบคำถามเกี่ยวกับแหล่งที่มาของอาวุธปืน M4 จำนวน 2 กระบอก ที่ตรวจยึดได้ในคดีนี้ พล.ต.ต.ธิติมา ธรรเมศรานนท์ ผู้บังคับการศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 2 สำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ ได้แถลงผลการตรวจสอบเบื้องต้นอย่างละเอียด โดยยืนยันอย่างชัดเจนว่าอาวุธปืนทั้งสองกระบอกไม่ใช่อาวุธปืนที่ผลิตหรือเบิกจ่ายจากหน่วยงานราชการแต่อย่างใด

จากการตรวจสอบทางนิติวิทยาศาสตร์ พบว่าปืนกระบอกแรกเป็นรุ่น M4 Commando ซึ่งมีลักษณะสำคัญคือความยาวลำกล้อง 11.5 นิ้ว และอัตราครบรอบเกลียว 7 รอบ นอกจากนี้ โครงปืนยังปรากฏสัญลักษณ์ของ Colt และระบุรุ่น A4 A1 ซึ่งสามารถยิงได้ทั้งแบบกึ่งอัตโนมัติและอัตโนมัติ อย่างไรก็ตาม จุดสำคัญที่บ่งชี้ถึงความผิดปกติคือสภาพของลำกล้องปืนยังคงดูใหม่ในขณะที่ชุดลูกเลื่อนมีสภาพเนื้อเหล็กที่เก่ากว่าอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งหมายความว่าลำกล้องและชุดลูกเลื่อนไม่ได้มาจากปืนกระบอกเดียวกัน

สำหรับปืนกระบอกที่สอง การตรวจสอบพบว่าลำกล้องปืนไม่ใช่ของ M4 Commando แต่เป็นลำกล้องของ M16 A1 ที่ถูกนำมาดัดแปลง โดยมีความยาวลำกล้อง 10.5 นิ้ว และอัตราครบรอบเกลียว 12 นิ้ว โครงปืนของกระบอกนี้ไม่ปรากฏสัญลักษณ์หรือตัวอักษรใดๆ บ่งชี้ว่าเป็นของราชการ และสามารถยิงได้ทั้งแบบกึ่งอัตโนมัติและอัตโนมัติเช่นกัน จุดที่ผิดปกติคือสภาพลำกล้องและชุดลูกเลื่อนที่เป็นเนื้อเหล็กเก่า และมีการดัดแปลงอย่างชัดเจน แสดงให้เห็นว่าชิ้นส่วนเหล่านี้ก็ไม่ได้มาจากปืนกระบอกเดียวกันตั้งแต่แรกเริ่ม

การดัดแปลงปืนกระบอกที่สองนั้นมีถึงสามจุดหลัก ได้แก่ การตัดลำกล้อง M16 A1 ให้สั้นลง การเซาะร่องบริเวณใกล้ปลายลำกล้องเพื่อใส่แหวนครอบท่อแก๊ส และการเจาะรูระบายแก๊สขึ้นมาใหม่ เพื่อให้มีลักษณะเลียนแบบ M4 Commando นอกจากนี้ ชุดลั่นไกของปืนกระบอกที่สองยังมีการกัดขยายให้กว้างขึ้น เพื่อใช้กับชุดเครื่องลั่นไกที่ไม่ตรงรุ่น สรุปได้ว่าอาวุธปืนทั้งสองกระบอกเป็นลักษณะที่เรียกว่า "ปืนผสม" หรือ "ปืนประกอบ" ที่สร้างขึ้นจากการนำชิ้นส่วนจากปืนหลายกระบอกมารวมกัน

ในประเด็นเรื่องประวัติการยิงของปืน เจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจสอบหาเขม่าดินปืนและพบว่าปืนทั้งสองกระบอกผ่านการยิงมาแล้ว แต่ไม่สามารถระบุระยะเวลาที่แน่นอนได้ว่าถูกยิงมานานเท่าใด หรือยิงในช่วงเวลาใด เนื่องจากชิ้นส่วนหลักของปืน เช่น ลำกล้อง ชุดลูกเลื่อน ชุดลั่นไก และโครงปืน ล้วนถูกนำมาประกอบกันใหม่ ดังนั้นลำกล้องอาจถูกยิงผ่านปืนเดิมมาก่อนที่จะนำมาประกอบเข้ากับปืนกระบอกนี้

สำหรับแหล่งที่มาของส่วนประกอบต่างๆ ของปืน M4 ที่นำมาประกอบขึ้นใหม่นั้น เชื่อว่าสามารถหาซื้อได้จากตลาดมืด หรือที่เรียกว่า Dark Market ซึ่งเป็นแหล่งที่สามารถจัดหาชิ้นส่วนอาวุธผิดกฎหมายได้ ส่วนวัตถุระเบิดชนิด C4 ที่พบนั้น มีลักษณะเก่าและมีแหล่งที่มาจากประเทศเกาหลีใต้ รัสเซีย และเมียมา ขณะที่เสื้อเกราะยุทธภัณฑ์และอุปกรณ์อื่นๆ ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบเพื่อระบุแหล่งที่มา

ความเกี่ยวข้องของผู้ต้องหา 11 ราย: ไม่ใช่ทั้งหมดในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ

ในประเด็นเกี่ยวกับความสัมพันธ์และบทบาทของผู้ต้องหาทั้งหมด 11 รายที่ถูกจับกุมในคดีนี้ พล.ต.ท.ไตรรงค์ ชี้แจงว่า ไม่ได้หมายความว่าผู้ต้องหาทั้งหมด 11 รายมีความเชื่อมโยงกันในลักษณะขององค์กรอาชญากรรมข้ามชาติอย่างสมบูรณ์ แต่มีความเกี่ยวข้องที่แตกต่างกันไปตามพฤติการณ์และความผิดเฉพาะบุคคล

สำหรับกลุ่มผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้องกับการครอบครองอาวุธปืน M4 นั้น โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติกล่าวว่า นายหมิงเฉิน ซันและแฟนสาว มีความเกี่ยวข้องกันในเรื่องนี้โดยตรง ส่วนบุคคลที่ถูกดำเนินคดีในฐานะผู้จัดหาอาวุธปืน M4 ยังคงต้องมีการสืบสวนสอบสวนเพิ่มเติมเพื่อพิสูจน์ทราบว่าพวกเขามีความเชื่อมโยงกับองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติในกลุ่มหลักหรือไม่ ในส่วนของอาวุธปืนสั้นที่พบนั้น เป็นปืนที่ผู้ซื้อรายแรกซื้อมาอย่างถูกต้องตามกฎหมายและได้รับอนุญาตให้มีและใช้ได้ แต่กลับมีการจำหน่ายต่ออย่างไม่ถูกต้อง ซึ่งในขณะนี้ยังไม่มีพยานหลักฐานใดเชื่อมโยงว่าการจำหน่ายปืนสั้นดังกล่าวมีความเกี่ยวข้องกับองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติหรือแก๊งสแกมเมอร์

สำหรับลูกระเบิด 2 ลูกที่ตรวจยึดได้ มีผู้เกี่ยวข้อง 4 ราย ซึ่งจากการสืบสวนพบว่าบางรายมีส่วนรู้เห็นและเกี่ยวข้องกับองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติโดยตรง และตำรวจภูธรภาค 2 จะดำเนินการสืบสวนและดำเนินคดีต่อไป แต่บางรายกลับไม่มีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรงในเชิงอาชญากรรม เพียงแต่มีบทบาทในการนำพาหรือจัดส่งลูกระเบิดให้กับนายหมิงเฉิน ซันเท่านั้น นอกจากนี้ ยังมีคดีที่เกี่ยวข้องกับการจัดทำบัตรสีชมพู ซึ่งเป็นเพียงการอำนวยความสะดวกให้นายหมิงเฉิน ซันมีบัตรแสดงถิ่นที่อยู่ในประเทศไทย และยังไม่มีพยานหลักฐานเชื่อมโยงว่าการกระทำนี้เกี่ยวข้องกับองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติแต่อย่างใด

ดังนั้น จึงไม่สามารถสรุปได้ว่าผู้ต้องหาทั้ง 11 รายมีความเชื่อมโยงกันทั้งหมดในเรื่ององค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ เป็นเพียงบางกลุ่มเท่านั้นที่มีความเชื่อมโยงกับแก๊งสแกมเมอร์ ซึ่งเป็นเครือข่ายหลักของการฟอกเงินและอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ผู้ที่ถูกระบุว่าเกี่ยวข้องกับองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติในขณะนี้ ได้แก่ นายหมิงเฉิน ซัน, ผู้ที่ช่วยกันจัดหาอาวุธปืนและวัตถุระเบิด, ผู้ที่ช่วยขนคน และบุคคลสำคัญประมาณ 3-4 คนที่อยู่ในกัมพูชา ซึ่งรวมถึงนายหลานเทียน หรือเสี่ยวหลาน ผู้เป็นหัวหน้าของนายหมิงเฉิน ซัน

พล.ต.ท.ไตรรงค์กล่าวทิ้งท้ายว่าคดีนี้ยังอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อแจ้งข้อกล่าวหาหรือออกหมายจับผู้เกี่ยวข้องเพิ่มเติม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของมูลฐานความผิดเกี่ยวกับแก๊งสแกมเมอร์ เครือข่ายเส้นทางการเงิน และการซื้อขายเหรียญสกุลเงินดิจิทัล ตำรวจไซเบอร์กำลังเร่งทำงานอย่างเต็มที่ และคาดว่าจะมีความคืบหน้าสำคัญเพิ่มเติมในเร็วๆ นี้ การออกหมายจับในส่วนของคดีไซเบอร์กว่า 4,000 เคส จะเริ่มต้นจากการตรวจสอบบัญชีของนายหมิงเฉิน ซัน5 บัญชีเป็นหลัก แล้วตรวจสอบย้อนกลับไปยังระบบรับแจ้งความออนไลน์ของไทย กรณีที่มีการร้องทุกข์กล่าวโทษใหม่ต่อนายหมิงเฉิน ซันในข้อหาองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติและฟอกเงิน จะถูกดำเนินการอย่างเร่งด่วนเนื่องจากมีพยานหลักฐานเบื้องต้นที่พร้อมอยู่แล้ว คณะทำงานของตำรวจไซเบอร์จะไล่เส้นทางการเงินเพื่อเชื่อมโยงพยานหลักฐานที่เพียงพอในการออกหมายจับเป็นรายเคสต่อไป

แท็กที่เกี่ยวข้อง
หมิงเฉิน ซัน



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ป.ป.ช.ภาค 1 เผย ปี 67-69 มีเรื่องร้องเรียน 666 เรื่อง
ป.ป.ช.ภาค 1 เผย ปี 67-69 มีเรื่องร้องเรียน 666 เรื่อง