News Logo
หน้าแรก
เจาะลึกดีลธุรกิจ ใครเปิดประตู ให้ ‘CAI’ เข้ามาถือหุ้นใน BCPG

เจาะลึกดีลธุรกิจ ใครเปิดประตู ให้ ‘CAI’ เข้ามาถือหุ้นใน BCPG

26 เม.ย. 2569 14:22
ผู้ชม 121 คน

เปิดไทม์ไลน์เจาะลึกดีลธุรกิจ BCPG เพิ่มทุนปี 2563 เปิดประตูให้ ‘CAI’ ที่เชื่อมโยงกับ "ยิม เลียก" เข้ามาถือ 195.75 ล้านหุ้น มูลค่า 2,251 ล้านบาท ก่อนเทขายเหลือ 21.237 ล้านหุ้น

จากกรณี สำนักข่าว Next News รายงานข้อมูลเชิงลึก บริษัท บีซีพีจี จำกัด (มหาชน) หรือ BCPG เข้าซื้อหุ้นทั้งหมดในบริษัท เอเชียลิงค์ เทอมินัล จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ บริษัท แพนเอเชีย สตอเรจแอนด์เทอร์มินัล จำกัด(กลุ่มของนายสมบูรณ์ สุขเจริญไกรศรี หรือ ‘เสี่ยตือ คอสโม’) จำนวน 40 ล้านหุ้นมูลค่าหุ้นละ 100 บาท เป็นเงินไม่น้อยกว่า 9,000 ล้านบาท(เฉพาะค่าหุ้น 4,000 ล้านบาท)

1777025889374-0847ae8cf8ee6c76

1777025889374-0847ae8cf8ee6c76

เปิดตัว บอร์ด-กก.ลงทุน BCPG ซื้อคลังน้ำมันกลุ่ม 'เสี่ยตือ' 8.9 พันล.

ในแง่มุมข้อมูลการทำธุรกิจ ของ BCPG ยังมีอีกประเด็นที่น่าสนใจ

คือ กรณีที่ Capital Asia Investments (CAI) ซึ่งถือหุ้น ใน BCPG ซึ่งถูกตำรวจสิงคโปร์ (SPF) และธนาคารกลางสิงคโปร์ (MAS) เข้าตรวจค้นบริษัท CAI ในข้อหาต้องสงสัยว่าฟอกเงิน โดยยึดทรัพย์สินมูลค่ากว่า 160 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ (ประมาณ 4 พันล้านบาท) จากบัญชีธนาคารและบัญชีหลักทรัพย์ของบริษัทฯ และกรรมการบริษัทฯถูกจับกุม 2 คน เมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2569 ที่ผ่านมา

จึงมีคำถามว่า CAI เข้ามาถือหุ้นใน BCPG ตั้งแต่เมื่อไร?

ย้อนไปเมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2563 กรรมการบริษัทมีมติให้เพิ่มทุนจดทะเบียน จาก 2,000 ล้านหุ้นเป็น 3,301.7 ล้านหุ้น โดยออกหุ้นสามัญใหม่จำนวน 1,301.7 ล้านหุ้น มูลค่าละ 5.00 บาท

การเพิ่มทุนครั้งนี้เปิดให้ผู้ถือหุ้นรายเดิมจองซื้อหุ้นเพิ่มทุน แบบ Right offering (RO) ในอัตราส่วนหุ้นสามัญเดิม 8 หุ้นเดิม ต่อ 1 หุ้นใหม่ ราคาหุ้นละ 11.50 บาท จำนวน 250 ล้านหุ้น คิดเป็นเงินเพิ่มทุนประมาณ 2,875 ล้านบาท และเพิ่มทุนเสนอขายให้บุคคลในวงจำกัด(Private Placement : PP) ในราคา 11.50 บาท จำนวน 391.5 ล้านหุ้น คิดเป็นเงินเพิ่มทุนประมาณ 4,502 ล้านบาท

นอกจากนี้ ผู้ที่จองซื้อหุ้นเพิ่มทุนทั้งแบบ RO และ PP จะได้รับใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุน (Warrant)โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ตามสัดส่วนการซื้อหุ้นเพิ่มทุน ได้แก่

1) ผู้ถือหุ้น RO จะได้รับทั้ง BCPG-W1 และ BCPG-W2 ในอัตราส่วน 2.8 หุ้นเพิ่มทุน ต่อ 1 หน่วย Warrant (อัตราใช้สิทธิ 1 หน่วย Warrant ต่อ 1 หุ้นสามัญเพิ่มทุนที่ราคา 8 บาท / Warrant) โดย BCPG-W1 และ BCPG-W2 จะมีจำนวน 178.6 ล้านหน่วย คิดเป็นจำนวนหุ้นสามัญเพิ่มทุนหากมีการใช้สิทธิเต็มจำนวน 178.6 ล้านหุ้น เป็นจำนวนเงินประมาณ 1,428.8 ล้านบาท

2) สำหรับผู้ถือหุ้น PP จะได้รับ BCPG-W3 ในอัตราส่วน 2.1924 หุ้นเพิ่มทุน ต่อ 1 Warrant (อัตราใช้สิทธิ 1 Warrant ต่อ 1 หุ้นสามัญเพิ่มทุนที่ราคา 8 บาท / Warrant ) โดย BCPG-W3 จะมีจำนวน 178.6 ล้านหน่วย คิดเป็นจำนวนหุ้นสามัญเพิ่มทุนหากมีการใช้สิทธิเต็มจำนวนทั้งสิ้น 178.6 ล้านหุ้น เป็นจำนวนเงิน 1,428.8 ล้านบาท

หุ้นที่เสนอขายแบบ PPรวมถึงหุ้นจากการใช้สิทธิจาก BCPG-W3 จะติดไซเรน พีเรียด ห้ามซื้อขายเป็นเวลา 1 ปี นับจากวันใช้สิทธิ

ต่อมาวันที่ 7 ตุลาคม 2563 มีการประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 1/2563 โดยรายงานการประชุมระบุว่า กรรมการบริษัทฯ 12 คนเข้าร่วมประชุมทั้งหมด ได้แก่ 1.นายพิชัย ชุณหวชิร ประธานกรรมการ 2.นายชัยวัฒน์ โควาวิสารัช รองประธานกรรมการ และ ประธานกรรมการการลงทุน 3.พล.อ.คณิต สาพิทักษ์ กรรมการอิสระ และ ประธานกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทน 4.พล.อ.อุทิศ สุนทร กรรมการอิสระ ประธานกรรมการบรรษัทภิบาล และ กรรมการตรวจสอบ 5.นางวิไล ฉัททันต์รัศมี กรรมการอิสระ ประธานกรรมการตรวจสอบ และ กรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทน 6.ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ กรรมการอิสระ ประธานกรรมการบริหารความเสี่ยงทั้งองค์กร และ กรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทน 7.นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ กรรมการอิสระ 8.นายนรินทร์ กัลยาณมิตร กรรมการอิสระ กรรมการตรวจสอบ และ กรรมการบรรษัทภิบาล 9.พล.อ.ศักดา เนียมคำ กรรมการอิสระ และ กรรมการบรรษัทภิบาล 10.นายถาวร งามกนกวรรณ กรรมการอิสระ และ กรรมการบริหารความเสี่ยงทั้งองค์กร 11.นายธรรมยศ ศรีช่วยกรรมการ กรรมการบริหารความเสี่ยงทั้งองค์กร และ กรรมการการลงทุน และ12.นายบัณฑิต สะเพียรชัย กรรมการผู้จัดการใหญ่ กรรมการการลงทุน กรรมการบรรษัทภิบาล กรรมการบริหารความเสี่ยงทั้งองค์กร และ เลขานุการคณะกรรมการบริษัท

ทั้งนี้ ที่ประชุมมีมติให้บริษัทฯ เพิ่มทุนจดทะเบียนจำนวน 6,508.5 ล้านบาท จากทุนจดทะเบียนเดิม 10,000.0 ล้านบาท เป็น 16,508.5 ล้านบาท โดยออกหุ้นสามัญเพิ่มทุนใหม่ 1,301.70 ล้านหุ้น มูลค่าตราไว้หุ้นละ 5 บาท แบ่งจัดสรรหุ้นจำนวน 250 ล้านหุ้น เสนอขายแก่ผู้ถือหุ้นเดิมตามสัดส่วนการถือหุ้น (RO) อัตรา 8 หุ้นเดิม ต่อ 1 หุ้นเพิ่มทุน ราคาเสนอขาย 11.50 บาท

พร้อมจัดสรรหุ้นเพิ่มทุน 674.5 ล้านหุ้น เสนอขายให้บุคคลในวงจำกัด (PP) ในราคาหุ้นละ 11.50 บาท ให้แก่

1.พิลกริม พาร์ทเนอร์ส เอเชีย ( Pilgrim Partners Asia Pte. Ltd. จำนวน 195.75 ล้านหุ้น คิดเป็น 5.93% ของทุนชำระแล้ว

(ทั้งนี้ Pilgrim Partners Asia Pte. Ltd. ร่วมกับ PILGRIM FINANSA INVESTMENT HOLDINGS (PTE.) ถือหุ้นใหญ่ในบริษัท หลักทรัพย์ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหชน) ข้อมูล ณ วันที่ 30 ธันวาคม 2564 โดยผู้ก่อตั้งและผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของ Pilgrim Finansa Investment Holding Pte. Ltd. ได้แก่ นายวรภัค ธันยาวงษ์ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง และนายช่วงชัย นะวงศ์)

2.แคปปิตอล เอเชีย อินเวสเมนท์ส (Capital Asia Investments Pte. Ltd. : CAI ที่เชื่อมโยงกับ "ยิม เลียก" นักธุรกิจกัมพูชาและประธาน BIC Group) จำนวน 195.75 ล้านหุ้น คิดเป็น 5.93%

เอกสารประกอบ

เอกสารประกอบ

นอกจากนี้ ยังจัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนของบริษัทฯ จำนวนไม่เกิน 178,600,000 หุ้น มูลหุ้นละ 5.00 บาทเพื่อรองรับการใช้สิทธิตามใบสําคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุนของบริษัทฯ (BCPG-W3) ที่จัดสรรให้แก่ผู้ลงทุนที่จองซื้อและได้รับจัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนที่ออกและเสนอขายให้แก่บุคคลในวงจํากัด (PP) โดยกําหนดราคาเสนอขายไว้อย่างชัดเจนในอัตราส่วนหุ้นสามัญเพิ่มทุนซึ่งผู้ลงทุนดังกล่าวได้จองซื้อและได้รับการจัดสรร 2.1924 หุ้นสามัญเพิ่มทุน ต่อใบสําคัญแสดงสิทธิ BCPG-W3 จำนวน 1 หน่วย

อีกทั้ง จัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนจํานวนไม่เกิน 283,000,000 หุ้น มูลค่าหุ้นละ 5.00 บาท โดยเสนอขายแบบเฉพาะเจาะจงให้แก่บุคคลในวงจํากัด (PP) โดยขอผู้ถือหุ้นมีมติมอบหมายให้คณะกรรมการบริษัทฯ เสนอขายหุ้นตามราคาตลาดในช่วงเวลาที่เสนอขาย

รายงานการรประชุมระบุว่า ราคาเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนที่เสนอขายให้แก่บุคคลในวงจํากัด (PP) ในครั้งนี้ เข้าข่ายเป็นการเสนอขายหุ้นที่ออกใหม่ในราคาต่ำกว่าร้อยละ 90 ของราคาถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักของหุ้นบริษัทฯ ในตลาดหลักทรัพย์ฯ ย้อนหลัง 15 วันทําการติดต่อกัน ก่อนวันที่คณะกรรมการมีมติเสนอวาระต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อขออนุมัติให้บริษัทฯ เสนอขายหุ้นที่ออกใหม่ให้แก่บุคคลในวงจํากัด (PP) โดยกําหนดราคาเสนอขายไว้อย่างชัดเจนในครั้งนี้ ซึ่งเป็นระยะเวลาที่เพียงพอที่จะครอบคลุมปริมาณการซื้อขายและราคาซื้อขายซึ่งสะท้อนราคาตลาดของหุ้นของบริษัทฯ (ระหว่างวันที่ 29 กรกฎาคม 2563 ถึง 19 สิงหาคม 2563) ซึ่งเท่ากับ 15.45 บาทต่อหุ้น โดยราคาเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนที่ 11.50 บาทต่อหุ้น คิดเป็นส่วนลดจากราคาตลาดที่ร้อยละ 25.55 ดังนั้น การออกและเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้แก่บุคคลในวงจํากัดในครั้งนี้ จะต้องได้รับอนุมัติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้นด้วยคะแนนเสียงข้างมาก

ต่อมา วันที่ 12 พฤศจิกายน 2563 บริษัท BCPG แจ้งตลาดหลักทรัพย์ฯถึงผลการขายของ หุ้นสามัญ ที่เสนอขายให้แก่ ผู้ถือหุ้นสามัญเดิมและบุคคลในวงจํากัด เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2563 โดยขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้แก่ 1.ผู้ถือหุ้นสามัญเดิม250,000,000 หุ้น ราคาหุ้นละ 11.50 บาท จำนวนหุ้นที่ขายได้ 249,871,926 หุ้น รวมเป็นเงิน 2,873,527,149 บาท

2.ขายหุ้นเพิ่มทุนแบบเฉพาะเจาะจงแก่บุคคลในวงจำกัด (PP) ให้กับ 1.Pilgrim Partners Asia (Pte.) Ltd. จำนวน 195,750,000 หุ้น และ 2.Capital Asia Investments Pte. Ltd. จำนวน 195,750,000 หุ้น รวม 391,500,000 หุ้น มูลค่าหุ้นละ 11.50 บาท รวมเป็นเงิน 4,502,250,000 บาท

เมื่อรวมการขายหุ้นเพิ่มทุนทั้งผู้ถือหุ้นเดิม และขายแบบเฉพาะเจาะจงแก่บุคคลในวงจำกัด (PP) รวม 641,371,926 หุ้น รวมเป็นเงิน7,375,777,149 บาท

ทั้งนี้ จํานวนหุ้นคงเหลือ 283,000,000 หุ้น ยังไม่ได้เสนอขายแก่บุคคลในวงจํากัด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2569 นายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่า ข้อมูลจากรายงานผู้ถือหุ้นบริษัท BCPG ณ เดือนกันยายน 2568 ระบุว่ากองทุน CAI ถือหุ้น BCPG อยู่ประมาณ 168.4 ล้านหุ้น หรือประมาณ 5.62% แต่เมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2569 ปรากฏว่าการถือครองหุ้นของกองทุน CAI เหลือเพียง 21.237 ล้านหุ้น หรือ ประมาณ 0.71% เท่านั้น

เอกสารประกอบ

เอกสารประกอบ

หากมีข้อมูลเพิ่มเติม สำนักข่าว Next News จะนำมารายงานต่อไป

แท็กที่เกี่ยวข้อง
ข่าวเศรษฐกิจ
‘CAI’
BCPG



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ท่าที สตง. ตัวละครหลัก ป.ป.ช. อ้างชื่อ (ช่วย) ตีตกคดี 'ศักดิ์สยาม'
ท่าที สตง. ตัวละครหลัก ป.ป.ช. อ้างชื่อ (ช่วย) ตีตกคดี 'ศักดิ์สยาม'