News Logo
หน้าแรก
สิงคโปร์จับ 2 กก. CAI ฟอกเงิน ยึดทรัพย์ 4 พัน ล. เคยปั่นหุ้นบลูชิปไทย

สิงคโปร์จับ 2 กก. CAI ฟอกเงิน ยึดทรัพย์ 4 พัน ล. เคยปั่นหุ้นบลูชิปไทย

9 มี.ค. 2569 17:55
ผู้ชม 160 คน

สิงคโปร์จับกุมกรรมการบริษัทจัดการกองทุน CAI 2 ราย ฐานต้องสงสัยฟอกเงิน ยึดทรัพย์สินกว่า 4 พันล้าน เผยบริษัทนี้เคยถูกเฝ้าระวังจากพฤติการณ์ปั่นหุ้นบลูชิปไทย

สำนักข่าว Next News รายงานว่าเมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2569 สำนักข่าว Strait Times ของสิงคโปร์ รายงานข่าวว่าตำรวจสิงคโปร์ได้จับกุมกรรมการบริษัทจัดการกองทุน 2 รายในข้อหาต้องสงสัยกระทำความผิดเกี่ยวกับการฟอกเงิน และต้องสงสัยว่าไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดของบริการทางการเงิน

บริษัทดังกล่าวคือ Capital Asia Investments หรือ CAI ยังถูกยึดทรัพย์สินในบัญชีธนาคารและบัญชีหลักทรัพย์มูลค่ากว่า 160 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ หรือประมาณ 4,011,200,000 บาท

การดำเนินการนี้เป็นผลมาจากการปฏิบัติการบังคับใช้กฎหมายร่วมกันระหว่างตำรวจและธนาคารกลางสิงคโปร์ (Monetary Authority of Singapore - MAS) ซึ่งได้ดำเนินการต่อบริษัทเมื่อวันที่ 5 มีนาคม โดยมีการแถลงการณ์ร่วมกันจากหน่วยงานทั้งสองเมื่อวันที่ 9 มีนาคม

MAS ได้เปิดเผยว่า ตนได้ทบทวนบทบาทของบริษัท Capital Asia Investments และกิจกรรมของบริษัทหลังจากได้รับข้อมูลเกี่ยวกับกิจกรรมที่อาจผิดกฎหมาย นอกจากนี้ MAS ยังพบข้อบกพร่องร้ายแรงในการควบคุมการปฏิบัติตามข้อกำหนดการต่อต้านการฟอกเงิน (AML) ของหน่วยงานกำกับดูแล ซึ่งเป็นข้อบังคับสำหรับผู้ถือใบอนุญาตบริการตลาดทุนภายใต้พระราชบัญญัติบริการทางการเงินและตลาด (Financial Services and Markets Act)

ในส่วนของตำรวจ ได้รับข้อมูลข่าวกรองทางการเงินจากสำนักงานรายงานธุรกรรมที่น่าสงสัย (Suspicious Transaction Reporting Office) เกี่ยวกับการมีส่วนร่วมของ Capital Asia Investments และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในเครือข่ายการฟอกเงินข้ามชาติ ตำรวจจึงเริ่มการสอบสวน ซึ่งยังคงดำเนินอยู่ และได้ติดต่อประสานงานกับหน่วยงานต่างประเทศเพื่อขอข้อมูลและความช่วยเหลือ เนื่องจากคาดว่าเงินที่ได้จากการก่ออาชญากรรมนั้นมาจากกิจกรรมอาชญากรรมข้ามชาติในต่างประเทศ รวมถึงการหลอกลวง

บริษัทนี้เคยเป็นที่จับตาในเดือนกันยายน 2568 จากการปั่นหุ้นบลูชิปของไทยและบริษัทจดทะเบียนอื่นๆ ผ่านชุดการทำธุรกรรมที่ซับซ้อนตามที่สำนักข่าว The Business Times รายงาน

ทั้งนี้ที่สิงคโปร์ผู้ที่ถูกตัดสินว่ามีความผิดฐานฟอกเงินอาจต้องโทษจำคุกสูงสุด 10 ปี ปรับสูงสุด 500,000 ดอลลาร์สิงคโปร์ (ประมาณ 12,535,000 บาท) หรือทั้งจำทั้งปรับ และผู้ที่ถูกตัดสินว่ามีความผิดภายใต้พระราชบัญญัติบริการทางการเงินและตลาดอาจถูกปรับสูงสุด 1 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ (ประมาณ 25,070,000 บาท)

ที่มา Two directors of Capital Asia Investments arrested over suspected money laundering offences | The Straits Times

สำหรับข้อมูลของบริษัท Capital Asia Investments (CAI) ซึ่งเกี่ยวกับไทย นั้นพบว่ามีความเชื่อมโยงกับกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (DE) โดยความเชื่อมโยงเกิดขึ้นจากการลงนามใน MOU ร่วมกับกองทุน Prime Opportunity Fund VCC ซึ่งเป็นเครือข่ายเดียวกันกับบริษัท CAI เพื่อจัดตั้งโครงการศูนย์กลางดิจิทัล (TIDC) โดยมีการระบุเงื่อนไขการนำเข้าบุคลากรต่างชาติจำนวน 500 คนที่ถูกสงสัยว่าอาจเป็นช่องทางให้กลุ่มทุนเทาเข้าเมืองอย่างถูกกฎหมาย

ผู้ที่มีบทบาทสำคัญในการเซ็น MOU ฉบับเจ้าปัญหานี้คือ นายประเสริฐ จันทรรวงทอง อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ในขณะนั้น) ร่วมกับ นายยูจีน แทง (Eugene Tang) ผู้บริหารของกลุ่ม CAI โดยการลงนามเกิดขึ้นท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์เรื่องการขาดการตรวจสอบประวัติของกลุ่มทุนอย่างถี่ถ้วน ต่อมาเมื่อ นายไชยชนก ชิดชอบ เข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีดีอีคนใหม่ จึงได้สั่งยกเลิก MOU ดังกล่าวทันทีหลังพบความผิดปกติที่อาจโยงใยไปถึงคดีการสแกนม่านตา Worldcoin และความเสี่ยงด้านความมั่นคงทางข้อมูลของประชาชน จนกลายเป็นคดีพิเศษที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) กำลังเร่งตรวจสอบความโปร่งใสอยู่ในปัจจุบัน

นอกจากนี้ CAI ยังมีบทบาทเข้ามาซื้อหุ้น บมจ. บางจาก (BCP) ในช่วงเดือนธันวาคม 2567 ก่อนจะทำการขายหุ้นลอตใหญ่เกือบทั้งหมดออกไปอย่างรวดเร็วให้กับบริษัท อัลฟ่า ชาร์เตอร์ด เอนเนอร์จี (ACE) ในช่วงเดือนมีนาคม 2568 ซึ่งเป็นบริษัทตั้งใหม่ที่มีข้อสงสัยเรื่องที่มาของแหล่งเงินทุนมหาศาล

แท็กที่เกี่ยวข้อง



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เปิดประวัติ ม.Northrop 'ศุภจี'ศิษย์เก่า เจอครหางบไม่โปร่งใส ก่อนปิดตัว
เปิดประวัติ ม.Northrop 'ศุภจี'ศิษย์เก่า เจอครหางบไม่โปร่งใส ก่อนปิดตัว