News Logo
หน้าแรก
อดีตผู้บริหารกองทุนกสิกร ฉาว ครหาหลอกขาย Token ทิพย์ เสียหายร้อย ล.

อดีตผู้บริหารกองทุนกสิกร ฉาว ครหาหลอกขาย Token ทิพย์ เสียหายร้อย ล.

8 มี.ค. 2569 16:03
ผู้ชม 430 คน

สัญญาณอันตรายเริ่มปรากฏในเดือนตุลาคม 2568 เมื่อถึงกำหนดปลดล็อกเหรียญบางส่วน แต่นักลงทุนกลับไม่ได้รับสินทรัพย์ตามที่ตกลงไว้ นายกัมปนาทเริ่มบ่ายเบี่ยง โดยอ้างปัญหาด้านเอกสาร สภาพตลาด หรือแม้กระทั่งอ้างว่าตนเองก็ถูกหลอกเช่นกัน จนกระทั่งเดือนพฤศจิกายน 2568 เขาได้ตัดการติดต่อไปอย่างสิ้นเชิง ลบประวัติการทำงานออกจาก LinkedIn และปิดช่องทางโซเชียลมีเดีย

หมายเหตุสำนักข่าว Next News สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2569 เว็บไซต์ข่าว Scamurai ซึ่งรายงานข่าวเกี่ยวกับกลโกงในแวดวงเทคโนโลยี ได้เปิดเผยเรื่องราวของนายกัมปนาท วิมลโนฎฐ์ หรือ "จอม" อดีตผู้บริหารระดับสูงของกองทุน KXVC (ภายใต้ธนาคารกสิกรไทย) ที่ถูกกล่าวหาว่าใช้ความน่าเชื่อถือและโปรไฟล์ส่วนตัวหลอกลวงนักลงทุนทั้งในไทยและต่างประเทศให้ร่วมลงทุนในโปรเจกต์คริปโทฯ ดัง โดยนำเสนอ "ดีลทิพย์" หรือ Token Allocation ปลอม จนสร้างความเสียหายรวมมูลค่าหลายร้อยล้านบาท

รายละเอียดที่เกี่ยวข้องมีดังต่อไปนี้

  • จากดาวรุ่ง Web3 สู่ข้อกล่าวหาฉ้อโกง

นายกัมปนาทเคยเป็นที่รู้จักในฐานะดาวรุ่งในวงการ Web3 ของไทย ด้วยโปรไฟล์การศึกษาและการทำงานที่โดดเด่น เขาเคยเป็นนักวิเคราะห์ในบริษัท Venture Capital, ที่ปรึกษาให้กับสตาร์ตอัปและหน่วยงานภาครัฐ, รวมถึงเคยขึ้นบรรยายในงานระดับโลกอย่าง Singapore FinTech Festival 2567 ภาพลักษณ์ของการเป็น "คนวงใน" (Insider) ที่มีความน่าเชื่อถือสูงในวงการคริปโทฯ นี้เอง ที่ทำให้เขาสามารถเข้าถึงและชักชวนนักลงทุนจำนวนมากได้

  • กลโกง Token Allocation ปลอม

จอมใช้คอนเนกชันส่วนตัวและกลุ่มแชตต่างๆ เช่น Telegram และ WhatsApp เสนอสิทธิพิเศษที่เรียกว่า "Token Allocation" ซึ่งคือการเสนอขายเหรียญ (Token) ของโปรเจกต์ระดับโลก อาทิ Monad, Babylon, และ Linera ในราคาต้นทุนก่อนที่จะเปิดขายสู่สาธารณะ เพื่อให้นักลงทุนหลงเชื่อ นายกัมปนาทได้จัดทำเอกสารสัญญาปลอมที่ดัดแปลงมาจากเอกสารจริงของ KXVC โดยบางโปรเจกต์ยังทับซ้อนกับที่ KXVC เคยประกาศลงทุนจริง ทำให้รูปแบบการทำงานดูเป็นมืออาชีพและน่าเชื่อถือ นักลงทุนจำนวนมากจึงโอนเงินให้เขา โดยเข้าใจว่าเหรียญจะถูกล็อก (Vesting) ตามเงื่อนไขที่กำหนด

  • ความจริงเปิดเผยและการหายตัวไป

สัญญาณอันตรายเริ่มปรากฏในเดือนตุลาคม 2568 เมื่อถึงกำหนดปลดล็อกเหรียญบางส่วน แต่นักลงทุนกลับไม่ได้รับสินทรัพย์ตามที่ตกลงไว้ นายกัมปนาทเริ่มบ่ายเบี่ยง โดยอ้างปัญหาด้านเอกสาร สภาพตลาด หรือแม้กระทั่งอ้างว่าตนเองก็ถูกหลอกเช่นกัน จนกระทั่งเดือนพฤศจิกายน 2568 เขาได้ตัดการติดต่อไปอย่างสิ้นเชิง ลบประวัติการทำงานออกจาก LinkedIn และปิดช่องทางโซเชียลมีเดีย

ทำให้นักลงทุนเริ่มตรวจสอบชื่อของเขากับเจ้าของโปรเจกต์คริปโทฯ ทั้ง 19 โครงการโดยตรง และพบความจริงที่น่าตกใจว่า "ไม่มีการลงทุนจริงเกิดขึ้น" สัญญาที่นำมาอ้างคือของปลอม และบางโปรเจกต์ก็ไม่เคยรู้จักผู้ชายคนนี้เลย Monad ระบุว่าสัญญาเป็นของปลอม Datagram ปฏิเสธการเกี่ยวข้อง และผู้ก่อตั้ง Linera ระบุว่าเคยมีการพูดคุยแต่ไม่มีการลงทุนจริง

ข้อมูล Linkedin ล่าสุดของนายกัมปนาท วิมลโนฎฐ์

ข้อมูล Linkedin ล่าสุดของนายกัมปนาท วิมลโนฎฐ์

  • มูลค่าความเสียหายและผู้เสียหายหลายประเทศ

ปัจจุบัน มีผู้เสียหายอย่างน้อย 24 ราย กระจายอยู่ในไทย สิงคโปร์ เวียดนาม และสหรัฐอเมริกา มูลค่าความเสียหายมีตั้งแต่ประมาณ 20,000 ดอลลาร์ (ประมาณ 635,400 บาท) ไปจนถึงมากกว่า 1 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 31,770,000 บาท) ต่อราย รวมมูลค่าความเสียหายเบื้องต้นหลักร้อยล้านบาท ตัวอย่างเช่น "สตีเวน" นักธุรกิจในแคลิฟอร์เนีย ซึ่งถูกหลอกให้โอนเงินลงทุนและค่าดำเนินการต่างๆ ไปประมาณ 130,000 ดอลลาร์ (ประมาณ 4,130,100 บาท) จนสูญเสียเงินเก็บเกือบทั้งหมด

ข้อมูลจากบล็อกเชนยังพบว่า วอลเล็ตหนึ่งที่ใช้รับเงินจากนักลงทุนถูกสร้างขึ้นในเดือนกรกฎาคม 2568 และมีธุรกรรมทั้งหมด 174 รายการ รวมมูลค่าประมาณ 1.71 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 54,320,700 บาท) ส่วนใหญ่เป็น stablecoin โดยธุรกรรมล่าสุดเกิดขึ้นในเดือนตุลาคม 2568

  • KXVC ชี้แจง: ไม่เกี่ยวข้องและดำเนินการตามกฎหมาย

ประเด็นสำคัญที่ทำให้นักลงทุนหลงเชื่อคือการอ้างชื่อกองทุน KXVC (KASIKORN X Venture Capital) ภายใต้ธนาคารกสิกรไทย ล่าสุด ทาง KXVC ได้ออกประกาศเตือนภัยบนหน้าเว็บไซต์ พร้อมชี้แจงข้อเท็จจริงว่า:

  1. นายกัมปนาทได้พ้นสภาพการเป็นพนักงานไปตั้งแต่เดือนมีนาคม 2568 แล้ว การกระทำทั้งหมดเป็นเรื่องส่วนตัวและไม่เกี่ยวข้องกับบริษัท

  2. KXVC เป็นกองทุน Corporate Venture Capital (CVC) ที่ลงทุนด้วยเงินทุนของบริษัทเองเท่านั้น ไม่มีนโยบายระดมทุนหรือรับฝากเงินจากบุคคลภายนอก

  3. บริษัทไม่มีการทำธุรกรรมโดยให้โอนเงินเข้า "บัญชีชื่อบุคคลธรรมดา" อย่างเด็ดขาด

  4. ขณะนี้บริษัทได้แจ้งความดำเนินคดีกับผู้แอบอ้างเพื่อปกป้องชื่อเสียงแล้ว

    ประกาศแจ้งเตือนจากเว็บธนาคารกสิกร

    ประกาศแจ้งเตือนจากเว็บธนาคารกสิกร

เหตุการณ์นี้สร้างความตกตะลึงให้กับวงการคริปโทฯ อย่างมาก เนื่องจากนายกัมปนาทเคยเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงและเครือข่ายมายาวนาน ทำให้หลายคนไม่เข้าใจว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นได้อย่างไร

ที่มา https://www.scamurai.io,https://www.linkedin.com/posts/kasikornxventurecapital_activity-7409412891910729729-TZCQ

แท็กที่เกี่ยวข้อง
ธนาคารกสิกร
คริปโทเคอเรนซี่



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เปิดประวัติ ม.Northrop 'ศุภจี'ศิษย์เก่า เจอครหางบไม่โปร่งใส ก่อนปิดตัว
เปิดประวัติ ม.Northrop 'ศุภจี'ศิษย์เก่า เจอครหางบไม่โปร่งใส ก่อนปิดตัว