กรมพัฒนาธุรกิจการค้า แถลงพบทุนต่างชาติตั้ง 15 บริษัท ส่อนอมินีกินรวบธุรกิจมะพร้าวน้ำหอมครบวงจร มี 10 คนไทยเอี่ยวช่วยสนับสนุน ส่งเรื่องให้ ตร.สอบสวนกลาง-ดีเอสไอ จัดการต่อแล้ว
สำนักข่าว Next News รายงานว่า เมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2569 นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยภายหลังการประชุมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องถึงแนวทางการแก้ปัญหาราคามะพร้าวน้ำหอมตกต่ำ และการตรวจสอบกลุ่มทุนต่างชาติที่ประกอบกิจการล้งผลไม้ว่า เบื้องต้นพบล้งผลไม้ที่ใช้คนไทยเป็นนอมินี 15 บริษัท ตั้งอยู่ใน จ.ราชบุรี 11 บริษัท จ.สมุทรสาคร จ.ปทุมธานี จ.สมุทรปราการ และกรุงเทพฯ จังหวัดละ 1 บริษัท นอกจากนี้ยังพบคนไทย 10 คน ที่เชื่อว่าอาจให้การสนับสนุนบริษัทกลุ่มเสี่ยงนอมินี ทางกรมฯ ส่งรายชื่อและข้อมูลทั้งหมดให้กองบัญชาการสอบสวนกลาง (CIB) และกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ดำเนินการต่อไป

อธิบดีกรมพัฒน์เปิดแถลงข่าว
"จากการตรวจสอบพบกลุ่มทุนต่างชาติเข้ามาดูแลตั้งแต่ต้นทาง ทั้งการเช่าหรือซื้อที่ดินเพื่อปลูกเอง เป็นผู้รวบรวม และเป็นผู้ส่งออก ซึ่งการทำเกษตรกรรมเป็นธุรกิจที่ต่างชาติไม่สามารถดำเนินการได้ตามบัญชีแนบท้ายบัญชี 1 ของ พ.ร.บ. การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว จึงมีการใช้รูปแบบบริษัทนอมินีโดยให้คนไทยถือหุ้นแทน บริษัทที่เป็นนอมินีจะถูกดำเนินคดีตามมาตรา 37 และคนไทยที่เป็นนอมินีจะถูกดำเนินคดีตามมาตรา 36 ของ พ.ร.บ. การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับ 1 แสนบาทถึง 1 ล้านบาท" นายพูนพงษ์กล่าว

อินโฟฯ สรุปข้อมูล
นายพูนพงษ์กล่าวว่า สถานการณ์ราคามะพร้าวน้ำหอมตกต่ำมีหลายสาเหตุ การที่กลุ่มทุนต่างชาติเข้ามาประกอบธุรกิจโดยใช้นอมินีตั้งบริษัทในการซื้อที่ดินหรือเช่าที่ดินปลูกมะพร้าวน้ำหอม นอกจากนี้ยังมีล้งที่รวมตัวกันกำหนดราคารับซื้อในราคาที่เป็นธรรม ซึ่งเป็นเรื่องที่กรมการค้าภายในและคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า (กขค.) จะเข้าไปดูแลให้การรับซื้อในราคาที่เป็นธรรมต่อเกษตรกร
นายพูนพงษ์กล่าวว่า ส่วนปัจจัยหลักที่ทำให้ราคามะพร้าวน้ำหอมราคาตก เนื่องจากปริมาณผลผลิตในปี 2568 เพิ่มขึ้นมาก มีปริมาณ 877,681 ตัน จากปี 2567 ที่มีปริมาณ 585,906 ตัน หรือเพิ่มเกือบ 3 แสนตัน หรือเพิ่มถึง 49.80% จากพื้นที่เพาะปลูกกว่า 3 แสนไร่ เพิ่มจากปี 2564 ถึงกว่า 70,000 ไร่ ขณะที่การส่งออกสวนทางกับปริมาณผลผลิต โดยในปี 2566 มูลค่าการส่งออกเกือบ 10,000 ล้านบาท ในปี 2567 เหลือ 7.6 พันล้านบาท และปี 2568 เหลือ 6.4 พันล้านบาท โดยไทยบริโภคมะพร้าวน้ำหอมในประเทศ 30% และส่งออก 70% โดยส่งออกไปประเทศจีนเพียงแห่งเดียวถึง 80%
นายพูนพงษ์กล่าวว่า 8 หน่วยงานประสานความร่วมมือระหว่างหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อตรวจสอบเชิงลึกตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ได้แก่
กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ตรวจสอบเรื่องนอมินี
กรมการค้าภายใน และสำนักงานคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า (กขค.) ดูเรื่องการรับซื้อในราคาที่ไม่เป็นธรรม
กรมการจัดหางาน ตรวจสอบเรื่องการจ้างงานและแรงงาน
กรมสรรพากร ตรวจสอบการเสียภาษี
ปปง. ตรวจสอบเส้นทางการเงิน
ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ดำเนินคดีอาญา
กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ดำเนินคดีพิเศษ
กรมวิชาการเกษตร ดูแลเรื่องการขึ้นทะเบียนล้ง
"รัฐบาลเน้นย้ำเรื่อง Free Trade แต่ต้องเป็น Fair Trade คือการค้าเสรีต้องมีความเป็นธรรมด้วย ไม่ใช้ช่องว่างทางกฎหมายหรือเงินทุนมาเอาเปรียบ และจะขยายการตรวจสอบไปยังผลไม้ชนิดอื่น เช่น ทุเรียน และพื้นที่อื่น ๆ เช่น จันทบุรี ระยอง และภาคใต้ ต่อไป" นายพูนพงษ์กล่าว




