'ชัยชนะ พันธุ์ภักดีดิสกุล' ปฏิบัติราชการแทนอัยการสูงสุด แจ้งแนวปฏิบัติฟ้อง 'คดีสแกมเมอร์' สั่งพนักงานอัยการ บรรยายความผิดละเอียด-ขอศาลลงโทษสถานหนัก-คัดค้านประกันตัว
สำนักข่าว Next News รายงานว่า เมื่อวันที่ 22 ม.ค. 2569 นายชัยชนะ พันธุ์ภักดีดิสกุล รองอัยการสูงสุด ปฏิบัติราชการแทนอัยการสูงสุด มีหนังสือแจ้งแนวทางปฏิบัติในการบรรยายฟ้องคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยีและความผิดที่เกี่ยวข้อง ถึงรองอัยการสูงสุดและผู้ที่เกี่ยวข้อง ใจความสำคัญ คือ ให้พนักงานอัยการบรรยายฟ้องพฤติการณ์การกระทำผิดโดยละเอียด และระบุด้วยว่าขอศาลได้โปรดพิจารณาพิพากษาลงโทษจําเลยสถานหนัก รวมถึงหากจําเลยขอให้ศาลปล่อยตัวชั่วคราวในชั้นพิจารณา โจทก์ขอคัดค้านการปล่อยตัวชั่วคราวของจําเลย
มีรายละเอียด ดังนี้
ที่ อส 0007(พก2)/ว 28
22 ม.ค. 2569
เรื่อง แนวทางปฏิบัติในการบรรยายฟ้องคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยีและความผิดที่เกี่ยวข้อง
เรียน รองอัยการสูงสุด ผู้ตรวจการอัยการ อธิบดีอัยการ อธิบดีอัยการภาค อัยการพิเศษฝ่าย เลขานุการอัยการสูงสุด เลขาธิการสถาบันนิติวัชร์ อัยการจังหวัด ผู้อํานวยการสถาบัน เลขาธิการสํานักงาน อัยการสูงสุด และผู้อํานวยการสํานักงาน
ด้วยปัญหาการหลอกลวงทางออนไลน์ (Scammer) ในความผิดเกี่ยวกับคดีอาชญากรรมทาง เทคโนโลยีและความผิดอื่นเกี่ยวข้องกันได้ทวีความรุนแรงและแพร่กระจายออกไปในวงกว้างอย่างรวดเร็ว ส่งผลกระทบต่อความเป็นอยู่ของประชาชนในทุกระดับ ตลอดจนระบบเศรษฐกิจ ความมั่นคงทางการเงิน และความเชื่อมั่นของประเทศ ซึ่งคณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2564 กําหนดให้การป้องกัน และปราบปรามการกระทําความผิดอาชญากรรมทางเทคโนโลยีเป็นวาระแห่งชาติ เพื่อให้ส่วนราชการ หน่วยงานของรัฐ เอกชน และประชาชนทุกภาคส่วนได้ตระหนัก และให้ความสําคัญในการเข้ามามีส่วนร่วมแก้ไขปัญหาอย่างจริงจังและต่อเนื่องให้เกิดผลเป็นรูปธรรมโดยเร็ว
สํานักงานอัยการสูงสุดพิจารณาแล้ว เพื่อให้การดําเนินคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยี และความผิดที่เกี่ยวข้องเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพสอดรับตามนโยบายของรัฐบาลดังกล่าว จึงกําหนดมาตรการให้พนักงานอัยการพิจารณาข้อเท็จจริงและใช้ดุลยพินิจในการบรรยายฟ้อง เพื่อขอให้ศาลพิจารณาลงโทษผู้เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมดังกล่าวที่ถูกดําเนินคดีสถานหนัก โดยให้พนักงานอัยการบรรยายฟ้องเกี่ยวกับพฤติการณ์การกระทําความผิดของจําเลยในคดีให้ครบถ้วนชัดเจน เพื่อใช้ประกอบดุลยพินิจของศาลในการลงโทษจําเลยให้เหมาะสมกับพฤติการณ์การกระทําความผิด และให้พิจารณาระบุด้วยว่า
“คดีนี้ รัฐบาลให้ความสําคัญและมีนโยบายในการเร่งรัดและปราบปราบอาชญากรรมทางเทคโนโลยีที่สร้างความเสียหายแก่ประชาชนเป็นวงกว้าง ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงด้านเศรษฐกิจ สังคม ภาพลักษณ์ และชื่อเสียงของ ประเทศไทย อีกทั้งยังส่งผลกระทบอย่างสําคัญต่อความเชื่อมั่นของนานาประเทศต่อการปฏิบัติตามพันธกรณี ระหว่างประเทศของประเทศไทย ดังนั้น เพื่อให้การบังคับใช้กฎหมายเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อหยุดยั้งมิให้เกิดการกระทําความผิดในลักษณะเช่นนี้อีก จึงขอศาลได้โปรดพิจารณาพิพากษาลงโทษจําเลยสถานหนักด้วย”
รวมถึงให้พิจารณาระบุด้วยว่า หากจําเลยขอให้ศาลปล่อยตัวชั่วคราวในชั้นพิจารณา โจทก์ขอคัดค้านการปล่อยตัวชั่วคราวของจําเลย ทั้งนี้ โดยให้พิจารณาข้อเท็จจริงตามหลักการในข้อ 50 ของระเบียบสํานักงานอัยการสูงสุด ว่าด้วยการดําเนินคดีอาญาของพนักงานอัยการ พ.ศ. 2563
จึงเรียนมาเพื่อทราบและถือปฏิบัติ
ขอแสดงความนับถือ
นายชัยชนะ พันธุ์ภักดีดิสกุล
รองอัยการสูงสุด ปฏิบัติราชการแทน อัยการสูงสุด




