News Logo
หน้าแรก
อสส.วางแนวปฏิบัติฟ้อง 'คดีสแกมเมอร์' ขอศาลลงโทษสถานหนัก-ค้านประกันตัว

อสส.วางแนวปฏิบัติฟ้อง 'คดีสแกมเมอร์' ขอศาลลงโทษสถานหนัก-ค้านประกันตัว

23 ม.ค. 2569 08:03
ผู้ชม 688 คน

'ชัยชนะ พันธุ์ภักดีดิสกุล' ปฏิบัติราชการแทนอัยการสูงสุด แจ้งแนวปฏิบัติฟ้อง 'คดีสแกมเมอร์' สั่งพนักงานอัยการ บรรยายความผิดละเอียด-ขอศาลลงโทษสถานหนัก-คัดค้านประกันตัว

สำนักข่าว Next News รายงานว่า เมื่อวันที่ 22 ม.ค. 2569 นายชัยชนะ พันธุ์ภักดีดิสกุล รองอัยการสูงสุด ปฏิบัติราชการแทนอัยการสูงสุด มีหนังสือแจ้งแนวทางปฏิบัติในการบรรยายฟ้องคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยีและความผิดที่เกี่ยวข้อง ถึงรองอัยการสูงสุดและผู้ที่เกี่ยวข้อง ใจความสำคัญ คือ ให้พนักงานอัยการบรรยายฟ้องพฤติการณ์การกระทำผิดโดยละเอียด และระบุด้วยว่าขอศาลได้โปรดพิจารณาพิพากษาลงโทษจําเลยสถานหนัก รวมถึงหากจําเลยขอให้ศาลปล่อยตัวชั่วคราวในชั้นพิจารณา โจทก์ขอคัดค้านการปล่อยตัวชั่วคราวของจําเลย

มีรายละเอียด ดังนี้

ที่ อส 0007(พก2)/ว 28

22 ม.ค. 2569

เรื่อง แนวทางปฏิบัติในการบรรยายฟ้องคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยีและความผิดที่เกี่ยวข้อง

เรียน รองอัยการสูงสุด ผู้ตรวจการอัยการ อธิบดีอัยการ อธิบดีอัยการภาค อัยการพิเศษฝ่าย เลขานุการอัยการสูงสุด เลขาธิการสถาบันนิติวัชร์ อัยการจังหวัด ผู้อํานวยการสถาบัน เลขาธิการสํานักงาน อัยการสูงสุด และผู้อํานวยการสํานักงาน

ด้วยปัญหาการหลอกลวงทางออนไลน์ (Scammer) ในความผิดเกี่ยวกับคดีอาชญากรรมทาง เทคโนโลยีและความผิดอื่นเกี่ยวข้องกันได้ทวีความรุนแรงและแพร่กระจายออกไปในวงกว้างอย่างรวดเร็ว ส่งผลกระทบต่อความเป็นอยู่ของประชาชนในทุกระดับ ตลอดจนระบบเศรษฐกิจ ความมั่นคงทางการเงิน และความเชื่อมั่นของประเทศ ซึ่งคณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2564 กําหนดให้การป้องกัน และปราบปรามการกระทําความผิดอาชญากรรมทางเทคโนโลยีเป็นวาระแห่งชาติ เพื่อให้ส่วนราชการ หน่วยงานของรัฐ เอกชน และประชาชนทุกภาคส่วนได้ตระหนัก และให้ความสําคัญในการเข้ามามีส่วนร่วมแก้ไขปัญหาอย่างจริงจังและต่อเนื่องให้เกิดผลเป็นรูปธรรมโดยเร็ว

สํานักงานอัยการสูงสุดพิจารณาแล้ว เพื่อให้การดําเนินคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยี และความผิดที่เกี่ยวข้องเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพสอดรับตามนโยบายของรัฐบาลดังกล่าว จึงกําหนดมาตรการให้พนักงานอัยการพิจารณาข้อเท็จจริงและใช้ดุลยพินิจในการบรรยายฟ้อง เพื่อขอให้ศาลพิจารณาลงโทษผู้เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมดังกล่าวที่ถูกดําเนินคดีสถานหนัก โดยให้พนักงานอัยการบรรยายฟ้องเกี่ยวกับพฤติการณ์การกระทําความผิดของจําเลยในคดีให้ครบถ้วนชัดเจน เพื่อใช้ประกอบดุลยพินิจของศาลในการลงโทษจําเลยให้เหมาะสมกับพฤติการณ์การกระทําความผิด และให้พิจารณาระบุด้วยว่า

“คดีนี้ รัฐบาลให้ความสําคัญและมีนโยบายในการเร่งรัดและปราบปราบอาชญากรรมทางเทคโนโลยีที่สร้างความเสียหายแก่ประชาชนเป็นวงกว้าง ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงด้านเศรษฐกิจ สังคม ภาพลักษณ์ และชื่อเสียงของ ประเทศไทย อีกทั้งยังส่งผลกระทบอย่างสําคัญต่อความเชื่อมั่นของนานาประเทศต่อการปฏิบัติตามพันธกรณี ระหว่างประเทศของประเทศไทย ดังนั้น เพื่อให้การบังคับใช้กฎหมายเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อหยุดยั้งมิให้เกิดการกระทําความผิดในลักษณะเช่นนี้อีก จึงขอศาลได้โปรดพิจารณาพิพากษาลงโทษจําเลยสถานหนักด้วย”

รวมถึงให้พิจารณาระบุด้วยว่า หากจําเลยขอให้ศาลปล่อยตัวชั่วคราวในชั้นพิจารณา โจทก์ขอคัดค้านการปล่อยตัวชั่วคราวของจําเลย ทั้งนี้ โดยให้พิจารณาข้อเท็จจริงตามหลักการในข้อ 50 ของระเบียบสํานักงานอัยการสูงสุด ว่าด้วยการดําเนินคดีอาญาของพนักงานอัยการ พ.ศ. 2563

จึงเรียนมาเพื่อทราบและถือปฏิบัติ

ขอแสดงความนับถือ

นายชัยชนะ พันธุ์ภักดีดิสกุล

รองอัยการสูงสุด ปฏิบัติราชการแทน อัยการสูงสุด

Author Avatar

ผู้เขียน

ฉัตรลดา ตั้งใจ
ข่าวทั้งหมดของผู้เขียน
แท็กที่เกี่ยวข้อง



section icon

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'อานนท์' อดีตผอ.สทอภ.รอด! ศาลอาญาคดีทุจริตฯ ยกฟ้อง คดีใช้รถส่วนกลาง
'อานนท์' อดีตผอ.สทอภ.รอด! ศาลอาญาคดีทุจริตฯ ยกฟ้อง คดีใช้รถส่วนกลาง