เปิดข้อมูลคดี 'กัมปนาท บุตรโต' อดีตรองปลัดเทศบาลนครนครราชสีมา ถูกกล่าวหามีพฤติการณ์เรียกรับเงินจากผู้เสียหาย อ้างช่วยฝากบุตรหลานเข้ารับราชการ ตรวจพบข้อกล่าวหาหลายกรณี ยอดเงินรวมตามเอกสารอย่างน้อย 1.31 ล้านบาท ยังมีคดีร้องทุกข์ล่าสุดอีก 610,000 บาท หลังผู้เสียหายทวงเงินคืนไม่ได้ ตำรวจส่งสำนวนให้ ป.ป.ช.ดำเนินการ ขณะที่เจ้าตัวยังถือเป็นผู้ถูกกล่าวหา ต้องรอผลสอบสวนและกระบวนการยุติธรรม
ชื่อของ นายกัมปนาท บุตรโต อดีตรองปลัดเทศบาลนครนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา กำลังตกเป็นประเด็นที่น่าจับตามองอีกครั้ง!
เมื่อปรากฏอยู่ในรายชื่อบุคคลที่ถูกกล่าวหาว่ามีพฤติการณ์เป็นนายหน้าทุจริตการสอบบรรจุข้าราชการส่วนท้องถิ่น ในพื้นที่จังหวัดนครราชสีม หลังถูกผู้เสียหายเข้าแจ้งความร้องทุกข์ เรียกรับผลประโยชน์รายละประมาณ 130,000 ถึง 700,000 บาท ปัจจุบันถูกสั่งให้ออกจากราชการแล้ว โดยพนักงานสอบสวนได้ส่งมอบสำนวนคดีให้แก่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ดำเนินการตามกฎหมายแล้ว เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2569

แจ้งความโกงสอบท้องถิ่นทั่วปท.เกือบ 100 คดี สตูลพุ่ง 27 ราย
ล่าสุด สำนักข่าว Next News ตรวจสอบยืนยันข้อมูลพบว่า เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2569 เจ้าหน้าที่สถานีตำรวจภูธรเมืองนครราชสีมา ได้ส่งสำนวนการสอบสวนกรณี นายกัมปนาท บุตรโต ให้ป.ป.ช.ดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมาย
ระบุพฤติการณ์ว่า ในช่วงเดือนมกราคม 2569 มีผู้เสียหายเข้าแจงความร้องทุกข์ ว่าถูกนายกัมปนาท หลอกลวงว่าจะให้บุตรชายและหลาน เข้าทำงานที่เทศบาลนครนครราชสีมาได้
โดยมีการเรียกเงินค่าดำเนินการในการบรรจุทำงาน เป็นเงินรวมจำนวน 610,000 บาท
แต่สุดท้ายไม่สามารถนำบุตรหลานเข้าทำงานที่ เทศบาลนครนครราชสีมาได้
ผู้เสียหายจึงติดต่อขอเงินคืน แต่กลับถูกบ่ายเบี่ยงเรื่อยมา ทำให้เชื่อว่าตนเองอาจถูกหลอกลวง จึงตัดสินใจเข้าแจ้งความร้องทุกข์เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย
ภายหลังรับคำร้องทุกข์ พนักงานสอบสวนได้ดำเนินการแสวงหาข้อเท็จจริงและรวบรวมพยานหลักฐานเบื้องต้น ก่อนพิจารณาว่าเป็นกรณีกล่าวหาเจ้าพนักงานของรัฐว่ากระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ ซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 148 มาตรา 149 หรือมาตรา 157
จึงส่งสำนวนการสอบสวนให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. ตามมาตรา 61 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
ย้อนข้อมูลสอบวินัยร้ายแรง! พบข้อกล่าวหาเรียกรับเงินหลายกลุ่ม
เมื่อย้อนตรวจสอบข้อมูลเกี่ยวกับนายกัมปนาท พบว่า ก่อนเกิดกรณีร้องทุกข์ล่าสุด เทศบาลนครนครราชสีมาได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยอย่างร้ายแรง ตามคำสั่งเทศบาลนครนครราชสีมา ที่ 1953/2568 ลงวันที่ 29 สิงหาคม 2568
ขณะนั้นนายกัมปนาทดำรงตำแหน่งรองปลัดเทศบาลนครนครราชสีมา ระดับนักบริหารงานท้องถิ่นระดับสูง ได้รับเงินเดือน 68,640 บาท
โดยปรากฏรายละเอียดข้อกล่าวหาที่สำคัญอย่างน้อย 3 กรณี
กรณีแรก เรียกรับเงินอ้างช่วยสอบบรรจุท้องถิ่น 9 ราย
เอกสารระบุว่า มีการกล่าวหานายกัมปนาทว่าเรียกรับเงินจากผู้เสียหาย โดยอ้างว่าสามารถฝากบุคคลเข้ารับราชการเป็นข้าราชการส่วนท้องถิ่น ซึ่งจะมีการเปิดรับสมัครในช่วงเดือนมีนาคม 2568
ปรากฏข้อมูลการโอนเงินจากผู้เสียหายจำนวน 9 ราย รวมเป็นเงิน 700,000 บาท
กรณีที่สอง อ้างโควตาลูกหลานเทศบาล เรียกรับเงิน 510,000 บาท
อีกกรณีหนึ่งเกิดขึ้นในช่วงปี 2567 โดยมีข้อกล่าวหาว่านายกัมปนาทชักชวนผู้เสียหาย ซึ่งเป็นครูโรงเรียนเทศบาล 4 (เพาะชำ) สังกัดเทศบาลนครนครราชสีมา ให้ส่งบุตรหลานเข้าสอบบรรจุเป็นข้าราชการพลเรือนสามัญ
โดยอ้างว่ามีโควตาสำหรับบุตรหลานบุคลากรเทศบาลนครนครราชสีมา
ปรากฏข้อมูลว่า มีผู้เสียหาย 3 ราย จ่ายเงินรวม 510,000 บาท
กรณีที่สาม อ้างช่วยสอบตำแหน่งนายช่างโยธา เรียกรับเงิน 100,000 บาท
สำหรับกรณีนี้เกิดขึ้นในช่วงปี 2564 มีข้อกล่าวหาว่านายกัมปนาทเรียกรับเงินจากผู้เสียหาย โดยอ้างว่าสามารถช่วยให้สอบผ่านเข้ารับราชการส่วนท้องถิ่นในตำแหน่งนายช่างโยธาได้
ปรากฏข้อมูลผู้เสียหาย 1 ราย จ่ายเงินจำนวน 100,000 บาท
เมื่อนับเฉพาะข้อกล่าวหาทั้ง 3 กรณีดังกล่าว พบว่ามีผู้เสียหายรวม 13 ราย และมีวงเงินที่ถูกกล่าวหาว่าเรียกรับรวมทั้งสิ้น 1,310,000 บาท
พบข้อมูลถูกฟ้องคดีฉ้อโกง-ใช้ตนเองเป็นหลักประกัน
นอกจากกรณีข้างต้นแล้ว ในคำสั่งสอบสวน นายกัมปนาท ยังระบุว่ามีพฤติการณ์ไม่รักษาซึ่งชื่อเสียง ไม่รักษาเกียรติศักดิ์ของตำแหน่งหน้าที่ราชการตน และถูกฟ้องคดีอาญาฐานความผิดฉ้อโกง ความว่านายกัมปนาท บุตรโต ได้ใช้ตนเองเป็นหลักประกันในการขอปล่อยตัวชั่วคราวในคดีอาญา โดยกัมปนาท บุตรโต ได้เคยข่มขู่ผู้เสียหายในกรณีครู 3 ราย ในสังกัด ตามเอกสารการร้องเรียน และจากการให้การในชั้นสอบสวนข้อเท็จจริง
ประกอบกับมีพฤติกรรมลงเวลาปฏิบัติงานแต่ไม่อยู่ประจำสำนักงานและสถานที่ปฏิบัติงาน ไม่ปฏิบัติหน้าที่ในเวลาราชการ ส่งผลให้กระบวนการปฏิบัติงานเกิดความเสียหาย เกิดความล่าช้าในกระบวนการปฏิบัติงานที่นายกัมปนาท บุตรโต ได้รับมอบหมาย โดยเฉพาะการลงนามให้ความเห็นชอบเสนองานที่ได้รับมอบหมายต่อผู้บังคับบัญชาในฐานะรองปลัดเทศบาล หรือรักษาราชการแทนผู้อำนวยการสำนักสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม และผู้ตรวจสถานธนานุบาล 2 และเช็คสั่งจ่ายเงินของสถานธนานุบาล 2 ประกอบกับเป็นผู้มีอำนาจลงนามในเอกสารหรือฎีกาเบิกจ่ายเงินในการจัดซื้อจัดจ้างของสำนักสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม รวมถึงเอกสารหรือฎีกาเบิกจ่ายเงินอื่นๆ ด้วย อีกทั้งในระหว่างการสอบสวนมีพฤติการณ์การไม่ให้ความร่วมมือในการสอบสวน เป็นอุปสรรคต่อการสอบสวนพิจารณา หรือจะก่อให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อยขึ้น
เทศบาลนครนครราชสีมา จึงอาศัยอำนาจตามมาตรา 15 ประกอบมาตรา 23 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น พ.ศ.2542 ข้อ 29 ของประกาศหลักเกณฑ์และเงื่อนไขเกี่ยวกับวินัยและการรักษาวินัยและการดำเนินการทางวินัย พ.ศ.2558 ประกาศ ณ วันที่ 8 มกราคม 2559 ข้อ 14 (1)(2)(3) ของประกาศคณะกรรมการของพนักงานเทศบาลจังหวัดนครราชสีมา เรื่อง หลักเกณฑ์และเงื่อไขในการให้ออกจากราชการ พ.ศ.2558 ประกาศ ณ วันที่ 8 มกราคม 2559 และมติของคณะกรรมการพนักงานเทศบาลจังหวัดนครราชสีมา ในการประชุมครั้งที่ 8/2568 เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม พ.ศ.2568 จึงให้นายกัมปนาท บุตรโต พักราชการเพื่อรอฟังผลการสอบสวนพิจารณา โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 28 สิงหาคม 2568 เป็นต้นไป
ก่อนที่เรื่องจะเงียบหายไป จนกระทั่งชื่อของ นายกัมปนาท จะปรากฏเป็นข่าวอีกครั้ง เมื่อสำนักข่าว Next News ได้รับการยืนยันข้อมูลว่า เจ้าตัวถูกกล่าวหาว่ามีพฤติการณ์เรียกรับเงินจากประชาชน โดยอ้างว่าสามารถช่วยเหลือให้บุตรหลานเข้าทำงานในหน่วยงานราชการได้ แต่สุดท้ายไม่สามารถดำเนินการตามที่กล่าวอ้าง จนมีผู้เสียหายเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน ตามที่ปรากฏข่าวข้างต้น
อย่างไรก็ดี คดีนี้ ยังไม่มีคำพิพากาาตัดสินคดีของศาล ฯ นายกัมปนาท จึงยังถือว่าเป็นผู้บริสุทธิ์อยู่ ยังมีสิทธิ์ต่อสู้คดีตามขั้นตอนทางกฎหมาย
แต่ถ้าหากพิจารณาข้อมูลทั้งหมดจะพบว่า วีรกรรมพฤติการณ์ข้อกล่าวหา ของ นายกัมปนาท ที่ผ่านมา ไม่ธรรมดาเลยทีเดียว
ติดตามข่าว #ทุจริตสอบท้องถิ่น ทั้งหมดได้ที่นี่ https://www.nextnewsth.com/th/tag/ทุจริตสอบท้องถิ่น




